Growth Mindset – หลักสูตรพัฒนาทัศนคติแบบเติบโต กุญแจสู่ความสำเร็จขององค์กรยั่งยืน

พลิกโฉมองค์กรด้วยหลักสูตร Growth Mindset (กรอบแนวคิดแบบเติบโต) เปลี่ยนอุปสรรคเป็นโอกาส สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้และนวัตกรรม
พนักงานกำลังเรียนรู้ทักษะ Growth Mindset เพื่อพัฒนาตนเองและสร้างนวัตกรรมให้องค์กร

 

ในโลกธุรกิจยุคปัจจุบันที่ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรายวัน (VUCA World) ความเก่งกาจทางวิชาการ (Hard Skills) อาจไม่ใช่เครื่องการันตีความสำเร็จอีกต่อไป สิ่งที่แยกแยะระหว่าง “ผู้ที่อยู่รอด” และ “ผู้ที่ล้มเหลว” คือกรอบความคิด ทักษะ Growth Mindset หรือ กรอบแนวคิดแบบเติบโต จึงกลายเป็น DNA สำคัญที่ทุกองค์กรต้องการปลูกฝังให้กับพนักงาน เพราะคนที่มี Growth Mindset จะไม่มองว่าความผิดพลาดคือจุดจบ แต่มองว่าเป็น “โอกาสในการเรียนรู้” และเชื่อมั่นว่าศักยภาพของตนเองสามารถพัฒนาได้ไม่สิ้นสุด

B-Tools Training ตระหนักดีว่าการเปลี่ยน Mindset เป็นเรื่องที่ท้าทายที่สุดในการพัฒนาคน เราจึงพัฒนาหลักสูตรที่ ไม่อิงแค่นามธรรมหรือคำคมปลุกใจ แต่ใช้หลักวิทยาศาสตร์ทางสมอง (Neuroscience) และจิตวิทยาเชิงบวก (Positive Psychology) มาออกแบบกระบวนการเรียนรู้ เพื่อช่วยให้บุคลากรของท่านสามารถทลายกำแพงขีดจำกัดของตัวเอง (Unlock Potential) กล้าออกจาก Comfort Zone และพร้อมรับมือกับทุกความท้าทายด้วยพลังบวก

 


 

ภาพรวมของหลักสูตร

หลักสูตรนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการคิดจากภายในสู่ภายนอก (Inside-Out Approach) โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 5 โมดูลเข้มข้น เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน:

Module 1: Decoding Mindset (ถอดรหัสกรอบความคิด)

ทำความเข้าใจกลไกการทำงานของสมองและชุดความคิด

  • Fixed vs. Growth Mindset: เจาะลึกความแตกต่างระหว่างกรอบความคิดแบบตายตัว (Fixed) ที่เชื่อว่าพรสวรรค์สร้างไม่ได้ กับกรอบความคิดแบบเติบโต (Growth) ที่เชื่อในความพยายาม

  • Neuroplasticity Science: เรียนรู้การทำงานของสมองที่มีความยืดหยุ่นและสามารถสร้างเส้นใยประสาทใหม่ได้ตลอดชีวิต เพื่อยืนยันว่า “คนเราเปลี่ยนกันได้”

  • Self-Awareness Audit: กิจกรรมสำรวจ Mindset ของตนเองในปัจจุบัน ว่าเราติดกับดัก Fixed Mindset ในเรื่องใดบ้าง (เช่น เรื่องงาน เรื่องภาษา หรือเรื่องเทคโนโลยี)

Module 2: The Power of “Yet” (พลังแห่งคำว่า “ยัง”)

เปลี่ยนภาษาสมองเพื่อเปลี่ยนผลลัพธ์

  • Reframing Technique: การปรับเปลี่ยนมุมมองและคำพูดจากเชิงลบเป็นเชิงบวก เช่น เปลี่ยนจาก “ฉันทำไม่ได้” เป็น “ฉันแค่อาจจะ ยัง ทำไม่ได้ในตอนนี้”

  • Embracing Challenges: การมองงานยากและอุปสรรคให้เป็น “บททดสอบ” ที่น่าตื่นเต้น แทนที่จะมองว่าเป็นภาระ

  • Overcoming Fear of Failure: ปรับมุมมองต่อความล้มเหลวใหม่ ให้เป็นเพียง Feedback ข้อมูลชุดหนึ่งที่บอกว่าเราต้องปรับปรุงตรงไหน

Module 3: Effort & Persistence (ความพยายามและความมุ่งมั่น)

เพราะความสำเร็จไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วย

  • Grit & Resilience: การสร้างความทรหดอดทนและการล้มแล้วลุกเร็ว เพื่อให้สามารถยืนหยัดต่อเป้าหมายระยะยาวได้

  • Process over Outcome: การให้ความสำคัญกับ “กระบวนการเรียนรู้” และ “ความพยายาม” มากกว่าแค่ผลลัพธ์สุดท้าย เพื่อลดความกดดันและสร้างความสุขในการทำงาน

  • Learning Agility: ความว่องไวในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ (Upskill/Reskill) ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของพนักงานยุคดิจิทัล

Module 4: Feedback as a Gift (มองคำวิจารณ์เป็นของขวัญ)

ก้าวข้ามอีโก้เพื่อการเติบโตแบบก้าวกระโดด

  • Constructive Feedback: การเปิดใจรับฟังคำติชมโดยไม่มองว่าเป็นการโจมตีตัวบุคคล (Personal Attack) แต่มองเป็นลายแทงขุมทรัพย์เพื่อการพัฒนา

  • Handling Criticism: เทคนิคการจัดการอารมณ์เมื่อโดนตำหนิ และการเปลี่ยนคำตำหนิให้เป็น Action Plan

  • Learning from Others: การเรียนรู้จากความสำเร็จของเพื่อนร่วมงาน แทนที่จะรู้สึกอิจฉาหรือถูกคุกคาม

Module 5: Building Growth Culture (สร้างวัฒนธรรมแห่งการเติบโต)

ขยายผลจากตัวบุคคลสู่ทีมงานและองค์กร

  • Developing Growth Environment: วิธีการสร้างสภาพแวดล้อมในที่ทำงานที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การทดลอง และการทำผิดพลาด (Psychological Safety)

  • Growth Mindset Language: การใช้ภาษาที่ส่งเสริมการเติบโตในการประชุม การสั่งงาน และการประเมินผลงาน

  • Commitment to Change: การสร้างพันธสัญญาใจในการนำแนวคิดไปปรับใช้จริงในการทำงานทุกวัน

(หากท่านต้องการต่อยอดทักษะสู่การเป็นหัวหน้างาน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หลักสูตร Smart Leader ของเรา)

 


 

Pain Point ที่หลักสูตรมุ่งแก้ไข

จากการทำ Training Needs Analysis (TNA) ร่วมกับฝ่าย HR ในหลากหลายอุตสาหกรรม พบว่าปัญหา “กับดักทางความคิด” ที่องค์กรต้องการปลดล็อกด้วยหลักสูตร พัฒนาทัศนคติการทำงาน นี้ มีดังนี้:

  1. Fear of Change: พนักงานยึดติดกับวิธีการทำงานเดิมๆ ต่อต้านเทคโนโลยีใหม่ๆ เพราะกลัวว่าจะทำไม่ได้ หรือกลัวการเปลี่ยนแปลง (Comfort Zone Trap)

  2. Blame Culture: เมื่อเกิดความผิดพลาด ทีมงานมักจะโทษกันไปมา หรือหาข้ออ้าง (Excuse) มากกว่าที่จะยอมรับและหาทางแก้ไข

  3. Give Up Easily: เมื่อเจองานยากหรือปัญหาซับซ้อน พนักงานมักจะถอดใจง่ายๆ และบอกว่า “ทำไม่ได้หรอก” หรือ “ไม่ใช่หน้าที่ฉัน”

  4. Defensiveness: พนักงานมีอีโก้สูง รับคำวิจารณ์ไม่ได้ มองว่าหัวหน้าจับผิด ทำให้ไม่เกิดการพัฒนาตนเอง

  5. Lack of Innovation: องค์กรขาดความคิดสร้างสรรค์ เพราะพนักงานกลัวความล้มเหลว (Fear of Failure) จึงเลือกทำแต่สิ่งที่ปลอดภัย (Play Safe)

  6. Stagnation: พนักงานขาดความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ทำให้องค์กรขาดความสามารถในการแข่งขัน

หลักสูตร Growth Mindset จะทำหน้าที่เป็น “Software Update” ทางความคิด ให้พนักงานของท่านพร้อมรับมือกับโลกการทำงานยุคใหม่

 


 

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าการมี Growth Mindset จะช่วยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทำงานได้อย่างไร ลองดูตัวอย่างการเปรียบเทียบระหว่างคนที่มี Fixed Mindset กับ Growth Mindset:

Case 1: เมื่อได้รับมอบหมายงานโปรเจกต์ใหม่ที่ไม่เคยทำ

สถานการณ์: หัวหน้ามอบหมายให้ใช้โปรแกรม AI ตัวใหม่ในการทำงาน

  • Fixed Mindset: “โห ยากจัง ผมไม่เก่งเรื่องไอที ให้เด็กจบใหม่ทำดีกว่าครับ เดี๋ยวผมทำพัง” (หลีกเลี่ยงความท้าทาย เพราะกลัวดูไม่เก่ง)

  • Growth Mindset: “น่าสนใจครับ แม้ผมจะยังไม่เคยใช้มาก่อน แต่ผมเชื่อว่าผมเรียนรู้ได้ ขอเวลาศึกษาและลองผิดลองถูกสักพักนะครับ” (มองเป็นโอกาสเรียนรู้)

Case 2: เมื่อได้รับ Feedback ว่างานยังไม่ดีพอ

สถานการณ์: ลูกค้าคอมเมนต์แก้งานมาหลายจุด

  • Fixed Mindset: “ลูกค้าเรื่องมากจัง เราก็ทำดีที่สุดแล้วนะ หรือเขาไม่ชอบหน้าเรา?” (รับไม่ได้ มองเป็นเรื่องส่วนตัว โกรธ)

  • Growth Mindset: “ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ครับ จุดที่ลูกค้าแก้มาทำให้เราเห็นมุมมองที่มองข้ามไป ครั้งหน้างานจะสมบูรณ์ขึ้นแน่นอน” (มองเป็นข้อมูลเพื่อพัฒนา)

Case 3: เมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานได้เลื่อนตำแหน่ง

สถานการณ์: เพื่อนในทีมได้รับการโปรโมท

  • Fixed Mindset: “ทำไมต้องเป็นเขา? เขาคงประจบเก่งแน่ๆ โลกนี้ไม่ยุติธรรมเลย” (อิจฉา รู้สึกถูกคุกคาม)

  • Growth Mindset: “ยินดีด้วยจริงๆ! เขาเก่งเรื่องการบริหารเวลามาก เราต้องไปขอคำแนะนำจากเขาบ้างแล้วว่าทำอย่างไรถึงพัฒนาได้เร็วขนาดนี้” (หาแรงบันดาลใจจากความสำเร็จผู้อื่น)

 


 

เครื่องมือที่ใช้ / กรอบแนวคิดในการเรียน

เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำหลักสูตรนี้ ไปปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎีสวยหรู B-Tools Training ใช้กรอบแนวคิดระดับโลก:

1. Carol Dweck’s Research

เราอ้างอิงงานวิจัยต้นฉบับของ Prof. Carol Dweck จากมหาวิทยาลัย Stanford ผู้ค้นพบทฤษฎี Mindset เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจแก่นแท้ของแนวคิดนี้อย่างถูกต้อง

2. The Power of Neuroplasticity

การใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สมองมาอธิบายว่า สมองคนเราเหมือนกล้ามเนื้อ ยิ่งใช้งาน ยิ่งฝึกฝน ยิ่งแข็งแรง เพื่อลบล้างความเชื่อผิดๆ ที่ว่า “คนเราเก่งมาแต่เกิด”

3. The Learning Zone Model

การสอนให้ผู้เรียนแยกแยะโซนการเรียนรู้:

  • Comfort Zone: พื้นที่ปลอดภัย แต่ไม่โต

  • Fear Zone: พื้นที่แห่งความกลัวและข้ออ้าง

  • Learning Zone: พื้นที่แห่งการเรียนรู้และฝึกฝน

  • Growth Zone: พื้นที่แห่งการเติบโตและความสำเร็จ

4. Learning Methodology: Active Learning

  • Mindset Assessment: แบบประเมินตนเองเพื่อเช็คระดับ Mindset

  • Reflective Journaling: การเขียนบันทึกเพื่อสะท้อนความคิดและจับความคิดลบของตัวเอง (Self-Talk)

  • Role Play & Simulation: ฝึกการตอบโต้สถานการณ์ยากลำบากด้วย Growth Mindset Language

 


 

เมื่อจบหลักสูตร ผู้เรียนจะสามารถ

หลังจากผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการในหลักสูตรนี้ ผู้เข้าอบรมจะเกิดการเปลี่ยนแปลง (Transformation) ดังนี้:

  1. เปลี่ยนมุมมองต่อปัญหา: มองเห็นอุปสรรคเป็นบันไดสู่ความสำเร็จ ไม่ใชกำแพงกั้นทางเดิน

  2. กล้าเสี่ยงและเรียนรู้: มีความกล้าที่จะทดลองวิธีการใหม่ๆ และยอมรับความผิดพลาดเพื่อการเรียนรู้ (Fail Fast, Learn Faster)

  3. รับฟัง Feedback ได้ดีขึ้น: ลดอีโก้ และเปิดใจรับฟังคำวิจารณ์เพื่อนำมาปรับปรุงงานให้ดียิ่งขึ้น

  4. มีความยืดหยุ่น (Resilience): มีภูมิคุ้มกันทางใจ ล้มแล้วลุกเร็ว ไม่จมอยู่กับความผิดหวังนานเกินไป

  5. พัฒนาตนเองต่อเนื่อง: มีนิสัยรักการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาองค์กร

 


 

กลุ่มเป้าหมาย

หลักสูตรนี้มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับบุคลากรทุกระดับในองค์กร เพราะ Mindset คือพื้นฐานของทุกคน:

  • All Employees: พนักงานทุกระดับที่ต้องการปรับทัศนคติในการทำงานให้มีความสุขและก้าวหน้า

  • New Hires: พนักงานใหม่ที่ต้องปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมองค์กร

  • Managers & Leaders: หัวหน้างานที่ต้องเป็น Role Model และต้อง Coach ลูกน้องให้เติบโต

  • Sales Teams: ทีมขายที่ต้องเผชิญกับการถูกปฏิเสธบ่อยครั้ง และต้องรักษาพลังใจให้สูงอยู่เสมอ

  • Change Management Teams: ทีมงานที่ต้องขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงหรือนวัตกรรมใหม่ๆ ในองค์กร

 


 

FAQ – คำถามที่พบบ่อย

Q: หลักสูตรนี้ต่างจากการคิดบวก (Positive Thinking) อย่างไร?

A: การคิดบวกคือการมองโลกในแง่ดีและให้กำลังใจตัวเอง แต่ Growth Mindset ลึกซึ้งกว่านั้น คือ “ความเชื่อ” ที่ว่าความสามารถพัฒนาได้ผ่านความพยายาม ไม่ใช่แค่การมองโลกสวย แต่คือการพร้อมลงมือทำเพื่อพัฒนาตนเองแม้จะเจอปัญหา

Q: ใช้เวลาเรียนกี่วัน?

A: หลักสูตรมาตรฐานคือ 1 วัน (6 ชั่วโมง) เพื่อปูพื้นฐานและทำกิจกรรมเปลี่ยนวิธีคิด แต่หากต้องการเจาะลึกเรื่องการสร้างวัฒนธรรมองค์กร (Growth Culture) สำหรับระดับหัวหน้างาน แนะนำหลักสูตร 2 วัน

Q: รับจัดอบรมแบบ In-house Training หรือไม่?

A: ใช่ครับ B-Tools Training เชี่ยวชาญการจัดอบรมภายในองค์กร โดยเราสามารถปรับเนื้อหา (Customized) ให้เข้ากับ Core Values หรือปัญหาที่องค์กรกำลังเผชิญอยู่ เช่น ช่วงที่มีการ Re-organization หรือการนำระบบใหม่มาใช้

Q: มีการวัดผลอย่างไร?

A: การวัดผล Mindset เป็นเรื่องนามธรรม แต่เราสามารถวัดได้จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป (Behavioral Change) ผ่านการทำ Workshop และการติดตามผล (Follow-up) เช่น การสังเกตการตอบสนองต่องานยากๆ หรือการให้ Feedback ในทีม

 


 

หลักสูตรนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนแค่ความคิด แต่คือการเปลี่ยน “อนาคต” ของพนักงานและองค์กร การลงทุนในหลักสูตรนี้คือการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับการเติบโตที่ยั่งยืน

B-Tools Training พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ในการปลดล็อกศักยภาพทีมงานของคุณ สนใจจัดอบรมหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อเรา ได้ทันทีเพื่อรับข้อเสนอพิเศษ หรือดูหลักสูตรพัฒนา Soft Skills อื่นๆ ได้ที่หน้า Soft Skills Training

 

Last Updated on December 4, 2025

Table of Contents

บรรยากาศอบรม ด้วยทักษะ English Communication Skills for Logistics

English Communication Skills for Logistics – หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับโลจิสติกส์ เพื่อธุรกิจขนส่งและซัพพลายเชนระดับสากล

ลดข้อผิดพลาดในการขนส่งด้วยหลักสูตร English Communication Skills for Logistics (ภาษาอังกฤษสำหรับโลจิสติกส์) เน้นศัพท์เทคนิค Incoterms และการประสานงาน Import-Export

อ่านต่อ »
บรรยากาศการฝึกอบรมภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ English for Real Estate

Business English for Real Estate – หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเจาะตลาดชาวต่างชาติและนักลงทุนสากล

  ประเทศไทยถือเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการอยู่อาศัยและการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ (Expats & Foreign Investors) ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง วิลล่าตากอากาศ หรืออาคารสำนักงานเกรด A ท่ามกลางโอกาสทางธุรกิจมหาศาลนี้ ทักษะ English for Real Estate หรือ ภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คือกุญแจดอกสำคัญที่จะไขประตูสู่ยอดขายระดับ Global

อ่านต่อ »

Delegation Skills and Follow-up – หลักสูตรการมอบหมายงานและการติดตามงานอย่างมีศิลปะ

หลักสูตรพัฒนา ทักษะการมอบหมายงาน (Delegation Skills) และศิลปะการติดตามงาน เพื่อลดภาระผู้นำ เพิ่มศักยภาพทีม เรียนรู้เทคนิคการสั่งงาน การให้อำนาจตัดสินใจ

อ่านต่อ »