หลักสูตร Design Thinking for Business Innovation: กระบวนการคิดเชิงออกแบบเพื่อสร้างนวัตกรรมทางธุรกิจ

เจาะลึกหลักสูตร Design Thinking สำหรับองค์กร (ฉบับปี 2026) ครอบคลุมขั้นตอน เครื่องมือ และกรณีศึกษาล่าสุด

 

หลักสูตร Design Thinking for Business Innovation สำหรับองค์กรเน้นการฝึกทำความเข้าใจผู้ใช้ กำหนดโจทย์ สร้างแนวคิด และทดลองต้นแบบ ผ่าน Workshop ที่เชื่อมกับสถานการณ์การทำงานขององค์กร ผู้เรียนได้ฝึกใช้กรอบการคิดเชิงออกแบบและเครื่องมือ เช่น Empathy Map, How Might We และ Feedback Grid พร้อมประยุกต์ใช้ AI เป็นผู้ช่วยสร้างทางเลือก โดยให้ทีมตรวจสมมติฐานและข้อมูลก่อนนำไปใช้ต่อ

 

วัตถุประสงค์ของหลักสูตร Design Thinking

Design Thinking หรือการคิดเชิงออกแบบ คือแนวทางทำความเข้าใจผู้ใช้ กำหนดโจทย์ สร้างแนวคิด และเรียนรู้จากการทดลองต้นแบบ หลักสูตรนี้จัดการฝึกตาม 5 องค์ประกอบของแนวทาง Stanford d.school ได้แก่ Empathize, Define, Ideate, Prototype และ Test ซึ่งสามารถย้อนกลับไปทบทวนได้ตามข้อมูลที่พบ

ผู้เรียนจะได้ฝึกทั้ง Mindset ในการเปิดรับข้อมูลจากผู้ใช้ Skillset ในการตั้งโจทย์และทดลองแนวคิด และ Toolset สำหรับบันทึกข้อมูล สร้างต้นแบบ และสรุป Feedback เพื่อวางแผนพัฒนาต่อในบริบทองค์กร

ทักษะทางเทคนิคและเครื่องมือ

ผู้เรียนจะได้ฝึกเลือกและใช้เครื่องมือให้เหมาะกับคำถามของโครงการ โดยเชื่อมสิ่งที่ทำใน Workshop กับข้อมูลและข้อจำกัดของงานจริง

  1. Empathy Map & Customer Journey Mapping ฝึกจัดหมวดข้อมูลจากการสัมภาษณ์และสังเกต เพื่อมองประสบการณ์ของผู้ใช้และจุดที่ควรถามต่อ พร้อมแยกข้อมูลที่ได้ยินหรือเห็นจริงจากข้อสันนิษฐานของทีม

  2. How Might We Questioning ฝึกเปลี่ยนประเด็นปัญหาเป็นคำถามปลายเปิดที่มีขอบเขต เพื่อให้ทีมสำรวจแนวทางแก้หลายแบบโดยยังเชื่อมกับความต้องการของผู้ใช้

  3. AI-Assisted Ideation Techniques ฝึกใช้ Generative AI ช่วยเสนอหรือขยายทางเลือก แล้วให้ทีมตรวจความเกี่ยวข้อง ความเป็นไปได้ และสมมติฐานของแต่ละแนวคิด ผลที่ AI สร้างขึ้นยังต้องตรวจด้วยข้อมูลจากผู้ใช้

  4. Rapid Prototyping ฝึกสร้าง Paper Prototype, Storyboard หรือ Mockup เพื่อสื่อสารและทดสอบแนวคิด โดยเลือกความละเอียดของต้นแบบให้เหมาะกับสิ่งที่ต้องการเรียนรู้

  5. Data-Driven Validation ฝึกกำหนดคำถามทดสอบ เก็บ Feedback และบันทึกผลพร้อมข้อจำกัด เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะปรับแนวคิด เก็บข้อมูลเพิ่ม หรือพัฒนาต่อ

การประยุกต์ใช้ในงานจริง

เนื้อหาของหลักสูตรจะเชื่อมโยงกระบวนการคิดเข้ากับการแก้ปัญหาทางธุรกิจที่พบบ่อย 5 ประการ เพื่อให้ผู้เรียนเห็นภาพการนำไปใช้จริง:

  • สินค้าและบริการไม่ตอบโจทย์ตลาด (Market Fit Failure)
    ฝึกใช้ Empathize และ Define สำรวจปัญหาและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย แล้วเลือกสมมติฐานที่จะทดสอบก่อนลงทุนพัฒนาต่อ

  • ทางตันทางความคิดและการแก้ปัญหาแบบเดิมๆ
    ฝึกสร้างทางเลือกด้วยเทคนิค Ideation และใช้ AI ช่วยเสนออีกมุมมอง จากนั้นให้ทีมคัดเลือกแนวคิดตามข้อมูลผู้ใช้และข้อจำกัดของโครงการ

  • ความล่าช้าในการตัดสินใจและการทำงานแบบไซโล
    ฝึกใช้ต้นแบบให้ทีมจากหลายแผนกอธิบายแนวคิดและตรวจความเข้าใจร่วมกัน พร้อมบันทึกประเด็นที่ยังเห็นต่างหรือจำเป็นต้องทดสอบ

  • ลูกค้ายกเลิกบริการหรือไม่พึงพอใจ (Customer Churn)
    ฝึกใช้ Customer Journey Mapping สำรวจประสบการณ์และจุดสะดุด แล้วตั้งคำถามเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนเลือกส่วนของบริการที่จะทดลองปรับ

  • การต่อต้านการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร
    ฝึกทำความเข้าใจประสบการณ์ของพนักงานและข้อจำกัดหน้างาน เพื่อสร้างแนวทางปรับกระบวนการร่วมกันและวางแผนทดลองก่อนขยายผล

หากต้องการทบทวนบทบาทของการคิดที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ประเมินเหตุผล และมองความเชื่อมโยงของระบบ อ่าน 4 ทักษะการคิดสำคัญในยุคดิจิทัล เพื่อเลือกทักษะที่ใช้ร่วมกับโจทย์ Design Thinking ของทีม


 

โครงสร้างหลักสูตร

เนื้อหาแบ่งเป็น 5 โมดูลโดยใช้ 5 องค์ประกอบของแนวทาง Stanford d.school เป็นกรอบในการฝึก พร้อมประยุกต์เครื่องมือดิจิทัลกับบริบทการทำงานขององค์กร การเรียงโมดูลช่วยจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียน ส่วนการทำโครงการจริงสามารถย้อนกลับไปเก็บข้อมูล ปรับโจทย์ หรือทดสอบใหม่ได้

ภาพรวมโมดูลและชิ้นงานจาก Workshop

องค์ประกอบ กิจกรรมหลัก เครื่องมือ ตัวอย่างชิ้นงานจากการฝึก
Empathize สัมภาษณ์หรือฝึกกับข้อมูลผู้ใช้ Empathy Map, Customer Journey บันทึกข้อมูลและประเด็นที่ควรถามต่อ
Define สังเคราะห์ข้อมูลและกำหนดโจทย์ Point of View, How Might We กรอบโจทย์พร้อมข้อมูลสนับสนุนและข้อสมมติ
Ideate สร้างและคัดเลือกทางเลือก Brainstorming, Crazy 8s ชุดแนวคิดพร้อมเกณฑ์คัดเลือก
Prototype สร้างต้นแบบตามคำถามทดสอบ Storyboard, Paper Mockup ต้นแบบสำหรับสื่อสารและเรียนรู้
Test ฝึกเก็บและสรุป Feedback User Feedback Grid บันทึก Feedback และแนวทางปรับต่อ

“โครงสร้างหลักสูตร นี้ เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น เนื้อหาในทุกโมดูลสามารถปรับเปลี่ยนและเพิ่มเติมได้ตามบริบทและความต้องการจริงขององค์กร”

Module 1: Empathize – เข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง

จุดเริ่มต้นของนวัตกรรมคือการเข้าใจมนุษย์ ในโมดูลนี้ผู้เรียนจะได้เรียนรู้วิธีการวางสมมติฐานเดิมลงและเปิดรับมุมมองใหม่ๆ

  • Introduction to Design Thinking : ปูพื้นฐาน Human-Centered Design และการเลือกใช้เครื่องมือกับโจทย์การทำงาน

  • The Beginner’s Mind: ฝึกเปิดรับข้อมูลจากผู้ใช้และตรวจสมมติฐานเดิม เพื่อลดการด่วนสรุปจากประสบการณ์ของทีม

  • Deep Listening & Observation: ฝึกฟัง สังเกต และถามต่อเพื่อสำรวจประสบการณ์ของผู้ใช้ พร้อมบันทึกสิ่งที่พบและข้อสันนิษฐานแยกกัน

  • Workshop: Empathy Map: ฝึกจัดข้อมูลสิ่งที่ผู้ใช้พูด ทำ คิด และรู้สึก โดยระบุแหล่งข้อมูลและส่วนที่ต้องตรวจเพิ่มเติม

Module 2: Define – ระบุปัญหาที่แท้จริง

ข้อมูลมหาศาลจะไม่มีประโยชน์หากไม่สามารถกลั่นกรองออกมาเป็นโจทย์ที่ชัดเจน โมดูลนี้เน้นการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล

  • Data Synthesis & Clustering: กระบวนการรวบรวมข้อมูลดิบจากการลงพื้นที่มาจัดกลุ่มเพื่อหาแบบแผน หรือ Pattern ของปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำๆ

  • Persona Creation: การสร้างตัวแทนกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อให้ทีมงานเข้าใจว่า “เรากำลังแก้ปัญหาให้ใคร” และเขามีพฤติกรรมหรือข้อจำกัดอย่างไร

  • Point of View Statement: การเขียนระบุปัญหาให้คมชัด โดยมีโครงสร้างที่ระบุผู้ใช้งาน ความต้องการ และข้อมูลเชิงลึก เพื่อกำหนดทิศทางของโปรเจกต์ไม่ให้หลงทาง

  • Workshop: Reframing the Problem: เทคนิคการเปลี่ยนกรอบปัญหา เพื่อเปิดมุมมองใหม่และนำไปสู่การตั้งโจทย์ด้วยคำถาม “How Might We”

Module 3: Ideate – ระดมไอเดียสร้างสรรค์

เมื่อมีกรอบโจทย์แล้ว ผู้เรียนจะฝึกสร้างทางเลือกหลายแบบ แลกเปลี่ยนมุมมอง และเลือกแนวคิดที่จะนำไปทดสอบตามเกณฑ์ที่ทีมกำหนด

  • Rules of Brainstorming: เรียนรู้กฎเหล็กของการระดมสมองที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางความคิด หรือ Psychological Safety ที่ทุกคนกล้าเสนอไอเดียแปลกใหม่

  • Hybrid Ideation Techniques: ฝึกใช้เครื่องมือกระตุ้นความคิด เช่น “What if”, “Analogies”, และ “Crazy 8s” ทั้งในรูปแบบกระดาษและดิจิทัลบอร์ด

  • AI-Enhanced Brainstorming: ฝึกใช้ AI ช่วยขยายทางเลือกหรือเสนออีกมุมมอง แล้วให้ทีมตรวจความเกี่ยวข้องและข้อสมมติก่อนคัดเลือกไปทดลอง

  • Workshop: Idea Selection Matrix: การคัดเลือกไอเดียอย่างเป็นระบบด้วยตารางเกณฑ์ Desirability (ความต้องการของผู้ใช้), Viability (ความคุ้มค่าทางธุรกิจ) และ Feasibility (ความเป็นไปได้ทางเทคนิค)

Module 4: Prototype – สร้างต้นแบบเพื่อทดสอบ

แนวคิด “ทำไปคิดไป” คือหัวใจของขั้นตอนนี้ โมดูลนี้เน้นการแปลงไอเดียนามธรรมให้เป็นรูปธรรมที่จับต้องได้

  • Thinking with your hands: ปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการประชุมถกเถียง เป็นการลงมือสร้างสิ่งของเพื่อทดสอบแนวคิด

  • Concept of MVP: เรียนรู้แนวคิด Minimum Viable Product ในการเริ่มเก็บข้อมูลจากผู้ใช้ด้วยขอบเขตที่จำเป็นต่อการทดสอบสมมติฐาน ส่วนต้นแบบใน Workshop เลือกตามคำถามที่จะเรียนรู้ และยังต้องวางแผนเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้งานจริง

  • Prototyping Methods: การเลือกวิธีสร้างต้นแบบให้เหมาะกับโจทย์ เช่น Storyboard สำหรับงานบริการ, Wireframe สำหรับแอปพลิเคชัน หรือ Physical Model สำหรับผลิตภัณฑ์

  • Workshop: Rapid Prototyping: กิจกรรมแบ่งกลุ่มสร้างต้นแบบจริงภายในเวลาจำกัด เพื่อเตรียมนำเสนอ

Module 5: Test – ทดสอบและเรียนรู้

ผู้เรียนจะฝึกนำต้นแบบไปเก็บ Feedback เพื่อเรียนรู้และปรับแนวคิด ผลทดสอบอาจทำให้ต้องกลับไปสำรวจผู้ใช้หรือทบทวนโจทย์อีกครั้ง

  • Testing Protocol: ฝึกกำหนดคำถามและนำเสนอต้นแบบโดยลดการชี้นำ บันทึกการตอบสนองของผู้ใช้ พร้อมระบุข้อจำกัดของวิธีและกลุ่มที่ทดสอบ

  • Feedback Grid: การใช้เครื่องมือเก็บรวบรวม Feedback อย่างเป็นระบบ แบ่งเป็น สิ่งที่ชอบ สิ่งที่ควรปรับ คำถามที่เกิดขึ้น และไอเดียใหม่ๆ

  • Iteration Process: วิเคราะห์สิ่งที่เรียนรู้เพื่อเลือกว่าจะปรับต้นแบบ ทบทวนสมมติฐาน เปลี่ยนแนวทาง หรือเก็บข้อมูลเพิ่มก่อนตัดสินใจ

  • Action Plan: การวางแผนนำโปรเจกต์ต้นแบบไปขยายผลจริงในองค์กร หรือ Implementation Roadmap

 


 

รูปแบบ Workshop และสถานการณ์จำลอง

Workshop เน้นการฝึกใช้เครื่องมือกับกรณีศึกษาหรือโจทย์องค์กร พร้อมรับ Feedback และสะท้อนสิ่งที่เรียนรู้ สัดส่วนกิจกรรมและความละเอียดของชิ้นงานปรับตามเวลาและพื้นฐานของผู้เรียน

“รูปแบบ Workshop นี้ เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น สามารถปรับเปลี่ยนและเพิ่มเติมได้ตามบริบทและความต้องการจริงขององค์กร”

Workshop 1: The “Real” Customer Journey

ผู้เรียนฝึกเขียน Customer Journey Map จากกรณีศึกษาหรือข้อมูลขององค์กร เพื่อระบุประสบการณ์ จุดสะดุด และคำถามที่ต้องตรวจเพิ่มเติม หากใช้โจทย์จำลอง ควรนำกรอบที่ได้ไปตรวจด้วยข้อมูลผู้ใช้จริงก่อนสรุปแนวทางแก้

Workshop 2: Ideation Sprint & Selection

ผู้เรียนฝึกสร้างแนวคิดด้วย Silent Brainstorming แล้วใช้เกณฑ์ เช่น Impact และ Effort ประกอบการคัดเลือก พร้อมบันทึกเหตุผลและสมมติฐานของแนวคิดที่จะทดสอบ การโหวตเป็นส่วนหนึ่งของการเลือกและยังต้องพิจารณาข้อมูลผู้ใช้ร่วมด้วย

Workshop 3: Rapid Prototyping Showdown

กิจกรรมไฮไลท์ที่ผู้เรียนจะต้องแปลงไอเดียเป็นชิ้นงานที่จับต้องได้ภายในเวลาจำกัด และต้องนำเสนอแบบ Pitching เพื่อรับ Feedback สดจากวิทยากรและเพื่อนร่วมคลาส บรรยากาศจะจำลองการนำเสนอโปรเจกต์ต่อผู้บริหาร ซึ่งผู้เรียนจะได้ฝึกทักษะการเล่าเรื่อง หรือ Storytelling ควบคู่ไปกับการรับฟังคำวิจารณ์เพื่อนำไปปรับปรุง

 

ตัวอย่างผลงานที่ผู้เรียนสร้างขึ้นในแต่ละขั้นตอน 

1. Empathize: แบบบันทึกสัมภาษณ์เชิงลึกและ Empathy Map

  • สิ่งที่ได้: แบบบันทึกข้อมูลและ Empathy Map ที่แยกสิ่งที่พบจากข้อสันนิษฐาน พร้อมประเด็นที่ต้องถามผู้ใช้เพิ่มก่อนกำหนดโจทย์

2. Define: Statement ปัญหาแบบเจาะลึก (Point-of-View & Problem Definition)

  • สิ่งที่ได้: กรอบโจทย์ที่ระบุผู้ใช้ ความต้องการ และข้อมูลสนับสนุน พร้อมข้อสมมติที่ทีมยังต้องตรวจ

3. Ideate: ชุดแนวคิดและเกณฑ์คัดเลือกผ่านเทคนิค Crazy 8s

  • สิ่งที่ได้: ชุดแนวคิดและเหตุผลในการเลือกสิ่งที่จะทดลอง โดยจำนวนแนวคิดขึ้นอยู่กับโจทย์ เวลา และขนาดกลุ่ม

4. Prototype: ชิ้นงานจำลองแบบ Low-fidelity (Storyboard, Wireframe, Roleplay)

  • สิ่งที่ได้: Storyboard, Wireframe หรือ Roleplay ที่เลือกให้เหมาะกับคำถามทดสอบ เพื่อสื่อสารแนวคิดและรับ Feedback ก่อนพัฒนาต่อ

5. Test: ตาราง User Feedback Grid

  • สิ่งที่ได้: Feedback Grid ที่บันทึกสิ่งที่พบ คำถาม และข้อจำกัด พร้อมแนวทางปรับต้นแบบหรือเก็บข้อมูลเพิ่ม หากรับ Feedback จากเพื่อนในชั้นเรียน ควรทดสอบกับผู้ใช้เป้าหมายเพิ่มเติมก่อนนำไปขยายผล

 


 

กลุ่มเป้าหมาย

หลักสูตรนี้มีความยืดหยุ่นและเหมาะสำหรับบุคลากรหลากหลายระดับที่ต้องการเครื่องมือใหม่ๆ ในการทำงาน

  • Business Leaders & Managers: ผู้บริหารที่ต้องการเครื่องมือในการบริหารจัดการนวัตกรรม สร้างวัฒนธรรมองค์กร และสร้างทีมที่กล้าคิดกล้าทำ

  • Product Owners & Project Managers: ผู้ที่รับผิดชอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ที่ต้องการลดความเสี่ยงในการลงทุนและต้องการส่งมอบงานที่ตรงใจลูกค้ามากที่สุด

  • Marketing & Sales Teams: ทีมงานด่านหน้าที่ต้องการเครื่องมือในการเจาะลึก Insight ของลูกค้าเพื่อวางกลยุทธ์การตลาดและการขายที่เฉียบคม

  • HR & OD Teams: ฝ่ายพัฒนาองค์กรที่ต้องการนำกระบวนการ Design Thinking ไปปรับปรุงประสบการณ์พนักงาน เพื่อสร้างความผูกพันในองค์กร

  • Cross-Functional Teams: ทีมงานจากหลากหลายแผนกที่ต้องทำงานร่วมกันในโปรเจกต์ใหม่ๆ ซึ่งต้องการภาษากลางและกระบวนการทำงานที่ลดความขัดแย้ง

 

ระยะเวลาอบรม

Standard Course (1 วัน): เวลา 09:00–16:00 น. ปูพื้นฐานและฝึกใช้เครื่องมือครบ 5 องค์ประกอบผ่านโจทย์สั้น เหมาะกับทีมที่เริ่มเรียนรู้กระบวนการและต้องการกรอบไปทดลองต่อ

Intensive Bootcamp (2 วัน): เพิ่มเวลาฝึกกับโจทย์องค์กร สร้างต้นแบบ และเตรียมแผนทดสอบ หากต้องการเก็บข้อมูลนอกสถานที่ ควรตกลงการเข้าถึงผู้ใช้ เวลา และทรัพยากรล่วงหน้า

หัวข้อเปรียบเทียบ หลักสูตร 1 วัน หลักสูตร 2 วัน
เป้าหมายหลัก ปูพื้นฐานและฝึกเครื่องมือผ่านโจทย์สั้น ฝึกกับโจทย์องค์กรและพัฒนาต้นแบบให้ละเอียดขึ้น
กลุ่มเป้าหมาย พนักงานและหัวหน้างานที่เริ่มเรียนรู้ ทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทีมกลยุทธ์ หรือคณะทำงานนวัตกรรม
สิ่งส่งมอบเบื้องต้น กรอบโจทย์ แนวคิด และแผนทดลอง ต้นแบบ บันทึก Feedback และแผนพัฒนาต่อ

 

สิ่งส่งมอบขึ้นอยู่กับโจทย์และข้อมูลที่เตรียมมา การอบรม 1–2 วันเป็นช่วงฝึกและวางแนวทาง ไม่ได้ครอบคลุมการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือยืนยันผลทางธุรกิจทั้งหมด


 

สิ่งที่ผู้เข้าเรียนจะได้รับ

ผู้เรียนจะได้ฝึกทักษะและเครื่องมือต่อไปนี้ผ่านกิจกรรมและชิ้นงานในชั้นเรียน การพัฒนาต่อควรนำไปทดลองกับงานจริงและติดตามสิ่งที่เรียนรู้

  1. Systematic Problem Solving Skill ฝึกกำหนดโจทย์ บันทึกสมมติฐาน และใช้ข้อมูลประกอบการเลือกสิ่งที่จะทดลอง พร้อมพิจารณาข้อจำกัดก่อนสรุปแนวทางแก้

  2. Creative Confidence ฝึกเสนอแนวคิด รับ Feedback และปรับงานในพื้นที่การเรียนรู้ เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับการทดลองและเรียนรู้จากสิ่งที่ยังไม่เป็นไปตามคาด

  3. Collaborative Communication ฝึกใช้ต้นแบบและคำอธิบายที่มีโครงสร้างในการแลกเปลี่ยนมุมมองกับทีม พร้อมบันทึกสิ่งที่เข้าใจตรงกันและประเด็นที่ยังต้องตรวจ

  4. Empathy Mindset ฝึกฟังและสำรวจประสบการณ์ของผู้ใช้หรือเพื่อนร่วมงาน โดยตรวจความเข้าใจแทนการสรุปแทนผู้อื่นจากมุมมองของตน

  5. Modern Toolkit ฝึกใช้เครื่องมือ เช่น Empathy Map, How Might We, Storyboard และ Feedback Grid โดยเลือกให้เหมาะกับโจทย์และปรับใช้กับบริบทการทำงานของทีม

สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาวัฒนธรรมนวัตกรรมในภาพรวมได้ใน บริการอบรมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Innovation & Creativity)


 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ควรจัดอบรมรุ่นละกี่คนเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด?

A: เบื้องต้นแนะนำ 25–30 ท่านต่อรุ่นสำหรับกิจกรรมกลุ่ม โดยพิจารณาร่วมกับความเข้มข้นของ Workshop และเวลาที่ใช้ให้ Feedback หากมีผู้เรียนมากกว่านี้ สามารถหารือการแบ่งรุ่นหรือทีมดูแลเพิ่มเติมตามรูปแบบที่ตกลง

Q: ผู้เข้าอบรมจำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านการออกแบบหรือศิลปะหรือไม่?

A: ไม่จำเป็น หลักสูตรนี้ออกแบบมาสำหรับคนทำงานธุรกิจและบุคคลทั่วไป หรือ Non-designers โดยเนื้อหาเน้นที่กระบวนการคิดและตรรกะในการแก้ปัญหา มากกว่าทักษะความสวยงามทางศิลปะ

Q: สามารถปรับเนื้อหาให้เข้ากับธุรกิจเฉพาะทางได้หรือไม่?

A: ได้ ทางทีมงานสามารถปรับเปลี่ยน Case Study และโจทย์ Workshop ให้ตรงกับอุตสาหกรรมของท่าน เช่น ธุรกิจยานยนต์ การเงิน อสังหาริมทรัพย์ หรือค้าปลีก เพื่อให้ผู้เรียนเห็นภาพการนำไปใช้จริงได้ชัดเจนที่สุด

Q: มีการติดตามผลหลังการอบรมหรือไม่?

A: สามารถหารือบริการเสริม Project Consultation หรือ Coaching Session เพื่อทบทวนโครงการที่เริ่มในชั้นเรียน โดยกำหนดขอบเขต ช่วงเวลา และสิ่งส่งมอบเพิ่มเติมตามความต้องการขององค์กร

 

ต้องการพัฒนาทักษะ Design Thinking ให้กับทีมงานของคุณ?

หารือโจทย์ ผู้เรียน ระยะเวลา และสิ่งส่งมอบที่ต้องการ เพื่อปรับกิจกรรมให้เหมาะกับองค์กร ดู ขอใบเสนอราคาและบริการอบรม Design Thinking หรือ ภาพรวมบริการฝึกอบรม Soft Skills สำหรับองค์กร

Last Updated on October 7, 2026

Picture of B Tools Training
B Tools Training

ที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ด้านการฝึกอบรมองค์กร เชื่อมโยงคน ผลงาน และเป้าหมายธุรกิจ เพื่อผลลัพธ์ที่วัดได้

Table of Contents

หลักสูตร Growth Mindset (กรอบความคิดแบบเติบโต): กุญแจสู่ความสำเร็จในการทำงาน

  ในโลกธุรกิจยุคปัจจุบันที่ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรายวัน (VUCA World) ความเก่งกาจทางวิชาการ (Hard Skills) อาจไม่ใช่เครื่องการันตีความสำเร็จอีกต่อไป สิ่งที่แยกแยะระหว่าง “ผู้ที่อยู่รอด” และ “ผู้ที่ล้มเหลว” คือกรอบความคิด ทักษะ Growth Mindset หรือ กรอบแนวคิดแบบเติบโต จึงกลายเป็น DNA

อ่านต่อ »

หลักสูตรผู้บริหารยุคใหม่: เจาะลึกทักษะผู้นำและแนวทางเลือกคอร์สอบรมที่ตอบโจทย์องค์กร

  การดำเนินธุรกิจในปัจจุบันเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งจากการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของปัญญาประดิษฐ์ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้รูปแบบการบริหารจัดการแบบดั้งเดิมไม่สามารถตอบสนองต่อปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างทันท่วงที องค์กรชั้นนำจึงหันมาให้ความสำคัญกับการออกแบบและเลือกใช้หลักสูตรผู้บริหารยุคใหม่ เพื่อยกระดับศักยภาพของผู้นำให้มีความยืดหยุ่น สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และพร้อมนำพาทีมงานข้ามผ่านทุกวิกฤต การลงทุนในบุคลากรระดับบริหารไม่เพียงแต่เป็นการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน   ภาพรวมและนิยาม: หลักสูตรผู้บริหารยุคใหม่ คืออะไร และทำไมองค์กรจึงต้องเร่ง Upskill ผู้นำ? หลักสูตรผู้บริหารยุคใหม่

อ่านต่อ »

English for Finance Professionals – หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับฝ่ายการเงินและนักบัญชี เพื่อการสื่อสารข้อมูลเชิงตัวเลขอย่างแม่นยำและเป็นมืออาชีพ

ยกระดับทีมบัญชีด้วยหลักสูตร English for Finance (ภาษาอังกฤษสำหรับฝ่ายการเงิน) เน้นศัพท์เทคนิค การเขียนรายงาน และนำเสนอตัวเลขอย่างมืออาชีพ

อ่านต่อ »
Scroll to Top