Transformational Leadership – หลักสูตรภาวะผู้นำเชิงเปลี่ยนแปลง นำองค์กรสู่ยุคใหม่

พัฒนาผู้บริหารและหัวหน้างาน อบรม Transformational Leadership เพื่อเสริมทักษะผู้นำยุคใหม่ พัฒนาวิสัยทัศน์ การสื่อสาร และการสร้างทีมที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
บรรยากาศการอบรมหลักสูตร Leadership Skills พัฒนาทักษะความเป็นผู้นำสำหรับหัวหน้างาน

 

ในยุคที่โลกธุรกิจเผชิญกับคลื่นความเปลี่ยนแปลงถาโถม (Digital Disruption & BANI World) รูปแบบการบริหารแบบเดิมที่เน้นการ “สั่งการและควบคุม” (Command and Control) หรือการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ (Transactional Leadership) อาจไม่เพียงพอที่จะพาองค์กรให้อยู่รอดได้อีกต่อไป องค์กรยุคใหม่ต้องการผู้นำที่สามารถเป็น “ตัวเร่งปฏิกิริยา” (Catalyst) ในการสร้างความเปลี่ยนแปลง หลักสูตร Transformational Leadership หรือ อบรมภาวะผู้นำเชิงเปลี่ยนแปลง จึงเป็นคำตอบสำคัญในการสร้างผู้นำที่ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ “บริหารงาน” แต่สามารถ “ครองใจคน” และนำพาผู้ตามให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองเพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ร่วมกัน

B-Tools Training (บีทูลส์ เทรนนิ่ง) เชื่อว่าภาวะผู้นำไม่ใช่เรื่องของตำแหน่ง (Position) แต่เป็นเรื่องของการกระทำ (Action) และการสร้างอิทธิพล (Influence) การ อบรม Transformational Leadership ของเรามุ่งเน้นการเปลี่ยน Mindset ของหัวหน้างานและผู้บริหาร ให้ก้าวข้ามจากการเป็น Boss สู่การเป็น Leader ที่แท้จริง ผู้นำที่สามารถเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส เปลี่ยนความกลัวให้เป็นความกล้า และเปลี่ยนทีมงานธรรมดาให้กลายเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพสูง (High Performance Team)

 


 

ภาพรวมของหลักสูตร

หลักสูตรนี้ถูกออกแบบโดยอ้างอิงทฤษฎีระดับโลกของ Bass & Avolio ผสมผสานกับ Workshop ที่เน้นการปฏิบัติจริง เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำใน 5 มิติสำคัญ (5 Modules) ดังนี้:

Module 1: The Shift from Transactional to Transformational (จุดเปลี่ยนสู่ผู้นำเชิงเปลี่ยนแปลง)

ทำไมการบริหารแบบเดิมถึงใช้ไม่ได้ผลในยุคนี้?

  • Leadership Evolution: สำรวจวิวัฒนาการของภาวะผู้นำ เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง “ผู้นำเชิงแลกเปลี่ยน” (Transactional) ที่เน้นรางวัลและการลงโทษ กับ “ผู้นำเชิงเปลี่ยนแปลง” (Transformational) ที่เน้นแรงบันดาลใจและวิสัยทัศน์

  • Self-Assessment: ประเมินสไตล์การนำของตนเองในปัจจุบัน เพื่อค้นหาจุดแข็ง (Strengths) และจุดที่ต้องพัฒนา (Areas for Improvement) ในการก้าวสู่การเป็นผู้นำยุคใหม่

Module 2: The 4 I’s of Transformational Leadership (หัวใจสำคัญ 4 ประการ)

เจาะลึกแก่นแท้ของโมเดลผู้นำเชิงเปลี่ยนแปลง

  • 4 I’s of Transformational Leadership: เรียนรู้และฝึกปฏิบัติ 4 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่

    1. Idealized Influence (II): การเป็นแบบอย่างที่ดี มีจริยธรรม และสร้างความศรัทธา (Role Model)

    2. Inspirational Motivation (IM): การสร้างแรงบันดาลใจ สื่อสารวิสัยทัศน์ที่ท้าทาย และปลุกไฟในตัวทีมงาน

    3. Intellectual Stimulation (IS): การกระตุ้นทางปัญญา ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และท้าทายให้ลูกน้องคิดนอกกรอบ

    4. Individualized Consideration (IC): การใส่ใจรายบุคคล เข้าใจความแตกต่าง และเป็นพี่เลี้ยง (Coach/Mentor) ให้ลูกน้องเติบโต

Module 3: Visionary Communication & Storytelling (การสื่อสารวิสัยทัศน์ด้วยเรื่องเล่า)

ผู้นำต้องขาย “อนาคต” ให้เป็น

  • Crafting the Vision: เทคนิคการกำหนดวิสัยทัศน์ (Vision) ที่ชัดเจน จับต้องได้ และเร้าใจ

  • Storytelling for Leaders: ศิลปะการเล่าเรื่องเพื่อโน้มน้าวใจ (Persuasion) เปลี่ยนข้อมูลตัวเลขที่น่าเบื่อ ให้เป็นเรื่องราวที่สร้างอารมณ์ร่วม (Emotional Connection) เพื่อดึงดูดให้ทีมงานอยากมีส่วนร่วมในเป้าหมายใหญ่

Module 4: Leading Change & Managing Resistance (นำการเปลี่ยนแปลงและรับมือแรงต้าน)

เมื่อต้องนำทีมฝ่ามรสุมความเปลี่ยนแปลง

  • Psychology of Change: เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ต่อการเปลี่ยนแปลง (Change Curve) ทำไมคนถึงต่อต้าน และจะเปลี่ยนแรงต้านเป็นความร่วมมือได้อย่างไร

  • Change Agent Skills: บทบาทของผู้นำในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลง การสื่อสารในภาวะวิกฤต และการสร้างความเชื่อมั่น (Trust) เมื่อสถานการณ์ไม่แน่นอน

Module 5: Developing Others & Building Legacy (สร้างคนและส่งต่อความสำเร็จ)

ความสำเร็จสูงสุดของผู้นำ คือการสร้างผู้นำรุ่นต่อไป

  • Coaching & Mentoring: ทักษะการโค้ชเพื่อปลดล็อกศักยภาพทีมงาน ไม่ใช่แค่สั่งงาน แต่สอนให้คิดและทำเป็น

  • Empowerment Culture: การสร้างวัฒนธรรมที่ให้อำนาจตัดสินใจ เพื่อให้ทีมงานมีความเป็นเจ้าของ (Ownership) และเติบโตได้ด้วยตนเอง

(พื้นฐานสำคัญก่อนที่ผู้นำจะเปลี่ยนแปลงผู้อื่นได้ คือต้องมีความรับผิดชอบต่อตนเองก่อน ท่านสามารถเสริมรากฐานนี้ได้ที่หลักสูตร Building Accountability ซึ่งจะช่วยให้ภาวะผู้นำแข็งแกร่งยิ่งขึ้น)

 


 

Pain Point ที่หลักสูตรมุ่งแก้ไข

จากการทำ Training Needs Analysis (TNA) ร่วมกับฝ่ายพัฒนาองค์กร (OD) และ HRD พบว่าปัญหาภาวะผู้นำที่องค์กรต้องการแก้ไขเร่งด่วนด้วย หลักสูตร Transformational Leadership มีดังนี้:

  1. Management without Leadership: หัวหน้างานเก่งเรื่องงาน (Task-oriented) แต่ไม่ได้ใจลูกน้อง (People-oriented) บริหารแบบสั่งการ ทำให้ลูกน้องทำงานแค่ตามหน้าที่ ขาด Passion และความคิดริเริ่ม

  2. Resistance to Change: เมื่อองค์กรมีนโยบายใหม่ หรือนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ พนักงานเกิดการต่อต้าน ไม่ยอมปรับตัว เพราะหัวหน้าไม่สามารถสื่อสารวิสัยทัศน์ (Vision) ให้เห็นภาพความสำเร็จได้

  3. Quiet Quitting: พนักงานหมดไฟ ทำงานไปวันๆ (Burnout) เพราะขาดแรงบันดาลใจ หัวหน้าไม่เคยชมเชย หรือไม่เคย อบรมภาวะผู้นำเชิงเปลี่ยนแปลง เพื่อเรียนรู้วิธีการกระตุ้นแรงจูงใจ (Inspirational Motivation)

  4. Innovation Stagnation: องค์กรขาดนวัตกรรม เพราะหัวหน้าปิดกั้นความคิดเห็น ไม่เปิดโอกาสให้ลูกน้องคิดต่าง (Lack of Intellectual Stimulation) ทำให้ไอเดียดีๆ ตายไปในห้องประชุม

  5. Succession Crisis: องค์กรขาดแคลนผู้นำรุ่นใหม่ เพราะผู้นำปัจจุบันไม่เน้นการสร้างคน (Developing People) หวงวิชา และไม่รู้วิธีเป็น Mentor ที่ดี

  6. Silo & Conflict: เกิดความขัดแย้งระหว่างทีม เพราะต่างคนต่างมองแต่เป้าหมายตัวเอง ขาดผู้นำที่สามารถหลอมรวมเป้าหมายย่อยให้เป็นเป้าหมายใหญ่เดียวกันได้ (Shared Goal)

หลักสูตร Transformational Leadership นี้จะช่วย Unlock ปัญหาเหล่านี้ โดยการเปลี่ยน “ผู้จัดการ” ให้กลายเป็น “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ที่ทีมงานพร้อมจะเดินตามด้วยความเต็มใจ

 


 

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า อบรม Transformational Leadership จะช่วยพลิกโฉมการบริหารทีมได้อย่างไร ลองดูตัวอย่างการเปรียบเทียบ

“โครงสร้างหลักสูตรข้างต้นเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น เนื้อหาในทุกโมดูลสามารถปรับเปลี่ยนและเพิ่มเติมได้ตามบริบทและความต้องการจริงขององค์กร”

Case 1: การนำระบบ AI เข้ามาใช้ในองค์กร

สถานการณ์: บริษัทนำ AI มาช่วยงาน พนักงานกลัวตกงานและต่อต้าน

  • Before (Transactional): หัวหน้าสั่งการ “นี่คือนโยบาย ใครไม่ทำตามจะถูกพิจารณาโทษ” (ใช้พระเดช)

    • ผลลัพธ์: พนักงานทำแบบจำใจ บรรยากาศตึงเครียด แอบนินทาและหางานใหม่

  • After (Transformational): หัวหน้าใช้ Inspirational Motivation สื่อสารว่า “AI ไม่ได้มาแทนที่พวกเรา แต่มาช่วยให้เราไม่ต้องทำงานซ้ำซาก เพื่อให้เราได้ไปทำงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์และมีคุณค่ามากขึ้น นี่คือโอกาสที่เราจะได้ Upskill ไปด้วยกัน”

    • ผลลัพธ์: พนักงานเห็นภาพอนาคต คลายความกังวล และกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เครื่องมือใหม่

Case 2: ทีมงานหมดไฟ ยอดขายตก

สถานการณ์: ทีมขายทำยอดไม่ได้เป้ามา 3 เดือนติด รู้สึกท้อแท้

  • Before (Transactional): หัวหน้าเพิ่มโบนัส (รางวัล) หรือขู่ตัดเงินเดือน (ลงโทษ) เพื่อกระตุ้นยอด

    • ผลลัพธ์: ได้ผลระยะสั้น แต่พนักงานเครียดและ Burnout เร็วขึ้น

  • After (Transformational): หัวหน้าใช้ Individualized Consideration เข้าไปพูดคุยกับลูกน้องทีละคนเพื่อรับฟังปัญหา (Coaching) และใช้ Intellectual Stimulation ชวนทีมระดมสมองหาวิธีการขายแบบใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน

    • ผลลัพธ์: ทีมรู้สึกได้รับการใส่ใจ เกิดไอเดียใหม่ๆ ในการบุกตลาด และยอดขายกลับมาเติบโตอย่างยั่งยืน

Case 3: การแก้ไขปัญหาเรื้อรัง

สถานการณ์: กระบวนการทำงานล่าช้า มีข้อผิดพลาดเดิมๆ ซ้ำซาก

  • Before (Transactional): หัวหน้าหาคนผิดและลงโทษตามกฎระเบียบ

  • After (Transformational): หัวหน้าใช้ Idealized Influence ลงไปดูหน้างานด้วยตัวเอง แสดงความรับผิดชอบร่วมกัน และกระตุ้นให้ทีมกล้าเสนอวิธีแก้ปัญหาแบบนอกกรอบ (Think out of the box)

    • ผลลัพธ์: เกิดนวัตกรรมกระบวนการ (Process Innovation) ที่แก้ปัญหาได้เบ็ดเสร็จ

 


 

เครื่องมือที่ใช้ / กรอบแนวคิดในการเรียน

B-Tools Training นำทฤษฎีภาวะผู้นำระดับโลก มาย่อยให้เข้าใจง่ายและประยุกต์ใช้ได้จริงในบริบทคนไทย:

1. Full Range Leadership Model (Bass & Avolio)

โมเดลที่เปรียบเทียบภาวะผู้นำ 3 แบบ: Laissez-Faire (ปล่อยปละละเลย), Transactional (แลกเปลี่ยน), และ Transformational (เปลี่ยนแปลง) เพื่อให้ผู้เรียนเห็นภาพชัดเจนว่าควรขยับตัวเองไปจุดไหน ท่านสามารถศึกษาข้อมูลเชิงลึกได้ที่ Wikipedia: Transformational leadership

2. The 4 I’s Framework

เครื่องมือหลักของ หลักสูตร Transformational Leadership ที่เน้นการพัฒนา 4 ด้าน: อิทธิพลเชิงอุดมการณ์ (II), การสร้างแรงบันดาลใจ (IM), การกระตุ้นทางปัญญา (IS), และการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล (IC)

3. Kotter’s 8 Steps for Leading Change

กรอบแนวคิดการบริหารการเปลี่ยนแปลง 8 ขั้นตอน ของ John Kotter ที่นำมาประยุกต์ใช้ในการสื่อสารวิสัยทัศน์และสร้างแนวร่วมในการเปลี่ยนแปลงองค์กร

4. Learning Methodology: Active Learning

  • Leadership Mirror: กิจกรรมสะท้อนตัวเองผ่านการประเมิน 360 องศา (จำลอง) เพื่อให้เห็นจุดบอด (Blind Spots) ของตัวเอง

  • Vision Board Workshop: ฝึกการวาดภาพและเล่าเรื่องวิสัยทัศน์ทีมในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ให้ผู้อื่นคล้อยตาม

  • Coaching Role Play: ฝึกบทบาทการเป็นผู้นำที่รับฟังและตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นความคิดลูกน้อง (Intellectual Stimulation)

 


 

เมื่อจบหลักสูตร ผู้เรียนจะสามารถ

หลังจากผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการใน อบรมภาวะผู้นำเชิงเปลี่ยนแปลง ผู้บริหารและหัวหน้างานจะเกิดการเปลี่ยนแปลง (Transformation) ดังนี้:

  1. เป็นต้นแบบที่น่าศรัทธา: สามารถแสดงออกซึ่งพฤติกรรมที่ลูกน้องยอมรับและอยากปฏิบัติตาม (Role Model)

  2. สื่อสารวิสัยทัศน์ได้: สามารถเปลี่ยนเป้าหมายตัวเลขที่แห้งแล้ง ให้เป็นภาพอนาคตที่น่าตื่นเต้นและสร้างแรงบันดาลใจ

  3. กระตุ้นนวัตกรรม: รู้วิธีสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัย (Psychological Safety) ให้ลูกน้องกล้าคิด กล้าทำ และกล้านำเสนอไอเดียใหม่ๆ

  4. เข้าใจความต่าง: สามารถบริหารคนที่มีความหลากหลาย (Diversity) ได้อย่างเหมาะสม ผ่านการใส่ใจรายบุคคล (Individualized Consideration)

  5. นำการเปลี่ยนแปลง: มีทักษะในการบริหารจัดการความเปลี่ยนแปลง ลดแรงต้าน และสร้างความร่วมมือในทีม

  6. สร้างผู้นำรุ่นใหม่: เปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้สั่งงาน” เป็น “ผู้สร้างคน” (Coach & Mentor) เพื่อความยั่งยืนขององค์กร

 


 

กลุ่มเป้าหมาย

หลักสูตร Transformational Leadership นี้เหมาะสำหรับผู้นำที่ต้องการยกระดับศักยภาพสู่การเป็นผู้นำระดับสูง:

  • Senior Managers / Directors: ผู้บริหารระดับสูงที่ต้องกำหนดทิศทางและนำพาองค์กรผ่านการเปลี่ยนแปลง

  • Middle Managers: ผู้จัดการแผนกที่ต้องการเปลี่ยนสไตล์การบริหารจาก Transactional เป็น Transformational

  • Talents / Successors: ผู้ที่ถูกวางตัวให้เป็นผู้นำรุ่นต่อไป (Succession Planning)

  • Change Agents: ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ขับเคลื่อนโปรเจกต์สำคัญหรือการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร

 


 

FAQ – คำถามที่พบบ่อย

Q: ผู้นำแบบ Transactional (สั่งการ/ให้รางวัล) ไม่ดีเหรอ?

A: ไม่ใช่ไม่ดีครับ แต่เหมาะกับสถานการณ์ที่ “นิ่ง” และงานที่เป็น Routine แต่ในโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงเร็ว (Disruption) การบริหารแบบเดิมจะไม่สามารถดึงศักยภาพสูงสุดของคนออกมาได้ เราจึงต้องเติมทักษะ Transformational Leadership เข้าไปเพื่อให้นำทีมฝ่าวิกฤตได้ครับ

Q: เป็นหัวหน้ามือใหม่ (New Manager) เรียนได้ไหม?

A: เรียนได้ครับ แต่แนะนำให้ปูพื้นฐานเรื่องการบริหารจัดการงานทั่วไปก่อน เช่น การมอบหมายงาน หรือการประเมินผล แล้วค่อยต่อยอดด้วยหลักสูตรนี้เพื่อสร้าง “บารมี” และ “วิสัยทัศน์” ครับ

Q: การสร้างแรงบันดาลใจ (Inspirational Motivation) เป็นพรสวรรค์หรือเปล่า ฝึกได้ไหม?

A: ฝึกได้แน่นอนครับ! การสร้างแรงบันดาลใจมี “โครงสร้าง” ของมันอยู่ เช่น การใช้ Storytelling, การเชื่อมโยงเป้าหมายส่วนตัวเข้ากับเป้าหมายทีม ซึ่งในคลาสเราจะมี Workshop ให้ฝึกเรื่องนี้โดยเฉพาะครับ

Q: รับจัดอบรมแบบ In-house Training ไหม?

A: ใช่ครับ B-Tools Training เชี่ยวชาญการจัด In-house Training เราสามารถนำ Core Values หรือ Vision จริงขององค์กรท่าน มาเป็นโจทย์ใน Workshop เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกสื่อสารและวางแผนการนำทีมให้สอดคล้องกับเป้าหมายจริงของบริษัทครับ

 


 

ผู้นำที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่จำนวนผู้ตาม แต่วัดกันที่จำนวนผู้นำที่เขาสร้างขึ้นมา การลงทุนใน หลักสูตร Transformational Leadership คือการลงทุนสร้างแม่ทัพที่แข็งแกร่ง เพื่อนำพาองค์กรของท่านไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน

B-Tools Training พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ในการเจียระไนผู้นำของคุณให้เปล่งประกาย สนใจจัดอบรมหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อเรา ได้ทันทีเพื่อรับข้อเสนอพิเศษ

 

Last Updated on January 19, 2026

Table of Contents

Stress & Burnout Management – หลักสูตรการบริหารจัดการความเครียด และภาวะหมดไฟ

  ในโลกการทำงานยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ การแข่งขัน และการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่ง หลักสูตรบริหารจัดการความเครียด (Stress Management Course) กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่องค์กรชั้นนำให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพราะ “ความเครียด” ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไป แต่มันคือ “ต้นทุนแฝง” ที่กัดกินประสิทธิภาพขององค์กรอย่างเงียบเชียบ เมื่อพนักงานต้องแบกรับ ความเครียดสะสม เป็นเวลานาน โดยไม่มีเครื่องมือในการจัดการที่ถูกต้อง สิ่งที่ตามมาคือ

อ่านต่อ »
แนะนำเมนูอาหารและไวน์ให้ลูกค้าต่างชาติด้วยทักษะ English for Food and Beverage

English Communication for Food & Beverage – หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ปรุงความสำเร็จด้วยการสื่อสารที่เหนือระดับ

ยกระดับทีมบริการด้วยหลักสูตร English for Food and Beverage (ภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม) เน้นเทคนิคแนะนำเมนู Upselling และดูแลลูกค้าชาวต่างชาติ

อ่านต่อ »

Design Thinking Mindset – หลักสูตรกระบวนการคิดเชิงออกแบบ พัฒนาวิธีคิดอย่างเป็นระบบ

อบรมการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking Mindset) ตั้งแต่ Empathize ถึง Prototype เพื่อเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ปรับ Mindset การทำงาน แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์

อ่านต่อ »