ในตลาดประกันภัยยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีชาวต่างชาติ (Expats) เข้ามาทำงานและเกษียณอายุเป็นจำนวนมาก ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ใช่แค่ “ทักษะเสริม” แต่เป็น “โอกาสทอง” ในการขยายฐานลูกค้า
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญที่ตัวแทน (Agents) นายหน้า (Brokers) หรือเจ้าหน้าที่สินไหม (Claims Officers) มักพบเจอ คือความกังวลว่าจะอธิบายเงื่อนไขที่ซับซ้อนของกรมธรรม์อย่างไรให้ลูกค้าเข้าใจ ไม่เกิดความเข้าใจผิด (Misrepresentation) และนำไปสู่การปิดการขายหรือการให้บริการที่น่าประทับใจ
B-Tools Training (บีทูลส์ เทรนนิ่ง) ได้รวบรวมสถานการณ์จำลอง (Role Play Scenarios) ที่ครอบคลุมวงจรชีวิตของกรมธรรม์ ตั้งแต่เริ่มคุยจนถึงการเคลม เพื่อเป็นคู่มือให้ท่านฝึกฝนและนำไปปรับใช้ได้ทันที
การวิเคราะห์ความต้องการและนำเสนอแผน (Needs Analysis & Sales Pitch)
การขายประกันไม่ใช่การยัดเยียด แต่เป็นการ “ค้นหาความกังวล” และ “เสนอทางออก” การใช้คำถามปลายเปิด (Open-ended Questions) เป็นเทคนิคสำคัญ
บทสนทนา: การขายประกันสุขภาพ (Health Insurance Sale)
Agent: “Good morning, Mr. Smith. Thank you for meeting with me today. Before we discuss any products, may I ask a few questions to understand your needs better?” (สวัสดีครับคุณสมิธ ขอบคุณที่สละเวลามาพบผมนะครับ ก่อนที่เราจะคุยเรื่องผลิตภัณฑ์ ผมขออนุญาตสอบถามข้อมูลบางอย่างเพื่อให้เข้าใจความต้องการของคุณมากขึ้นครับ)
Client: “Sure, go ahead.” (ได้ครับ เชิญเลย)
Agent: “Currently, do you have any concerns regarding your health coverage in Thailand?” (ตอนนี้คุณมีความกังวลเกี่ยวกับการคุ้มครองสุขภาพในไทยไหมครับ?)
Client: “Well, I’m worried about the hospital bills. I heard private hospitals here can be quite expensive.” (ผมกังวลเรื่องค่ารักษาครับ ได้ยินมาว่าโรงพยาบาลเอกชนที่นี่แพงมาก)
Agent: “That is a valid concern. Medical inflation is rising every year. Based on this, I would recommend our ‘Comprehensive Health Plan’.” (เป็นความกังวลที่ถูกต้องเลยครับ ค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้นทุกปี จากจุดนี้ ผมขอแนะนำ ‘แผนสุขภาพแบบเหมาจ่าย’ ของเราครับ)
Agent: “This plan covers both In-patient (IPD) and Out-patient (OPD) treatments. It provides a coverage limit of 5 million Baht per year, which is sufficient for top-tier private hospitals.” (แผนนี้คุ้มครองทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกครับ มีวงเงินคุ้มครอง 5 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเพียงพอสำหรับโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำครับ)
Client: “Does it cover pre-existing conditions?” (มันคุ้มครองโรคที่เป็นมาก่อนไหม?)
Agent: “Normally, there is a waiting period regarding pre-existing conditions. However, if you declare your health history honestly, the underwriter will assess it. In some cases, they might cover it after a certain period.” (ปกติแล้วจะมีระยะเวลารอคอยสำหรับโรคที่เป็นมาก่อนครับ แต่ถ้าคุณแถลงประวัติสุขภาพตามจริง ฝ่ายพิจารณารับประกันจะประเมินดู ในบางเคสอาจจะคุ้มครองหลังจากระยะเวลาหนึ่งครับ)
💡 Key Phrases for Sales:
-
“What is your budget for this insurance plan?” (คุณมีงบประมาณสำหรับแผนนี้เท่าไหร่ครับ?)
-
“This policy is designed to provide you with peace of mind.” (กรมธรรม์นี้ออกแบบมาเพื่อมอบความอุ่นใจให้กับคุณ)
การอธิบายความคุ้มครองและข้อยกเว้น (Explaining Coverage & Exclusions)
ลูกค้าต่างชาติมักอ่านสัญญาละเอียด การอธิบายสิ่งที่ “ไม่คุ้มครอง” (Exclusions) สำคัญพอๆ กับสิ่งที่คุ้มครอง เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต
บทสนทนา: ประกันภัยรถยนต์ (Motor Insurance)
Client: “I want to insure my car. Does this policy cover everything?” (ผมอยากทำประกันรถ กรมธรรม์นี้คุ้มครองทุกอย่างเลยไหม?)
Broker: “This is a First Class Insurance (Comprehensive) policy. It covers damages to your own car, theft, fire, and flood. Most importantly, it covers Third Party Liability for both bodily injury and property damage.” (นี่คือประกันชั้น 1 ครับ คุ้มครองความเสียหายต่อรถของคุณ การโจรกรรม ไฟไหม้ และน้ำท่วม ที่สำคัญคือคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ทั้งการบาดเจ็บและทรัพย์สินครับ)
Client: “What if I get a flat tire?” (แล้วถ้ายางแบนล่ะ?)
Broker: “I need to clarify that tires are usually covered only if they are damaged in an accident. However, this policy includes 24-hour Roadside Assistance service.” (ผมขอชี้แจงว่า ปกติยางจะคุ้มครองก็ต่อเมื่อเสียหายจากอุบัติเหตุครับ แต่อย่างไรก็ตาม กรมธรรม์นี้มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมงรวมอยู่ด้วยครับ)
Client: “What is this ‘Deductible’ of 5,000 Baht?” (ค่า Deductible 5,000 บาทนี่คืออะไร?)
Broker: “A Deductible (or Excess) is the amount you have to pay out-of-pocket before the insurance company pays the rest. Choosing a deductible helps lower your annual premium.” (Deductible หรือค่าเสียหายส่วนแรก คือเงินที่คุณต้องจ่ายเองก่อนบริษัทประกันจะจ่ายส่วนที่เหลือครับ การเลือกมีค่าเสียหายส่วนแรกจะช่วยลดเบี้ยประกันรายปีได้ครับ)
💡 Key Phrases for Explanation:
-
“Please note that this policy excludes damage caused by…” (โปรดทราบว่ากรมธรรม์นี้ไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจาก…)
-
“It is important to understand the terms and conditions.” (สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจเงื่อนไขและข้อกำหนดครับ)
การจัดการข้อโต้แย้ง (Handling Objections)
เมื่อลูกค้าบอกว่า “แพงเกินไป” หรือ “ขอคิดดูก่อน” เราต้องใช้ภาษาอังกฤษที่สุภาพแต่โน้มน้าวใจ (Persuasive)
บทสนทนา: เมื่อลูกค้าบอกว่าแพง (The Price Objection)
Client: “The premium is too high for me. I think I will pass.” (เบี้ยแพงเกินไป ผมว่าผ่านก่อนดีกว่า)
Agent: “I understand that price is an important factor. May I ask, compared to what is it expensive?” (ผมเข้าใจครับว่าราคาเป็นปัจจัยสำคัญ ขออนุญาตถามนะครับว่า แพงเมื่อเทียบกับอะไรครับ?)
Client: “Well, compared to not having insurance at all.” (ก็เทียบกับไม่ทำประกันเลยไง)
Agent: “I see. Let’s look at it this way. The daily cost of this plan is only about 100 Baht, which is less than a cup of coffee. But it protects you from hospital bills that could cost hundreds of thousands. Is it worth taking that risk?” (เข้าใจแล้วครับ ลองมองมุมนี้นะครับ ค่าใช้จ่ายรายวันของแผนนี้ตกวันละ 100 บาท ถูกกว่ากาแฟแก้วหนึ่งอีกครับ แต่มันช่วยปกป้องคุณจากบิลค่ารักษาหลักแสน มันคุ้มไหมครับที่จะแบกรับความเสี่ยงนั้นไว้เอง?)
Agent: “If the premium is really tight, we can adjust the plan by increasing the deductible or removing some optional riders. Would you like to see those options?” (ถ้าเบี้ยสูงไปจริงๆ เราสามารถปรับแผนได้โดยเพิ่มค่าเสียหายส่วนแรก หรือตัดสัญญาเพิ่มเติมบางตัวออก คุณอยากลองดูทางเลือกพวกนี้ไหมครับ?)
การรับแจ้งเหตุและสินไหมทดแทน (Claims Handling)
นี่คือ “นาทีชีวิต” หรือช่วงเวลาที่ลูกค้าต้องการเราที่สุด (Moment of Truth) การสื่อสารต้องเน้นความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) และความชัดเจนในขั้นตอน
บทสนทนา: แจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ (Reporting a Car Accident)
Client (Phone): “Hello! I just had an accident! I’m panicking!” (ฮัลโหล! ผมเพิ่งรถชน! ตกใจมากเลย!)
Claims Officer: “Please stay calm, Sir. Are you or anyone else injured?” (ใจเย็นๆ นะครับคุณ มีคุณหรือใครได้รับบาดเจ็บไหมครับ?)
Client: “No, everyone is okay. But the car is badly damaged.” (ไม่มีครับ ทุกคนปลอดภัย แต่รถเสียหายหนักมาก)
Claims Officer: “I am relieved to hear you are safe. Now, please ensure you are in a safe location. Do you have the details of the other party?” (โล่งอกครับที่คุณปลอดภัย ตอนนี้ขอให้อยู่ในจุดที่ปลอดภัยนะครับ คุณมีข้อมูลของคู่กรณีไหมครับ?)
Client: “Yes, I have his license plate.” (มีครับ ผมจดทะเบียนรถเขาไว้แล้ว)
Claims Officer: “Great. Please take photos of the accident scene and the damages from all angles. I will dispatch a Surveyor to your location immediately. He should be there within 20 minutes.” (เยี่ยมครับ รบกวนถ่ายรูปที่เกิดเหตุและความเสียหายจากทุกมุมไว้นะครับ ผมจะส่งเจ้าหน้าที่สำรวจภัยไปที่จุดเกิดเหตุทันที เขาจะไปถึงภายใน 20 นาทีครับ)
Claims Officer: “Please do not admit liability or sign anything until our surveyor arrives.” (กรุณาอย่ายอมรับผิดหรือเซ็นเอกสารใดๆ จนกว่าเจ้าหน้าที่ของเราจะไปถึงนะครับ)
บทสนทนา: เคลมประกันสุขภาพ (Health Insurance Claim)
Client: “I was hospitalized last week. How can I claim the expenses?” (ผมเข้าโรงพยาบาลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จะเบิกค่าใช้จ่ายยังไงครับ?)
Agent: “I can help you with that. Do you have the original receipt and the medical certificate?” (ผมช่วยได้ครับ คุณมีใบเสร็จตัวจริงและใบรับรองแพทย์ไหมครับ?)
Client: “Yes, I have them.” (มีครับ)
Agent: “Please fill out this Claim Form. Once you sign it, I will submit all documents to the claims department. The reimbursement process usually takes about 10-15 business days.” (รบกวนกรอกแบบฟอร์มเรียกร้องสินไหมครับ พอเซ็นแล้ว ผมจะส่งเอกสารทั้งหมดเข้าฝ่ายสินไหม กระบวนการคืนเงินปกติใช้เวลาประมาณ 10-15 วันทำการครับ)
การต่ออายุกรมธรรม์ (Policy Renewal)
การรักษาลูกค้าเก่า (Retention) สำคัญกว่าการหาลูกค้าใหม่ การแจ้งเตือนต่ออายุต้องทำอย่างมืออาชีพและชี้ให้เห็นประโยชน์ของการต่อต่อเนื่อง
บทสนทนา: แจ้งเตือนต่ออายุ (Renewal Notice)
Agent: “Good afternoon, Mrs. Jones. I am calling to remind you that your car insurance policy will expire next month on the 15th.” (สวัสดีครับคุณโจนส์ ผมโทรมาแจ้งเตือนว่ากรมธรรม์รถยนต์ของคุณจะหมดอายุวันที่ 15 เดือนหน้าครับ)
Client: “Oh, time flies. Should I renew it now?” (โอ้ เวลาผ่านไปเร็วจัง ควรต่อเลยไหม?)
Agent: “I highly recommend renewing it before the expiry date to ensure continuous coverage. Also, since you didn’t have any claims this year, you are eligible for a No-Claim Bonus (NCB) of 20%.” (ผมแนะนำให้ต่ออายุก่อนวันหมดเขตเพื่อให้ความคุ้มครองต่อเนื่องครับ และเนื่องจากปีนี้คุณไม่มีการเคลมเลย คุณได้รับสิทธิ์ส่วนลดประวัติดี 20% ด้วยครับ)
Client: “That sounds good. Send me the invoice please.” (ฟังดูดีนะ ส่งใบแจ้งหนี้มาได้เลย)
รวมประโยคเด็ดภาษาอังกฤษสำหรับตัวแทนประกัน (Power Phrases)
เพื่อความรวดเร็ว นี่คือประโยคสำเร็จรูปที่คุณสามารถจำไปใช้ได้ทันที:
-
สร้างความเชื่อมั่น: “We have been in this business for over 50 years with a strong financial stability.” (เราอยู่ในธุรกิจนี้มากว่า 50 ปี ด้วยความมั่นคงทางการเงินที่แข็งแกร่ง)
-
เน้นความคุ้มค่า: “This is the most cost-effective plan for your needs.” (นี่คือแผนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับความต้องการของคุณ)
-
แสดงความห่วงใย: “We are here to support you in difficult times.” (เราอยู่ที่นี่เพื่อสนับสนุนคุณในช่วงเวลาที่ยากลำบาก)
-
ปิดการขาย: “Would you like to pay by credit card or bank transfer?” (สะดวกชำระด้วยบัตรเครดิตหรือโอนเงินดีครับ?)
บทสรุป: ภาษาดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
จากบทสนทนาข้างต้น ท่านจะเห็นว่ากุญแจสำคัญของการสื่อสารในธุรกิจประกันภัยคือ “ความชัดเจน” (Clarity) และ “ความเห็นอกเห็นใจ” (Empathy) การใช้ศัพท์เทคนิคที่ถูกต้องผสมผสานกับความใส่ใจ จะช่วยสร้างความไว้วางใจ (Trust) ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดในธุรกิจนี้
หากท่านต้องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้ทีมงานขายหรือฝ่ายสินไหมของท่านอย่างจริงจัง ให้สามารถพูดคุย โต้ตอบ และปิดการขายกับชาวต่างชาติได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทอง
B-Tools Training พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ความสำเร็จของท่าน ด้วยหลักสูตร “English for Insurance Professionals” ที่เน้นการฝึก Role Play ในสถานการณ์จริง เจาะลึกศัพท์ประกันภัย และเทคนิคการเจรจา
👉 ดูรายละเอียดหลักสูตร: English for Insurance Professionals (ภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจประกันภัย)
หรือหากต้องการปรึกษาเพื่อจัดอบรมภายในองค์กร (In-house Training) เพื่อออกแบบเนื้อหาให้ตรงกับผลิตภัณฑ์ของบริษัทท่าน สามารถติดต่อเราได้ที่: ติดต่อ B-Tools Training
Last Updated on February 4, 2026


