ในอุตสาหกรรมการผลิตที่มีการแข่งขันสูง “ความแม่นยำ” และ “ความปลอดภัย” คือหัวใจสำคัญ แต่บ่อยครั้งที่ปัญหาเครื่องจักรหยุดชะงัก (Downtime) หรือสินค้าไม่ได้มาตรฐาน (Defect) เกิดขึ้นจากจุดเล็กๆ คือ “การสื่อสารที่ไม่เข้าใจ” ยิ่งในปัจจุบันที่โรงงานส่วนใหญ่ต้องทำงานร่วมกับวิศวกรต่างชาติ คู่มือเครื่องจักรภาษาอังกฤษ และมาตรฐานสากล (ISO, GMP) การ อบรมภาษาอังกฤษโรงงาน จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นทักษะจำเป็นเร่งด่วนที่จะช่วยลดความสูญเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
B-Tools Training (บีทูลส์ เทรนนิ่ง) ตระหนักดีว่า พนักงานในไลน์การผลิต วิศวกร และช่างเทคนิค ไม่ได้ต้องการเรียนไวยากรณ์ที่ซับซ้อน แต่ต้องการ “ภาษาอังกฤษที่ใช้งานได้จริง” (Functional English) เพื่อแก้ปัญหาหน้างาน เราจึงพัฒนาหลักสูตร English for Manufacturing ที่เน้นศัพท์เทคนิค การอ่านคู่มือ และการสื่อสารความปลอดภัย เพื่อเปลี่ยนอุปสรรคทางภาษาให้กลายเป็นความได้เปรียบในการแข่งขัน และนำพาองค์กรของท่านก้าวสู่การเป็น Smart Factory อย่างมั่นใจ
ภาพรวมของหลักสูตร
หลักสูตร หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับโรงงานและอุตสาหกรรมการผลิต ของเรา ถูกออกแบบมาแบบ Tailor-made เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมการผลิตโดยเฉพาะ โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 5 โมดูลสำคัญ ที่ครอบคลุมการทำงานตั้งแต่เริ่มกะจนจบงาน (End-to-End Operation)
“โครงสร้างหลักสูตรข้างต้นเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น เนื้อหาในทุกโมดูลสามารถปรับเปลี่ยนและเพิ่มเติมได้ตามบริบทและความต้องการจริงขององค์กร (Tailor-made to your needs)”
Module 1: Essential Factory Vocabulary & Tools (คลังศัพท์เครื่องมือและอุปกรณ์)
ปูพื้นฐานศัพท์เทคนิคที่ต้องรู้ เพื่อเรียกชื่ออุปกรณ์ได้ถูกต้องแม่นยำ – ตัวอย่าง: คลังศัพท์ภาษาอังกฤษในโรงงาน
-
Tools & Machinery Identification: คำศัพท์เรียกชื่อเครื่องมือช่าง (Hand tools), เครื่องจักรหนัก (Heavy Machinery), และชิ้นส่วนอุปกรณ์ (Spare Parts) ที่ใช้บ่อยในโรงงาน เพื่อลดความผิดพลาดในการเบิกจ่าย
-
Action Verbs for Operation: คำกริยาที่ใช้ในการปฏิบัติงานจริง เช่น Assemble (ประกอบ), Disassemble (ถอดประกอบ), Inspect (ตรวจสอบ), Calibrate (ปรับเทียบค่า), Lubricate (หล่อลื่น)
-
Measurement & Dimensions: การอ่านค่ามาตรวัด หน่วยวัดต่างๆ (Metrics/Imperial) และการระบุขนาดอย่างแม่นยำ
Module 2: Reading & Writing SOPs, Manuals (การอ่านและเขียนคู่มือ/ขั้นตอนปฏิบัติงาน)
อ่านออก เข้าใจ และเขียนสื่อสารได้ถูกต้อง – ตัวอย่าง: คู่มือการเขียนรายงานภาษาอังกฤษในโรงงาน
- Decoding Manuals: เทคนิคการจับใจความสำคัญในคู่มือการใช้งานเครื่องจักร (Operation Manual) ภาษาอังกฤษ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้
- Understanding SOPs: การทำความเข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐาน (Standard Operating Procedures) ที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษ
- Technical Flowcharts: การอ่านแผนผังกระบวนการผลิต (Flowchart) และสัญลักษณ์ทางเทคนิคต่างๆ
- Writing Work Instructions: การเขียนอธิบายขั้นตอนการทำงาน (Work Instructions) อย่างง่ายและกระชับ
- Completing Log Sheets: การกรอกข้อมูลในใบรายงานผลการปฏิบัติงาน (Log Sheets) และ Checklists อย่างถูกต้อง
Module 3: Safety First & Hazard Communication (ภาษาอังกฤษเพื่อความปลอดภัย)
ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุดในโรงงาน
-
Safety Signs & Symbols: การอ่านและเข้าใจป้ายเตือน ป้ายห้าม และสัญลักษณ์ความปลอดภัยสากล (Safety Symbols) เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
-
PPE Vocabulary: คำศัพท์เกี่ยวกับอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment) เช่น Helmet, Goggles, Earplugs, Safety Shoes
-
Emergency Response: รูปประโยคสำหรับการรายงานอุบัติเหตุ (Accident) หรือเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near Miss) อย่างเร่งด่วน ชัดเจน และไม่อ้อมค้อม
Module 4: Quality Control & Problem Solving (การควบคุมคุณภาพและแก้ปัญหา)
สื่อสารเรื่องคุณภาพเพื่อลดของเสีย (Zero Defect)
-
Defect Terminology: คำศัพท์เรียกชื่อของเสียประเภทต่างๆ เช่น Scratch (รอยขีดข่วน), Dent (รอยบุบ), Leak (รั่ว), Contamination (ปนเปื้อน)
-
Reporting Problems: การแจ้งปัญหาเครื่องจักรขัดข้อง (Machine Breakdown) หรือคุณภาพสินค้าไม่ได้มาตรฐานให้หัวหน้างานทราบ
-
Root Cause Analysis Discussion: ภาษาอังกฤษสำหรับการประชุมวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา (Why-Why Analysis) ร่วมกับทีมงานหรือวิศวกรต่างชาติ
Module 5: Continuous Improvement & 5S (การปรับปรุงงานและ 5ส)
-
5S in English: คำศัพท์ 5ส ในภาษาอังกฤษ (Sort, Set in order, Shine, Standardize, Sustain) เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี
-
Kaizen Suggestions: การเขียนข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงงาน (Kaizen) เป็นประโยคภาษาอังกฤษง่ายๆ
-
Shift Handover: การสื่อสารเพื่อส่งกะงาน (Shift Handover) ให้ข้อมูลครบถ้วน ไม่ตกหล่น เพื่อความต่อเนื่องของการผลิต
Module 6: Practical Factory Conversations (บทสนทนาภาษาอังกฤษในโรงงาน)
เน้นการสื่อสารโต้ตอบในสถานการณ์จริงหน้างาน – ตัวอย่าง: รวมบทสนทนาภาษาอังกฤษในโรงงาน
- Daily Morning Meeting: การเข้าร่วมประชุมเช้า (Morning Talk/Toolbox Talk), การรายงานตัว, และการรับฟังแผนการผลิตประจำวัน
- Reporting Progress & Status: การรายงานสถานะการผลิต เช่น “We are on schedule” (ตามแผน), “We are behind schedule” (ล่าช้า), หรือ “Production target reached” (ได้ตามเป้า)
- Requesting Support: การขอกำลังคนเพิ่ม (Manpower), ขอวัตถุดิบเพิ่ม (Material), หรือเรียกหัวหน้างานเมื่อเกิดปัญหาที่แก้ไม่ได้
- Explaining Machine Issues: การอธิบายอาการเครื่องจักรให้วิศวกรต่างชาติเข้าใจ เช่น “Sensor is not detecting” (เซนเซอร์ไม่จับ), “Belt is loose” (สายพานหย่อน)
(หากท่านต้องการพัฒนาทักษะหัวหน้างานโรงงานในการบริหารคนและทีมงาน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หลักสูตร Leadership Skills Training ของเรา)
Pain Point ที่หลักสูตรมุ่งแก้ไข
จากการทำ Training Needs Analysis (TNA) ร่วมกับผู้จัดการโรงงาน (Plant Manager) และฝ่าย HR ในนิคมอุตสาหกรรมชั้นนำ พบว่าปัญหาหน้างานที่องค์กรต้องการแก้ไขด้วยการจัด อบรมภาษาอังกฤษโรงงาน มีดังนี้:
-
Misinterpretation of Manuals: ช่างเทคนิคอ่านคู่มือเครื่องจักรไม่ออก หรือแปลผิดความหมาย ทำให้เดินเครื่องผิดวิธี ส่งผลให้เครื่องจักรเสียหายและเสียค่าซ่อมมหาศาล
-
Audit Failure: เมื่อมี Auditor จากต่างประเทศ (เช่น ลูกค้า หรือ ISO Auditor) มาตรวจโรงงาน พนักงานตอบคำถามไม่ได้ ทำให้เสียคะแนนความน่าเชื่อถือ
-
Safety Risks: พนักงานไม่เข้าใจป้ายเตือนภาษาอังกฤษ หรือสื่อสารเหตุฉุกเฉินล่าช้า ทำให้ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยสูงขึ้น
-
Ineffective Handover: การสื่อสารช่วงเปลี่ยนกะไม่ชัดเจน ข้อมูลสำคัญตกหล่น (Miscommunication) นำไปสู่การผลิตงานเสียต่อเนื่อง
-
Passive Interaction: ไม่กล้าคุยกับวิศวกรต่างชาติที่มาติดตั้งเครื่องจักร ทำให้ไม่ได้รับการถ่ายทอดความรู้ (Knowledge Transfer) ที่ดีพอ
-
Reporting Delay: ไม่สามารถเขียนรายงานปัญหา (Incident Report) เป็นภาษาอังกฤษได้ ทำให้ผู้บริหารรับรู้ปัญหาช้าเกินไป
หลักสูตร Factory English Training นี้จะช่วย Unlock ปัญหาเหล่านี้ เปลี่ยนพนักงานหน้างานให้มีความมั่นใจ และยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงาน (Operation Standard) ให้สูงขึ้น
ตัวอย่างสถานการณ์จริง
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับพนักงานฝ่ายผลิต จะช่วยเพิ่ม Productivity ได้อย่างไร ลองดูตัวอย่างการเปรียบเทียบระหว่างการสื่อสารแบบเดิม (Before) กับแบบมืออาชีพ (After):
Case 1: เครื่องจักรหยุดทำงาน (Machine Breakdown)
สถานการณ์: เครื่องจักรหลักหยุดทำงานกะทันหัน ต้องแจ้งช่างซ่อมบำรุงและหัวหน้างานต่างชาติ
-
❌ Before (แจ้งไม่ชัด): “Machine no good. Stop. Come fix.” (ไม่บอกอาการ ไม่บอกความเร่งด่วน)
-
✅ After (ระบุอาการแม่นยำ): “The conveyor belt on Line 3 has stopped working due to a motor overheating. There is a burning smell. Please send maintenance immediately to avoid production delay.”
-
ผลลัพธ์: ช่างเตรียมอะไหล่ถูกชนิด เข้าซ่อมได้ทันที ลดเวลา Downtime
-
Case 2: การเตือนเรื่องความปลอดภัย (Safety Warning)
สถานการณ์: เห็นเพื่อนร่วมงานหรือผู้รับเหมาไม่สวมแว่นตานิรภัยขณะเจียรเหล็ก
-
❌ Before (เงียบ/ดุ): “Hey! No glasses! Dangerous!” (ตะโกนเสียงดัง หรือไม่กล้าเตือน)
-
✅ After (เตือนด้วยความห่วงใย): “Excuse me, please wear your safety goggles while operating this machine. Sparks might get into your eyes. It is for your own safety.”
-
ผลลัพธ์: สุภาพ ชัดเจน และบอกเหตุผล (Sparks) ทำให้ได้รับความร่วมมือและลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ
-
Case 3: การอธิบายขั้นตอนการทำงานให้ Auditor (Audit Explanation)
สถานการณ์: Auditor ถามว่าทำไมต้องเช็คอุณหภูมิทุกชั่วโมง
-
❌ Before (ตอบไม่ได้): “Rule. Boss say check.” (ดูเหมือนทำตามคำสั่งโดยไม่เข้าใจเหตุผล)
-
✅ After (อธิบายมาตรฐาน): “We monitor the temperature every hour to ensure product quality. If it exceeds 25 degrees, the chemical reaction will be affected, which could lead to defects.”
-
ผลลัพธ์: แสดงความเข้าใจในกระบวนการ (Process Knowledge) และใส่ใจคุณภาพ สร้างความประทับใจให้ผู้ตรวจ
-
เครื่องมือที่ใช้ / กรอบแนวคิดในการเรียน
เพื่อให้พนักงานโรงงานสามารถนำ ภาษาอังกฤษสำหรับวิศวกร และฝ่ายผลิตไปประยุกต์ใช้ได้จริง B-Tools Training ผสมผสานระบบอุตสาหกรรมเข้ากับทักษะภาษา:
1. 5S Methodology in English
เราสอนคำศัพท์ 5ส ในเวอร์ชันภาษาอังกฤษ (Sort, Set in order, Shine, Standardize, Sustain) เพื่อให้พนักงานเข้าใจมาตรฐานสากล ท่านสามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการนี้ได้ที่ Wikipedia: 5S (methodology) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของโรงงานทั่วโลก
2. KYT (Kiken Yochi Training) in English
การฝึกหยั่งรู้ระวังอันตราย เรานำภาพหน้างานจริงมาให้ผู้เรียนฝึกชี้จุดอันตรายและพูดเตือนเป็นภาษาอังกฤษ (Hazard Identification) เช่น “Watch out! Wet floor.” หรือ “Be careful of the moving parts.”
3. Visual Vocabulary Cards
ใช้สื่อการสอนแบบ Visual Aids รูปภาพเครื่องมือและเครื่องจักรจริง เพื่อให้พนักงานจดจำคำศัพท์ได้รวดเร็วโดยไม่ต้องท่องจำคำแปลไทย
4. Learning Methodology: On-the-Job Training Style
-
Walk-through Rally: (สำหรับ In-house) เดินสอนในไลน์ผลิตจริง ชี้อุปกรณ์จริง แล้วฝึกพูด
-
SOP Simulation: ฝึกอ่านและทำตามขั้นตอนการทำงานจากใบงานภาษาอังกฤษ
-
Incident Report Writing: ฝึกเขียนรายงานอุบัติเหตุแบบสั้นๆ (Who, What, Where, When, Why)
เมื่อจบหลักสูตร ผู้เรียนจะสามารถ
หลังจากผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการในหลักสูตร อบรมภาษาอังกฤษโรงงาน ผู้เข้าอบรมจะเกิดการเปลี่ยนแปลง (Transformation) ดังนี้:
-
เรียกชื่ออุปกรณ์ถูก: สามารถเรียกชื่อเครื่องมือ เครื่องจักร และชิ้นส่วนต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษได้ถูกต้อง ลดความผิดพลาดในการเบิกจ่ายอะไหล่
-
อ่านคู่มือได้: เข้าใจคำสั่งและขั้นตอนการทำงานใน SOP ภาษาอังกฤษ ปฏิบัติงานได้ถูกต้องตามมาตรฐาน
-
สื่อสารความปลอดภัยได้: กล้าตักเตือนเพื่อนร่วมงานเรื่องความปลอดภัย และรายงานอุบัติเหตุได้ทันท่วงที
-
ประสานงานกับต่างชาติได้: สามารถสื่อสารกับวิศวกรหรือหัวหน้างานชาวต่างชาติในเรื่องงานประจำวันได้เข้าใจ ลดช่องว่างการสื่อสาร
-
รายงานคุณภาพได้: สามารถอธิบายลักษณะของเสีย (Defect) และสาเหตุเบื้องต้นได้ ช่วยให้ทีม QC/QA แก้ปัญหาคุณภาพได้เร็วขึ้น
กลุ่มเป้าหมาย
หลักสูตร คอร์สภาษาอังกฤษในโรงงาน นี้ เหมาะสำหรับบุคลากรในสายการผลิตและส่วนสนับสนุนการผลิตทุกระดับ:
-
Production Staff / Operators: พนักงานฝ่ายผลิตที่ต้องการพัฒนาตนเอง
-
Technicians / Mechanics: ช่างเทคนิคที่ต้องอ่านคู่มือและซ่อมเครื่องจักร
-
Engineers: วิศวกรที่ต้องเขียนรายงานและติดต่อประสานงาน
-
QC / QA Staff: พนักงานควบคุมและประกันคุณภาพที่ต้องตรวจสอบและรายงานผล
-
Safety Officers (Jor Por): เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยที่ต้องสื่อสารกฎระเบียบ
-
Store / Warehouse: เจ้าหน้าที่คลังสินค้าที่ต้องอ่าน Label และเอกสารรับ-จ่ายของ
FAQ – คำถามที่พบบ่อย
Q: พนักงานฝ่ายผลิตพื้นฐานภาษาอังกฤษน้อยมาก จะเรียนได้ไหม?
A: ได้แน่นอนครับ หลักสูตรนี้ออกแบบมาเพื่อ Non-native speakers ในโรงงานโดยเฉพาะ เราเน้นสอนคำศัพท์ (Vocabulary) และวลีสั้นๆ (Short Phrases) ที่ใช้บ่อย ไม่เน้นไวยากรณ์ซับซ้อน (No complex grammar) เน้นจำแล้วนำไปใช้ได้เลย
Q: รับจัดอบรมแบบ In-house Training ที่โรงงานไหม?
A: ใช่ครับ B-Tools Training เชี่ยวชาญการจัดอบรมภายในโรงงาน โดยเราแนะนำให้จัดที่โรงงานของท่าน เพื่อให้เราสามารถปรับเนื้อหา (Customized) ให้ตรงกับเครื่องจักร ผลิตภัณฑ์ และเอกสารที่ท่านใช้จริง (On-the-job Training)
Q: สามารถจัดอบรมตามกะการทำงาน (Shift) ได้ไหม?
A: ได้ครับ เราเข้าใจธรรมชาติงานโรงงาน เราสามารถจัดอบรมในช่วงเวลาที่สะดวก หรือแบ่งเป็นรุ่นย่อยๆ เพื่อไม่ให้กระทบไลน์การผลิต
Q: มีการสอบวัดผลไหม?
A: มีครับ เรามี Pre-test และ Post-test เพื่อวัดความรู้คำศัพท์ และการประเมินผลจากการปฏิบัติ (Practical Test) เช่น การอ่านป้ายเตือน หรือการอธิบายขั้นตอนการทำงาน
คุณภาพและความปลอดภัยเริ่มต้นที่ “การสื่อสารที่ถูกต้อง” การลงทุนพัฒนาทักษะ อบรมภาษาอังกฤษโรงงาน คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเพื่อลดความสูญเสีย (Waste) และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างยั่งยืน
B-Tools Training พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ในการยกระดับทีมงานโรงงานของท่านสู่มาตรฐานสากล สนใจจัดอบรมหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อเรา ได้ทันทีเพื่อรับข้อเสนอพิเศษ
Last Updated on January 5, 2026


