ในภูมิทัศน์ธุรกิจปี 2026 ที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงาน การมีแค่ข้อมูลเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป องค์กรชั้นนำทั่วโลกต่างตระหนักว่า เทคโนโลยีเป็นเพียง “ตัวเร่ง” แต่ “ทิศทาง” ต้องถูกกำหนดด้วยความเข้าใจมนุษย์อย่างลึกซึ้ง
หลักสูตร Design Thinking ฉบับปรับปรุงใหม่นี้ ไม่ได้สอนเพียงแค่ทฤษฎีการออกแบบแบบดั้งเดิม แต่มุ่งเน้นการสร้าง Innovation Mindset ที่ผสานความสามารถของมนุษย์เข้ากับศักยภาพของ AI โดยยึดหลักการ Double Diamond เพื่อให้บุคลากรสามารถเปลี่ยนปัญหาที่ซับซ้อนให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ ผ่านเครื่องมือ Human-Centered Design ที่ทันสมัย ช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุน และเพิ่มความแม่นยำในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัล
วัตถุประสงค์ของหลักสูตร Design Thinking
หลักสูตรนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรใน 3 มิติหลัก ได้แก่ Mindset (ทัศนคติ), Skillset (ทักษะ) และ Toolset (เครื่องมือสมัยใหม่) โดยมีวัตถุประสงค์เชิงปฏิบัติการดังนี้
ทักษะทางเทคนิคและเครื่องมือ
ผู้เรียนจะได้รับการฝึกฝนการใช้เครื่องมือมาตรฐานสากลที่ถูกอัปเกรดให้เข้ากับบริบทการทำงานปัจจุบัน:
-
Empathy Map & Customer Journey Mapping การเรียนรู้วิธี “ถอดรหัส” พฤติกรรมและความรู้สึกของลูกค้า เปลี่ยนข้อมูลดิบจากการสังเกตให้เป็น Insight ที่จับต้องได้ และความสามารถในการเขียนแผนผังการเดินทางของลูกค้าเพื่อระบุจุดสะดุด หรือ Pain Point ได้อย่างแม่นยำในทุกช่องทาง ทั้งออนไลน์และออฟไลน์
-
How Might We Questioning เทคนิคการตั้งโจทย์นวัตกรรมขั้นสูง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเริ่มโปรเจกต์ เปลี่ยนจากประโยคปัญหาที่ตันและชวนให้ท้อถอย ให้กลายเป็นประโยคคำถามปลายเปิดที่กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และเชื้อเชิญให้ทีมงานอยากเข้ามาช่วยกันหาคำตอบ
-
AI-Assisted Ideation Techniques การใช้เทคนิคระดมสมองสมัยใหม่ที่ผสานความคิดสร้างสรรค์ของคนเข้ากับ Generative AI เพื่อขยายขอบเขตของไอเดียให้กว้างไกลกว่าเดิม ช่วยให้ทีมงานสามารถผลิตไอเดียจำนวนมากและหลากหลายภายในเวลาที่สั้นลงกว่ากระบวนการแบบดั้งเดิม
-
Rapid Prototyping ทักษะการสร้างต้นแบบเพื่อสื่อสารไอเดีย ตั้งแต่การร่างบนกระดาษ หรือ Paper Prototype ไปจนถึงการใช้เครื่องมือดิจิทัลสร้าง Mockup อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ทีมงานและผู้บริหารเห็นภาพเดียวกันโดยไม่ต้องเสียเวลาและงบประมาณในการสร้างของจริง
-
Data-Driven Validation กระบวนการทดสอบสมมติฐานทางธุรกิจด้วยการเก็บ Feedback จริงจากกลุ่มเป้าหมาย และการวิเคราะห์ผลลัพธ์อย่างเป็นวิทยาศาสตร์เพื่อตัดสินใจทิศทางของโครงการต่อไป ว่าควรไปต่อหรือควรปรับเปลี่ยน
การประยุกต์ใช้ในงานจริง
เนื้อหาของหลักสูตรจะเชื่อมโยงกระบวนการคิดเข้ากับการแก้ปัญหาทางธุรกิจที่พบบ่อย 5 ประการ เพื่อให้ผู้เรียนเห็นภาพการนำไปใช้จริง:
-
สินค้าและบริการไม่ตอบโจทย์ตลาด (Market Fit Failure)
หลายครั้งที่องค์กรทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่เมื่อเปิดตัวกลับไม่มียอดขาย หลักสูตรนี้จะสอนให้ใช้ขั้นตอน Empathize และ Define เพื่อยืนยันความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าก่อนเริ่มกระบวนการผลิต ลดความเสี่ยงในการ “สร้างสิ่งที่ไม่มีใครต้องการ” -
ทางตันทางความคิดและการแก้ปัญหาแบบเดิมๆ
ทีมงานมักยึดติดกับกรอบความคิดเดิม หรือ Fixed Mindset ทำให้แก้ปัญหาด้วยวิธีการเดิมและได้ผลลัพธ์ที่ไม่เปลี่ยนแปลง เราจะใช้เทคนิค Ideation ขั้นสูงร่วมกับ AI เพื่อทลายกำแพงความคิดและสร้างทางเลือกใหม่ๆ ที่เป็นไปได้ทางธุรกิจ -
ความล่าช้าในการตัดสินใจและการทำงานแบบไซโล
การสื่อสารระหว่างแผนกมักเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน การใช้ Prototype เป็นเครื่องมือสื่อสารเชิงภาพ หรือ Visual Communication จะช่วยให้ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นการตลาด ไอที หรือฝ่ายขาย เห็นภาพเดียวกันทันที ลดเวลาถกเถียงและตัดสินใจบนพื้นฐานของสิ่งที่จับต้องได้ -
ลูกค้ายกเลิกบริการหรือไม่พึงพอใจ (Customer Churn)
เมื่อไม่เข้าใจว่าทำไมลูกค้าถึงหนีไปหาคู่แข่ง การใช้ Customer Journey Mapping จะช่วยวิเคราะห์ทุกขั้นตอนที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ เพื่อหาจุดที่เป็นปัญหาและออกแบบประสบการณ์ใหม่ หรือ Service Redesign ที่ลื่นไหลกว่าเดิม -
การต่อต้านการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร
การนำระบบหรือกระบวนการทำงานใหม่มาใช้มักถูกต่อต้านจากพนักงาน หลักสูตรนี้จะสอนให้ประยุกต์ใช้ Design Thinking กับ “พนักงาน” หรือ Employee Experience เพื่อทำความเข้าใจปัญหาของผู้ปฏิบัติงาน และออกแบบกระบวนการเปลี่ยนผ่านที่ทุกคนมีส่วนร่วมและยอมรับได้ง่ายขึ้น
โครงสร้างหลักสูตร
เนื้อหาการอบรมมีความเข้มข้น แบ่งออกเป็น 5 โมดูลตามมาตรฐานของ Stanford d.school โดยเน้นรูปแบบการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ หรือ Action-Based Learning ในทุกขั้นตอน พร้อมเสริมเครื่องมือดิจิทัลสำหรับปี 2026
“โครงสร้างหลักสูตร นี้ เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น เนื้อหาในทุกโมดูลสามารถปรับเปลี่ยนและเพิ่มเติมได้ตามบริบทและความต้องการจริงขององค์กร”
Module 1: Empathize – เข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง
จุดเริ่มต้นของนวัตกรรมคือการเข้าใจมนุษย์ ในโมดูลนี้ผู้เรียนจะได้เรียนรู้วิธีการวางสมมติฐานเดิมลงและเปิดรับมุมมองใหม่ๆ
-
Introduction to Design Thinking 2026: ปูพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิด Human-Centered Design ในบริบทธุรกิจยุค AI และทำไมองค์กรระดับโลกจึงให้ความสำคัญ
-
The Beginner’s Mind: เทคนิคการปรับทัศนคติให้เป็นผู้ไม่รู้ เพื่อเปิดรับข้อมูลใหม่โดยปราศจากอคติหรือประสบการณ์ในอดีตมาครอบงำ
-
Deep Listening & Observation: เทคนิคการสังเกตพฤติกรรมลูกค้าและการสัมภาษณ์เชิงลึก เพื่อขุดค้นสิ่งที่ลูกค้าไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่เป็นความต้องการที่ซ่อนอยู่ (Latent Needs)
-
Workshop: Empathy Map: ฝึกปฏิบัติการใช้เครื่องมือเพื่อวิเคราะห์และจัดหมวดหมู่ข้อมูลสิ่งที่ลูกค้า พูด คิด ทำ และรู้สึก เพื่อให้เห็นภาพรวมของลูกค้าในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
Module 2: Define – ระบุปัญหาที่แท้จริง
ข้อมูลมหาศาลจะไม่มีประโยชน์หากไม่สามารถกลั่นกรองออกมาเป็นโจทย์ที่ชัดเจน โมดูลนี้เน้นการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล
-
Data Synthesis & Clustering: กระบวนการรวบรวมข้อมูลดิบจากการลงพื้นที่มาจัดกลุ่มเพื่อหาแบบแผน หรือ Pattern ของปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำๆ
-
Persona Creation: การสร้างตัวแทนกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อให้ทีมงานเข้าใจว่า “เรากำลังแก้ปัญหาให้ใคร” และเขามีพฤติกรรมหรือข้อจำกัดอย่างไร
-
Point of View Statement: การเขียนระบุปัญหาให้คมชัด โดยมีโครงสร้างที่ระบุผู้ใช้งาน ความต้องการ และข้อมูลเชิงลึก เพื่อกำหนดทิศทางของโปรเจกต์ไม่ให้หลงทาง
-
Workshop: Reframing the Problem: เทคนิคการเปลี่ยนกรอบปัญหา เพื่อเปิดมุมมองใหม่และนำไปสู่การตั้งโจทย์ด้วยคำถาม “How Might We”
Module 3: Ideate – ระดมไอเดียสร้างสรรค์
เมื่อโจทย์ชัดเจน ขั้นตอนต่อไปคือการหาคำตอบที่หลากหลาย โมดูลนี้จะปลดล็อคศักยภาพความคิดสร้างสรรค์ของทีมงานด้วยพลังของ Collaborative Intelligence
-
Rules of Brainstorming: เรียนรู้กฎเหล็กของการระดมสมองที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางความคิด หรือ Psychological Safety ที่ทุกคนกล้าเสนอไอเดียแปลกใหม่
-
Hybrid Ideation Techniques: ฝึกใช้เครื่องมือกระตุ้นความคิด เช่น “What if”, “Analogies”, และ “Crazy 8s” ทั้งในรูปแบบกระดาษและดิจิทัลบอร์ด
-
AI-Enhanced Brainstorming: สาธิตวิธีการใช้ AI ช่วยต่อยอดไอเดีย เพื่อให้ได้มุมมองที่คาดไม่ถึงและก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์
-
Workshop: Idea Selection Matrix: การคัดเลือกไอเดียอย่างเป็นระบบด้วยตารางเกณฑ์ Desirability (ความต้องการของผู้ใช้), Viability (ความคุ้มค่าทางธุรกิจ) และ Feasibility (ความเป็นไปได้ทางเทคนิค)
Module 4: Prototype – สร้างต้นแบบเพื่อทดสอบ
แนวคิด “ทำไปคิดไป” คือหัวใจของขั้นตอนนี้ โมดูลนี้เน้นการแปลงไอเดียนามธรรมให้เป็นรูปธรรมที่จับต้องได้
-
Thinking with your hands: ปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการประชุมถกเถียง เป็นการลงมือสร้างสิ่งของเพื่อทดสอบแนวคิด
-
Concept of MVP: เรียนรู้แนวคิด Minimum Viable Product หรือการทำน้อยแต่ได้ผลลัพธ์การเรียนรู้มากที่สุด เพื่อประหยัดทรัพยากร
-
Prototyping Methods: การเลือกวิธีสร้างต้นแบบให้เหมาะกับโจทย์ เช่น Storyboard สำหรับงานบริการ, Wireframe สำหรับแอปพลิเคชัน หรือ Physical Model สำหรับผลิตภัณฑ์
-
Workshop: Rapid Prototyping: กิจกรรมแบ่งกลุ่มสร้างต้นแบบจริงภายในเวลาจำกัด เพื่อเตรียมนำเสนอ
Module 5: Test – ทดสอบและเรียนรู้
ขั้นตอนสุดท้ายคือการนำต้นแบบไปเผชิญหน้ากับความจริง เพื่อเรียนรู้และปรับปรุง
-
Testing Protocol: ขั้นตอนการนำเสนอต้นแบบให้ผู้ใช้งานทดสอบโดยไม่ชี้นำ หรือ Unbiased Testing เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นจริงที่สุด
-
Feedback Grid: การใช้เครื่องมือเก็บรวบรวม Feedback อย่างเป็นระบบ แบ่งเป็น สิ่งที่ชอบ สิ่งที่ควรปรับ คำถามที่เกิดขึ้น และไอเดียใหม่ๆ
-
Iteration Process: กระบวนการนำผลลัพธ์มาวิเคราะห์เพื่อตัดสินใจว่าจะปรับปรุงแก้ไข หรือที่เรียกว่า Pivot หรือจะเดินหน้าต่อในทิศทางเดิม
-
Action Plan: การวางแผนนำโปรเจกต์ต้นแบบไปขยายผลจริงในองค์กร หรือ Implementation Roadmap
รูปแบบ Workshop และสถานการณ์จำลอง
การเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ หลักสูตรนี้จึงออกแบบให้มีสัดส่วน Workshop สูงถึง 70% โดยจำลองสถานการณ์จริงทางธุรกิจ
“รูปแบบ Workshop นี้ เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น สามารถปรับเปลี่ยนและเพิ่มเติมได้ตามบริบทและความต้องการจริงขององค์กร”
Workshop 1: The “Real” Customer Journey
ในกิจกรรมนี้ ผู้เรียนจะได้รับโจทย์ Case Study ที่สะท้อนปัญหาจริงของธุรกิจยุคปัจจุบัน หรืออาจใช้โจทย์จริงขององค์กร ผู้เรียนจะต้องร่วมกันวิเคราะห์และเขียน Customer Journey Map เพื่อระบุ Touchpoint ที่เป็นจุดวิกฤตที่ทำให้ลูกค้าเกิดความไม่พอใจ กิจกรรมนี้จะช่วยให้เห็นภาพรวมของธุรกิจในมุมมองของลูกค้าอย่างชัดเจนที่สุด
Workshop 2: Ideation Sprint & Selection
กิจกรรมการระดมสมองที่แข่งกับเวลา ผู้เรียนจะได้ฝึกเทคนิค Silent Brainstorming เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมโดยไม่ถูกชักนำโดยเสียงส่วนใหญ่ จากนั้นจะทำการโหวตเลือกไอเดียที่ดีที่สุดโดยใช้เกณฑ์ Impact vs Effort Matrix เพื่อฝึกการตัดสินใจแบบผู้บริหารที่ต้องมองทั้งความแปลกใหม่และความคุ้มค่าในการลงทุน
Workshop 3: Rapid Prototyping Showdown
กิจกรรมไฮไลท์ที่ผู้เรียนจะต้องแปลงไอเดียเป็นชิ้นงานที่จับต้องได้ภายในเวลาจำกัด และต้องนำเสนอแบบ Pitching เพื่อรับ Feedback สดจากวิทยากรและเพื่อนร่วมคลาส บรรยากาศจะจำลองการนำเสนอโปรเจกต์ต่อผู้บริหาร ซึ่งผู้เรียนจะได้ฝึกทักษะการเล่าเรื่อง หรือ Storytelling ควบคู่ไปกับการรับฟังคำวิจารณ์เพื่อนำไปปรับปรุง
กลุ่มเป้าหมาย
หลักสูตรนี้มีความยืดหยุ่นและเหมาะสำหรับบุคลากรหลากหลายระดับที่ต้องการเครื่องมือใหม่ๆ ในการทำงาน
-
Business Leaders & Managers: ผู้บริหารที่ต้องการเครื่องมือในการบริหารจัดการนวัตกรรม สร้างวัฒนธรรมองค์กร และสร้างทีมที่กล้าคิดกล้าทำ
-
Product Owners & Project Managers: ผู้ที่รับผิดชอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ที่ต้องการลดความเสี่ยงในการลงทุนและต้องการส่งมอบงานที่ตรงใจลูกค้ามากที่สุด
-
Marketing & Sales Teams: ทีมงานด่านหน้าที่ต้องการเครื่องมือในการเจาะลึก Insight ของลูกค้าเพื่อวางกลยุทธ์การตลาดและการขายที่เฉียบคม
-
HR & OD Teams: ฝ่ายพัฒนาองค์กรที่ต้องการนำกระบวนการ Design Thinking ไปปรับปรุงประสบการณ์พนักงาน เพื่อสร้างความผูกพันในองค์กร
-
Cross-Functional Teams: ทีมงานจากหลากหลายแผนกที่ต้องทำงานร่วมกันในโปรเจกต์ใหม่ๆ ซึ่งต้องการภาษากลางและกระบวนการทำงานที่ลดความขัดแย้ง
ระยะเวลาอบรม
-
Standard Course (2 วัน): เวลา 09:00 – 16:00 น. ครอบคลุมเนื้อหาทฤษฎีและ Workshop ครบทั้ง 5 ขั้นตอน เหมาะสำหรับการปูพื้นฐานและฝึกทักษะให้แน่น
-
Intensive Bootcamp (3 วัน): เพิ่มช่วง Field Work หรือการออกไปเก็บข้อมูลจริงนอกสถานที่และกลับมานำเสนอ เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการผลลัพธ์เป็นโครงร่างโปรเจกต์จริงเพื่อนำไปพัฒนาต่อ
สิ่งที่ผู้เข้าเรียนจะได้รับ
เมื่อสำเร็จหลักสูตรนี้ ผู้เรียนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาศักยภาพใน 5 ด้านสำคัญ ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งตัวบุคคลและองค์กร
-
Systematic Problem Solving Skill ผู้เรียนจะเปลี่ยนวิธีการทำงานจากการแก้ปัญหาด้วย “ความรู้สึก” หรือประสบการณ์เดิมๆ มาเป็นการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ มีขั้นตอนชัดเจน และตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลจริง ซึ่งช่วยลดโอกาสความผิดพลาด
-
Creative Confidence มีความมั่นใจในการนำเสนอไอเดียใหม่ๆ กล้าคิดนอกกรอบ และไม่กลัวความล้มเหลว เพราะเข้าใจกระบวนการทดสอบและเรียนรู้ หรือแนวคิด Fail Fast, Learn Faster ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของนวัตกร
-
Collaborative Communication สามารถสื่อสารไอเดียที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายผ่านการทำ Prototype ช่วยลดช่องว่างในการสื่อสารระหว่างแผนก ลดความขัดแย้งในการทำงานร่วมกับผู้อื่น และทำให้การประชุมมีประสิทธิภาพมากขึ้น
-
Empathy Mindset มีความสามารถในการ “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” อย่างแท้จริง เข้าใจความต้องการของลูกค้าและเพื่อนร่วมงานลึกซึ้งกว่าเดิม ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของภาวะผู้นำยุคใหม่ที่ต้องบริหารงานด้วยความเข้าใจ
-
Modern Toolkit ได้รับชุดเครื่องมือ หรือ Toolkit ที่อัปเดตสำหรับปี 2026 ที่สามารถนำกลับไปใช้งานได้ทันทีในวันรุ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเทมเพลตสำหรับการประชุม การวางแผนงาน หรือเครื่องมือช่วยระดมสมองแบบ Hybrid
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ควรจัดอบรมรุ่นละกี่คนเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด?
A: เพื่อให้วิทยากรสามารถดูแล ให้คำแนะนำ และทำ Coaching ในช่วง Workshop ได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพสูงสุด เราแนะนำจำนวนผู้เข้าอบรมไม่เกิน 25-30 ท่านต่อรุ่น
Q: ผู้เข้าอบรมจำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านการออกแบบหรือศิลปะหรือไม่?
A: ไม่จำเป็น หลักสูตรนี้ออกแบบมาสำหรับคนทำงานธุรกิจและบุคคลทั่วไป หรือ Non-designers โดยเนื้อหาเน้นที่กระบวนการคิดและตรรกะในการแก้ปัญหา มากกว่าทักษะความสวยงามทางศิลปะ
Q: สามารถปรับเนื้อหาให้เข้ากับธุรกิจเฉพาะทางได้หรือไม่?
A: ได้ ทางทีมงานสามารถปรับเปลี่ยน Case Study และโจทย์ Workshop ให้ตรงกับอุตสาหกรรมของท่าน เช่น ธุรกิจยานยนต์ การเงิน อสังหาริมทรัพย์ หรือค้าปลีก เพื่อให้ผู้เรียนเห็นภาพการนำไปใช้จริงได้ชัดเจนที่สุด
Q: มีการติดตามผลหลังการอบรมหรือไม่?
A: เรามีบริการเสริมในรูปแบบ Project Consultation หรือ Coaching Session ในช่วง 1-2 เดือนหลังจบหลักสูตร เพื่อติดตามความคืบหน้าและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับโปรเจกต์ที่ผู้เรียนได้ริเริ่มไว้ในคลาส
ต้องการพัฒนาทักษะ Design Thinking ให้กับทีมงานของคุณ?
ยกระดับขีดความสามารถในการสร้างนวัตกรรมให้องค์กรด้วยหลักสูตรที่อัปเดตล่าสุดสำหรับปี 2026 ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอรับใบเสนอราคา หรือออกแบบหลักสูตร In-house Training ที่เหมาะกับโจทย์ขององค์กรคุณ
👉 [ขอใบเสนอราคา-ดูบริการอบรม Design Thinking] หรือ [ดูภาพรวมบริการฝึกอบรม Soft-Skills Training ทั้งหมด]
Last Updated on March 4, 2026


