ในโลกธุรกิจไร้พรมแดน (Global Business) “การประชุม” คือสมรภูมิสำคัญที่ตัดสินความสำเร็จของโปรเจกต์ การเจรจาการค้า และทิศทางขององค์กร แต่บ่อยครั้งที่บุคลากรที่มีความสามารถกลับไม่สามารถแสดงศักยภาพได้เต็มที่เพียงเพราะกำแพงภาษา ไม่ว่าจะเป็นอาการไม่กล้าพูด (Dead Air), การเรียบเรียงประโยคไม่ทัน, หรือการไม่รู้วิธีขัดจังหวะอย่างสุภาพ
หลักสูตร Meeting Skills in English (ทักษะภาษาอังกฤษสำหรับการประชุม) ของ B-Tools Training ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ เราไม่ได้สอนแค่ไวยากรณ์ (Grammar) แต่เราสอน “กลยุทธ์การสื่อสาร” (Communication Strategy) เพื่อให้ทีมงานของคุณสามารถเข้าร่วมประชุม บริหารการประชุม และปิดการประชุมได้อย่างมืออาชีพ มั่นใจ และเกิดผลลัพธ์จริงทางธุรกิจ
โครงสร้างหลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับการประชุม 5 Modules (Meeting Skills Syllabus)
หลักสูตร Meeting Skills in English สำหรับองค์กร เป็นโปรแกรม In-house Training ระยะยาว 40–120 ชั่วโมง ที่ออกแบบตามกรอบมาตรฐานสากล CEFR เน้นพัฒนาทักษะการเป็นประธานประชุม การเจรจาต่อรอง และการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมแบบ 360 องศา พร้อมระบบประเมินผล Pre-test และ Post-test รายบุคคลส่งฝ่ายบริหาร
หลักสูตร Meeting Skills in English มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะแบบรอบด้าน ครอบคลุมตั้งแต่ผู้เข้าร่วมประชุม (Participant) ไปจนถึงประธานในที่ประชุม (Chairperson) โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 5 โมดูลสำคัญ ดังนี้:
Module 1: Opening & Managing the Agenda (การเปิดประชุมและจัดการวาระ)
-
Setting the Scene: เทคนิคการกล่าวเปิดประชุม (Opening Remarks) ที่ทรงพลังและเป็นทางการ
-
Stating Objectives: การแจ้งวัตถุประสงค์และกำหนดการ (Agenda) ให้ชัดเจน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจทิศทางเดียวกัน
-
Assigning Roles: การมอบหมายหน้าที่ เช่น ผู้จดบันทึกการประชุม (Minute Taker) อย่างมืออาชีพ
Module 2: The Art of Participation (ศิลปะการมีส่วนร่วม)
-
Giving Opinions: การแสดงความคิดเห็นด้วยระดับภาษาที่หลากหลาย (Strong vs. Weak Opinion)
-
Agreeing & Disagreeing: เทคนิคการแสดงความเห็นด้วยและการโต้แย้งอย่างมีศิลปะ (Diplomatic Disagreement) เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งรุนแรง
-
Interrupting Politely: การขอแทรกหรือขัดจังหวะอย่างสุภาพเมื่อต้องการเสริมประเด็นสำคัญ
Module 3: Clarification & Confirmation (การถามทวนและยืนยันความเข้าใจ)
-
Checking Understanding: การใช้ประโยคเพื่อตรวจสอบว่าคู่สนทนาเข้าใจตรงกันหรือไม่
-
Asking for Clarification: เทคนิคการถามเมื่อฟังไม่ทันหรือไม่เข้าใจความหมาย โดยไม่ทำให้ดูไม่เป็นมืออาชีพ
-
Paraphrasing: การทวนประโยคของผู้อื่นด้วยถ้อยคำใหม่ เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูล
Module 4: Problem Solving & Negotiation in Meetings (การแก้ปัญหาและเจรจา)
-
Brainstorming Language: ประโยคที่ใช้กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และการระดมสมอง
-
Compromising: การหาจุดกึ่งกลางและการประนีประนอมเมื่อเกิดข้อขัดแย้งในที่ประชุม
-
Making Decisions: การสรุปมติที่ประชุม (Consensus) ให้ชัดเจนและเด็ดขาด
Module 5: Closing & Follow-up (การปิดประชุมและการติดตามงาน)
-
Summarizing: การสรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways) ก่อนจบการประชุม
-
Action Items: การแจกแจงงานที่ต้องทำต่อ (Who does what by when)
-
Closing Remarks: การกล่าวขอบคุณและปิดการประชุมอย่างน่าประทับใจ
(เครื่องมือใช้งานฟรี: สำหรับผู้ที่ต้องการคัดลอกแม่แบบวาระการประชุมและบันทึกการประชุมภาษาอังกฤษสำเร็จรูป สามารถดูคู่มือและเทมเพลตพร้อมใช้ได้ที่ Template วาระและบันทึกการประชุมภาษาอังกฤษ)
5 ปัญหาใหญ่ที่พบในการประชุมภาษาอังกฤษระดับองค์กร (Meeting Pain Points)
จากการทำ Training Needs Analysis (TNA) กับฝ่าย HR ของหลายองค์กร พบว่าปัญหาหลักที่ทำให้ต้องจัดอบรม Meeting Skills in English หรือ ภาษาอังกฤษสำหรับการประชุม คือ:
-
Thai Silence Phenomenon: พนักงานไทยมักจะเงียบในที่ประชุม (Passive Participant) ไม่กล้าแสดงความเห็น เพราะกลัวพูดผิดไวยากรณ์ หรือกลัวเสียหน้า
-
Lack of Structure: การพูดที่วนไปวนมา ไม่มีโครงสร้าง (Unstructured) ทำให้ผู้ฟังชาวต่างชาติสับสนและจับประเด็นไม่ได้
-
Inability to Interrupt: ไม่รู้วิธีแทรกบทสนทนาเมื่อชาวต่างชาติพูดรัว ทำให้เสียโอกาสในการแย้งหรือเสนอไอเดียสำคัญ
-
Direct Translation Issues: การแปลจากไทยเป็นอังกฤษตรงตัว ทำให้ดูห้วนเกินไป (Too Direct) เช่น พูดว่า “I don’t agree” ตรงๆ แทนที่จะใช้ “I see your point, but…”
-
Minutes Taking Struggle: มีปัญหาในการจดบันทึกการประชุม เพราะจับใจความสำคัญ (Key Message) ไม่ได้จากการฟัง
หลักสูตรนี้จะช่วย Unlock ศักยภาพของบุคลากร เปลี่ยนจาก “ผู้ฟังที่ดี” ให้กลายเป็น “ผู้พูดที่มีประสิทธิภาพ”
(หากท่านต้องการเสริมทักษะการนำเสนอข้อมูลในที่ประชุม สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หลักสูตร Presentation Skills in English ของเรา)
ตัวอย่างการสื่อสาร Before & After: ยกระดับการประชุมสู่มาตรฐานสากล
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าหลักสูตร Meeting Skills in English จะช่วยเปลี่ยนแปลงการประชุมของท่านได้อย่างไร ลองดูตัวอย่างการเปรียบเทียบระหว่างการสื่อสารแบบเดิม (Before) กับแบบมืออาชีพ (After):
Case 1: การขอขัดจังหวะ (Interrupting)
-
สถานการณ์: ต้องการเสริมข้อมูลขณะที่อีกฝ่ายกำลังพูด
-
❌ Before (แบบเดิม): “Wait. I speak now.” หรือ ยกมือแล้วพูดแทรกเลย
-
ผลลัพธ์: ดูเสียมารยาทและก้าวร้าว (Aggressive)
-
-
✅ After (แบบมืออาชีพ): “May I come in here for a moment? I’d like to add a point regarding the timeline.”
-
ผลลัพธ์: สุภาพ นุ่มนวล และได้รับอนุญาตให้พูดอย่างเต็มใจ
-
(คำแนะนำเสริม: หากต้องการศึกษาเทคนิคและสคริปต์การขอแทรกจังหวะการสนทนาอย่างละเอียด 4 ระดับ สามารถอ่านคู่มือเพิ่มเติมได้ที่ วิธีคุมการประชุม ภาษาอังกฤษ และสคริปต์แทรกบทสนทนาอย่างสุภาพ)
Case 2: การแสดงความไม่เห็นด้วย (Disagreeing)
-
สถานการณ์: ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอเรื่องงบประมาณ
-
❌ Before (แบบเดิม): “No. Budget is wrong.”
-
ผลลัพธ์: หักหน้าผู้เสนอและทำลายบรรยากาศการประชุม
-
-
✅ After (แบบมืออาชีพ): “I understand your perspective, but I have some concerns regarding the budget allocation. Have we considered…?”
-
ผลลัพธ์: ใช้เทคนิค “Yes, but…” รักษาความสัมพันธ์และนำไปสู่การถกเถียงที่สร้างสรรค์ (Constructive Discussion)
-
Case 3: การขอให้พูดซ้ำ (Asking for Repetition)
-
สถานการณ์: ฟังคู่สนทนาไม่ทัน
-
❌ Before (แบบเดิม): “What? Speak again.” หรือ “I don’t understand.”
-
ผลลัพธ์: ดูไม่เป็นมืออาชีพและอาจทำให้คู่สนทนาหงุดหงิด
-
-
✅ After (แบบมืออาชีพ): “Could you please elaborate on that last point? I want to make sure I fully understand your proposal.”
-
ผลลัพธ์: แสดงความใส่ใจและต้องการทำความเข้าใจอย่างแท้จริง
-
กรอบแนวคิดและมาตรฐานการอบรมระดับสากล (P.R.E.P. & CEFR Framework)
เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำ Meeting Skills in English ไปใช้ได้จริง B-Tools Training ใช้กรอบแนวคิดและเครื่องมือการสอนระดับสากล:
A. The P.R.E.P. Framework
เราสอนโครงสร้างการพูดที่ช่วยให้แสดงความคิดเห็นได้กระชับและน่าเชื่อถือ:
-
P – Point: บอกประเด็นหลัก
-
R – Reason: บอกเหตุผลสนับสนุน
-
E – Example: ยกตัวอย่างประกอบ
-
P – Point: สรุปประเด็นอีกครั้ง
B. Functional Language Bank
เราแจก “คลังประโยคสำเร็จรูป” (Sentence Starters) แบ่งตามหมวดหมู่การใช้งาน เช่น ประโยคเปิดประชุม, ประโยคโต้แย้ง, ประโยคสรุป ซึ่งผู้เรียนสามารถจำและหยิบไปใช้ได้ทันที (Ready-to-use)
ทบทวนคำศัพท์และสำนวนพื้นฐานก่อนเข้าคลาสได้ที่: คู่มือคำศัพท์การประชุมภาษาอังกฤษและประโยคพูดจริงในองค์กร
C. Meeting Simulation & Video Feedback
เน้นการเรียนรู้แบบ Active Learning:
-
Role Play: จำลองสถานการณ์การประชุมจริงตามโจทย์ธุรกิจ (Business Case) ของลูกค้า เช่น ประชุมวางแผนการตลาด หรือประชุมแก้ไขปัญหาวิกฤต
-
Video Recording: บันทึกวิดีโอระหว่างการ Role Play และเปิดดูย้อนหลังเพื่อให้ Feedback เรื่องภาษากาย (Body Language) และน้ำเสียง
D. Harvard Business Review Etiquette
อ้างอิงมารยาทการประชุมสากลจากบทความของ Harvard Business Review เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจวัฒนธรรมการประชุมของชาวตะวันตก (Western Business Culture)
ผลลัพธ์การเรียนรู้และการวัดผลทักษะรายบุคคล (Learning Outcomes & CEFR Evaluation)
หลังจากผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร Meeting Skills in English ผู้เรียนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทักษะอย่างเป็นรูปธรรม:
-
Lead Confidently: สามารถทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม (Chairperson) ควบคุมเวลา และบริหารจัดการวาระการประชุมเป็นภาษาอังกฤษได้อย่างลื่นไหล
-
Participate Actively: กล้าแสดงความคิดเห็น โต้แย้ง และเสนอแนะไอเดียในที่ประชุมระดับนานาชาติ
-
Handle Difficult Situations: สามารถรับมือกับสถานการณ์ยากลำบาก เช่น การโต้เถียงที่รุนแรง หรือการออกนอกประเด็น ด้วยภาษาที่สุภาพและเด็ดขาด
-
Summarize Effectively: สามารถสรุปใจความสำคัญและสิ่งที่ต้องทำต่อ (Action Plan) ได้อย่างถูกต้อง ลดความเข้าใจผิดหลังจบการประชุม
-
Professional Image: สร้างภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพผ่านการสื่อสารที่ถูกต้องตามกาลเทศะ
ต้องการโซลูชันแบบเร่งรัดใน 1 วันสำหรับทีมของคุณ?
หากองค์กรของท่านต้องการฝึกอบรมแบบสปรินต์ระยะสั้น 1 วัน (6 ชั่วโมง) ที่เน้นเฉพาะการทำ Simulation จำลองสถานการณ์จริงและโค้ชให้ Feedback สดในห้องทันที สามารถดูรายละเอียดรูปแบบ เวิร์กช็อป English for Meetings แบบเข้มข้น 1 วัน
หลักสูตรนี้เหมาะกับใครในองค์กร (Target Audience)
หลักสูตร Meeting Skills in English นี้ ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่น เหมาะสำหรับบุคลากรในทุกระดับที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการประชุม:
-
Project Managers: ผู้ที่ต้องนำประชุมอัปเดตความคืบหน้าโครงการกับทีมงานต่างชาติ
-
Sales & Business Development: ผู้ที่ต้องประชุมเจรจาต่อรองกับลูกค้าและคู่ค้า
-
Executives & Directors: ผู้บริหารที่ต้องเข้าร่วม Board Meeting ระดับภูมิภาค
-
Engineers & Technical Specialists: ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ต้องอธิบายข้อมูลเชิงเทคนิคในที่ประชุม
-
Secretary & Admin: ผู้ที่ต้องจดบันทึกการประชุม (Minutes) และประสานงานนัดหมาย
เลือกรูปแบบที่ตอบโจทย์: หลักสูตร In-house ระยะยาว vs เวิร์กช็อปเร่งด่วน 1 วัน
| หัวข้อการพิจารณา | 🏢 หลักสูตร In-house ระยะยาว | 🎯 เวิร์กช็อปเร่งด่วน 1 วัน |
|---|---|---|
| ระยะเวลาอบรม | 40–120 ชั่วโมง | เข้มข้น 1 วัน (6 ชั่วโมงจบ) |
| สัดส่วนการเรียน | ทฤษฎี/เทคนิค 50% : แบบฝึกหัดและเคส 50% | ฝึกซ้อมบทบาทสมมติ 70% : ทฤษฎี 30% |
| การวัดผลทักษะ | Pre-test & Post-test ตามกรอบ CEFR + รายงานส่ง HR | Live Video Feedback สดรายบุคคลในห้องเรียน |
| การปรับแต่งเนื้อหา | วิเคราะห์ TNA เชิงลึก ออกแบบเคสเฉพาะตามโครงสร้างองค์กร | ปรับเคสการประชุมตามหน้างานจริงของทีมในวันอบรม |
| เป้าหมายที่ตอบโจทย์ | แผนพัฒนาพนักงานประจำปี ปรับพฤติกรรมระยะยาว | แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเร่งด่วน เตรียมประชุมโปรเจกต์ใหม่ |
FAQ – คำถามที่พบบ่อย
หลักสูตร Meeting Skills in English เหมาะกับผู้ที่มีพื้นฐานระดับไหน?
A: แนะนำระดับ Pre-Intermediate ถึง Intermediate ขึ้นไป (พอสื่อสารได้บ้าง) เพื่อให้สามารถโฟกัสที่เทคนิคการประชุมและสำนวนเฉพาะทางได้เต็มที่ หากพื้นฐานยังไม่แน่น เรามีหลักสูตรปรับพื้นฐานให้ก่อนครับ
รับจัดอบรมแบบ In-house Training หรือไม่?
A: ใช่ครับ B-Tools Training เชี่ยวชาญการจัดอบรมภายในองค์กร (In-house) โดยเราสามารถทำ Training Needs Analysis (TNA) เพื่อปรับเนื้อหา Case Study ให้ตรงกับธุรกิจของท่านได้ เช่น เน้นการประชุม Online (Virtual Meeting) หรือการประชุมเจรจาธุรกิจ
หลักสูตร In-house ใช้เวลากี่ชั่วโมง และจัดตารางเรียนอย่างไร?
A: หลักสูตร In-house ใช้เวลา 40–120 ชั่วโมง โดยจัดตารางเรียนให้เหมาะกับพื้นฐานผู้เรียนและเป้าหมายขององค์กร พร้อมประเมินทักษะก่อน–หลังเรียนและรายงานผลให้ฝ่าย HR สำหรับทีมที่ต้องการฝึกแบบเข้มข้น 1 วัน (6 ชั่วโมง) สามารถเลือก English for Meetings Workshop ได้ครับ
มีการสอนเรื่องการประชุมออนไลน์ (Virtual Meeting) ไหม?
A: มีครับ เราได้บรรจุหัวข้อ Virtual Meeting Etiquette และศัพท์เทคนิคสำหรับการประชุมผ่าน Zoom/Teams (เช่น “You are on mute”, “Can you share your screen?”) ไว้ในหลักสูตรด้วย เพื่อให้ทันต่อยุคสมัย
การลงทุนในทักษะ Meeting Skills in English คือการลงทุนเพื่อความสำเร็จของทุกโปรเจกต์ในอนาคต อย่าปล่อยให้กำแพงภาษาทำให้ไอเดียดีๆ ของทีมงานคุณไม่ถูกได้ยิน
B-Tools Training พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ในการพัฒนาศักยภาพทีมงานของคุณสู่ระดับสากล สนใจจัดอบรมหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อเรา ได้ทันทีเพื่อรับข้อเสนอพิเศษ
Last Updated on October 6, 2026


