บริการอบรม Design Thinking (การคิดเชิงออกแบบ) สำหรับองค์กร
พัฒนาทักษะการคิดเชิงออกแบบของทีมผ่าน Workshop ที่ฝึกทำความเข้าใจผู้ใช้ กำหนดโจทย์ สร้างต้นแบบ และวางแผนทดสอบ พร้อมปรับกิจกรรมให้เหมาะกับบริบทองค์กร
บริการอบรม Design Thinking สำหรับองค์กรเน้นการฝึกใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบกับโจทย์สินค้า บริการ และการทำงานของทีม ผู้เข้าอบรมได้ฝึกเก็บข้อมูลจากผู้ใช้ สรุปปัญหา สร้างทางเลือก และทดลองต้นแบบก่อนวางแผนนำไปใช้จริง โดยปรับกรณีศึกษาและระดับกิจกรรมให้เหมาะกับเป้าหมาย ผู้เรียน และเวลาขององค์กร
5 ปัญหาองค์กรที่นำ Design Thinking มาฝึกประยุกต์ใช้ได้
Design Thinking หรือการคิดเชิงออกแบบ คือแนวทางทำความเข้าใจความต้องการของผู้ใช้ กำหนดโจทย์ สร้างแนวคิด และเรียนรู้จากการทดลองต้นแบบ บริการอบรมของเราใช้แนวทางนี้ใน In-house Workshop เพื่อให้ทีมฝึกกับสถานการณ์ธุรกิจและวางแผนทดสอบสิ่งที่ยังไม่รู้
การตัดสินใจโดยไร้ข้อมูลสนับสนุน
ฝึกแยกสิ่งที่ทีมคาดไว้จากข้อมูลที่เก็บได้จริง และกำหนดคำถามสำหรับสัมภาษณ์หรือทดสอบกับผู้ใช้ เพื่อให้การตัดสินใจมีหลักฐานประกอบ พร้อมระบุข้อจำกัดของข้อมูล
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ตอบโจทย์ตลาด
ฝึกสำรวจปัญหาและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายก่อนเลือกแนวคิดที่จะพัฒนา แล้วทดสอบต้นแบบเพื่อเรียนรู้ว่าส่วนใดตอบโจทย์หรือยังต้องปรับ โดยผลการทดลองยังต้องพิจารณาร่วมกับความเป็นไปได้ทางธุรกิจ
ต้นทุนจมจากโครงการที่ล้มเหลว
ฝึกเลือกสมมติฐานสำคัญและสร้างต้นแบบที่เหมาะกับคำถามทดสอบ เพื่อเก็บข้อมูลก่อนลงทุนเพิ่ม การทดลองช่วยประกอบการตัดสินใจว่าจะปรับ เดินหน้า หรือหยุดโครงการ โดยต้องคำนึงถึงต้นทุนและข้อจำกัดของแต่ละกรณี
การทำงานแยกส่วนแบบ Silo
ใช้กิจกรรมข้ามสายงานให้ทีมแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้ใช้ กำหนดโจทย์ร่วมกัน และอธิบายแนวคิดผ่านต้นแบบ เพื่อฝึกทำงานบนความเข้าใจเดียวกัน การนำไปใช้ต่อควรกำหนดผู้รับผิดชอบและช่องทางประสานงานให้ชัด
ขาดทักษะการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน
ฝึกจัดกรอบโจทย์จากมุมมองของผู้ใช้ สร้างทางเลือก และเลือกสิ่งที่จะทดลอง เหมาะกับปัญหาที่ทีมยังไม่เข้าใจความต้องการหรือแนวทางแก้ชัดเจน โดยใช้ข้อมูลและเครื่องมือวิเคราะห์อื่นร่วมตามลักษณะปัญหา
จุดเด่นบริการอบรม Design Thinking ของเรา
รูปแบบการเรียนรู้ Action-Based Learning
เน้นการลงมือทำ Workshop ควบคู่กับคำอธิบายและการสะท้อนผล ผู้เรียนได้ฝึกใช้เครื่องมือกับโจทย์ที่เลือกไว้ โดยสัดส่วนกิจกรรมและระดับความยากปรับตามเวลาและพื้นฐานของทีม
การประยุกต์ใช้โมเดลระดับโลก
แนวทางของ Stanford d.school ประกอบด้วย Empathize, Define, Ideate, Prototype และ Test ซึ่งสามารถย้อนกลับไปทบทวนได้ตามสิ่งที่เรียนรู้ ส่วน Double Diamond ของ Design Council แบ่งเป็น Discover, Define, Develop และ Deliver เราเลือกใช้กรอบและเครื่องมือให้เหมาะกับโจทย์ โดยอธิบายบทบาทของแต่ละกรอบให้ชัดก่อนฝึกปฏิบัติ
แนวทางการออกแบบการเรียนรู้สำหรับผู้ใหญ่
เนื้อหาถูกออกแบบให้เข้าใจง่าย เชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิม และท้าทายความคิด เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมสูงสุดจากผู้บริหารและพนักงานระดับปฏิบัติการ
การเชื่อมโยงกับเป้าหมายองค์กร
เราทำการวิเคราะห์โจทย์ก่อนเริ่มงานเสมอ เพื่อปรับ Case Study และ Workshop ให้ตรงกับบริบทอุตสาหกรรมและปัญหาจริงที่องค์กรของคุณกำลังเผชิญ
บริการที่ปรึกษาและติดตามผล
หากองค์กรต้องการติดตามโครงการหลังอบรม สามารถหารือรูปแบบ Follow-up Session เพื่อทบทวนการทดลอง อุปสรรค และแนวทางปรับต้นแบบ โดยกำหนดขอบเขต ระยะเวลา และสิ่งส่งมอบในข้อเสนอของแต่ละโครงการ
แนวทางเลือกรูปแบบการอบรม
| รูปแบบ | ระยะเวลาเบื้องต้น | กิจกรรมหลัก | สิ่งส่งมอบจากการฝึก |
|---|---|---|---|
| 1-Day Foundation Workshop | 1 วัน (6 ชม.) | ปูพื้นฐานและฝึกกับโจทย์สั้น | กรอบโจทย์ แนวคิด และแผนทดสอบเบื้องต้น |
| 2-Day Hackathon Intensive | 2 วัน (12 ชม.) | ฝึกกับโจทย์องค์กรและสร้างต้นแบบ | ต้นแบบ พร้อมคำถามและแผนสำหรับทดสอบ |
| Corporate Project Coaching | 1–3 เดือน ตามขอบเขตที่ตกลง | ทบทวนการทดลองและปรับแนวทางเป็นระยะ | บันทึกสิ่งที่เรียนรู้และแผนดำเนินงานต่อ |
รูปแบบและสิ่งส่งมอบข้างต้นเป็นแนวทางเบื้องต้น ควรตกลงรายละเอียดตามโจทย์ ทรัพยากร และความพร้อมของทีม การทดสอบกับผู้ใช้หรือการเปิดตัวจริงต้องวางแผนเพิ่มเติมตามโครงการ
ผลลัพธ์การเรียนรู้และแนวทางติดตามผลในองค์กร
การประเมินผลควรแยกสิ่งที่ผู้เรียนทำได้ใน Workshop การนำไปใช้ในงาน และผลทางธุรกิจ โดยกำหนดข้อมูลก่อนเริ่ม ผู้รับผิดชอบ และช่วงติดตามให้เหมาะกับโครงการ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้และปัจจัยอื่นขององค์กร
ผลตอบแทนจากการลงทุนที่วัดค่าได้
หากต้องการประเมิน ROI ควรกำหนดผลประโยชน์ที่วัดเป็นเงินได้และต้นทุนรวมของโครงการ พร้อมตรวจว่าการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวข้องกับการอบรมเพียงใด ความพึงพอใจหลังเรียนหรือจำนวนไอเดียใช้ติดตามการเรียนรู้ได้ แต่ยังไม่ใช่ ROI
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน Productivity
เลือกตัวชี้วัดที่เกี่ยวกับโจทย์ เช่น เวลาในขั้นตอนงาน จำนวนงานแก้ซ้ำ หรือเวลาทดสอบต้นแบบ แล้วเทียบก่อนและหลังในเงื่อนไขที่ใกล้เคียงกัน เพื่อดูว่ากระบวนการที่ทดลองช่วยงานส่วนใด
การขับเคลื่อนด้วยข้อมูล Data-Driven
ติดตามว่าทีมบันทึกสมมติฐาน เก็บข้อมูลจากผู้ใช้ และใช้ผลทดลองประกอบการเลือกแนวทางหรือไม่ พร้อมตรวจคุณภาพข้อมูลและข้อจำกัดก่อนนำไปขยายผล
การลดต้นทุนการดำเนินงาน Cost Reduction
หากทดลองปรับกระบวนการ ควรเก็บต้นทุนเดิม ต้นทุนการทดลอง และค่าใช้จ่ายหลังปรับ รวมถึงผลต่อคุณภาพและภาระงาน เพื่อประเมินความคุ้มค่าจากข้อมูลของโครงการ
การรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพ Talent Retention
ติดตามการมีส่วนร่วมและโอกาสที่พนักงานได้นำทักษะไปใช้ หากประเมินความผูกพันหรือการลาออก ควรพิจารณาปัจจัยด้านการบริหาร ค่าตอบแทน และสภาพงานร่วมด้วยก่อนสรุปผลของการอบรม
แนวทางจัดอบรมให้เหมาะกับโจทย์องค์กร
การเลือกวิทยากรให้เหมาะกับโจทย์
การออกแบบโครงการควรพิจารณาประสบการณ์ของวิทยากรและวิธีดำเนินกิจกรรมให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรม ระดับผู้เรียน และโจทย์ที่จะฝึก โดยหารือรายละเอียดก่อนยืนยันรูปแบบการอบรม
ความยืดหยุ่นในการปรับแต่งโซลูชัน
เราเข้าใจว่าแต่ละองค์กรมีวัฒนธรรมและเป้าหมายที่ต่างกัน เราจึง Customize เนื้อหา ระยะเวลา และความเข้มข้นให้เหมาะสมกับระดับของผู้เรียนและโจทย์ของธุรกิจอย่างแท้จริง
กระบวนการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ
ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรม Workshop และกรณีศึกษาจริงขององค์กร เพื่อให้สามารถนำเครื่องมือและแนวคิดไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้ทันที ไม่ใช่เพียงการฟังบรรยาย
ตัวอย่างสถานการณ์ฝึกประยุกต์ใช้ Design Thinking ในธุรกิจ
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นสถานการณ์สมมติสำหรับอธิบายแนวทางฝึก ไม่ใช่รายงานผลของลูกค้าหรือผลลัพธ์ที่รับประกันจากการอบรม
ค้าปลีก: สำรวจประสบการณ์หน้าร้านและออนไลน์
ฝึกสังเกตเส้นทางการซื้อและสัมภาษณ์ลูกค้าเพื่อหาจุดสะดุด จากนั้นสร้างต้นแบบบริการหรือจุดทดลองสินค้า และกำหนดคำถามว่าจะทดสอบประสบการณ์ส่วนใดก่อนนำไปขยายผล
การเงิน: ทดลองปรับขั้นตอนสมัครบริการดิจิทัล
ฝึกทดสอบการใช้งานกับกลุ่มเป้าหมายเพื่อดูว่าติดขัดที่คำอธิบาย แบบฟอร์ม หรือการส่งเอกสาร แล้วสร้างต้นแบบหน้าจอและเก็บ Feedback เพื่อตรวจว่าผู้ใช้เข้าใจและทำขั้นตอนสำคัญได้หรือไม่
อสังหาริมทรัพย์: ทบทวนประสบการณ์แจ้งซ่อม
ฝึกเก็บข้อมูลจากลูกบ้านและทีมบริการ วางภาพกระบวนการประสานงาน แล้วเลือกจุดที่จะทดลองปรับ เช่น การแจ้งสถานะหรือขั้นตอนส่งต่องาน พร้อมวางแผนติดตามเวลางานและความเข้าใจของผู้ใช้
การผลิต: ทดลองออกแบบอุปกรณ์ช่วยงาน
ฝึกสังเกตผู้ปฏิบัติงานและสอบถามข้อจำกัดก่อนเสนอแนวคิดอุปกรณ์ช่วยงาน สร้างต้นแบบเพื่อรับ Feedback และวางแผนทดสอบด้านความปลอดภัย คุณภาพ และความสะดวกก่อนใช้งานจริง
ซอฟต์แวร์ B2B: ทดสอบความต้องการก่อนพัฒนาฟีเจอร์
ฝึกสัมภาษณ์ผู้ใช้เพื่อทำความเข้าใจปัญหา แล้วนำ Storyboard หรือ Mockup ไปทดสอบว่าแนวคิดช่วยงานส่วนใด ข้อมูลนี้ใช้ประกอบการจัดลำดับพัฒนา ร่วมกับข้อจำกัดทางเทคนิคและธุรกิจ
ขั้นตอนการให้บริการอบรมการคิดเชิงออกแบบสำหรับองค์กรและการให้คำปรึกษา
Consult
ประชุมเพื่อวิเคราะห์ความต้องการ ปัญหา และเป้าหมายทางธุรกิจขององค์กรอย่างละเอียด
Design
ออกแบบโครงสร้างกิจกรรม กรณีศึกษา และ Workshop ที่ตอบโจทย์เฉพาะสำหรับองค์กรของคุณ
Train
ดำเนินการฝึกอบรมโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทีมผู้ช่วย เพื่อสร้างบรรยากาศการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
Follow-up
สำหรับโครงการที่ตกลงให้มีการติดตามผล จะร่วมทบทวนการนำไปใช้ ข้อมูลจากการทดลอง และอุปสรรค พร้อมสรุปข้อเสนอแนะและขั้นถัดไปตามขอบเขตที่กำหนดไว้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบริการจัดฝึกอบรม Design Thinking
ค่าใช้จ่ายสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้หรือไม่
ค่าใช้จ่ายฝึกอบรมอาจใช้สิทธิทางภาษีได้เมื่อเข้าเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง สำหรับการจัดอบรมภายในองค์กร ควรตรวจขั้นตอนขอความเห็นชอบหลักสูตรและค่าใช้จ่ายกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน รวมถึงเอกสารและเงื่อนไขของกรมสรรพากรก่อนดำเนินการ การออกใบกำกับภาษีเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันสิทธิของทุกโครงการ
การออกเอกสารใบกำกับภาษี
เราดำเนินงานในรูปแบบนิติบุคคล สามารถออกใบเสนอราคา ใบกำกับภาษี และเอกสารหัก ณ ที่จ่ายถูกต้องตามกฎหมาย
จำนวนผู้เข้าร่วมที่เหมาะสมต่อรุ่น
เบื้องต้นแนะนำไม่เกิน 30 ท่านต่อรุ่นสำหรับกิจกรรมกลุ่ม ควรพิจารณาจำนวนผู้เรียนร่วมกับความเข้มข้นของ Workshop และเวลาที่ใช้ให้ Feedback หากมีผู้เรียนมากกว่านี้ สามารถหารือการแบ่งรุ่นหรือทีมดูแลเพิ่มเติมตามรูปแบบที่ตกลง
องค์กรขนาดใดที่เหมาะกับบริการนี้
เหมาะสำหรับองค์กรทุกขนาด โดยสามารถปรับรูปแบบ เนื้อหา และความเข้มข้นของการอบรมให้เหมาะสมกับจำนวนผู้เข้าอบรม โครงสร้างองค์กร และเป้าหมายทางธุรกิจ
จำเป็นต้องมีพื้นฐานมาก่อนหรือไม่
ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานมาก่อน หลักสูตรสามารถปรับระดับเนื้อหาให้เหมาะสมกับผู้เข้าอบรม ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นจนถึงผู้ที่ต้องการต่อยอดความรู้ พร้อมกิจกรรมที่ช่วยให้เข้าใจและนำไปใช้ได้จริง
เหมาะสำหรับพนักงานระดับใดในองค์กร
เหมาะสำหรับพนักงานทุกระดับ ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการ หัวหน้างาน ผู้จัดการ ไปจนถึงผู้บริหาร โดยสามารถออกแบบเนื้อหาให้เหมาะกับบทบาทและความรับผิดชอบของแต่ละกลุ่มได้
เลือกอ่านรายละเอียดหลักสูตรที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาองค์กรของคุณ
หากต้องการวางแผนพัฒนาทีมด้านการสร้างไอเดีย การทดลอง และการนำนวัตกรรมไปใช้ร่วมกับทักษะอื่น ดูภาพรวม การคิดเชิงนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ (Innovation & Creativity) เพื่อเลือกแนวทางพัฒนาให้เหมาะกับบทบาทของทีม
หากต้องการพัฒนาทักษะการสื่อสาร ภาวะผู้นำ หรือการทำงานร่วมกันควบคู่กับ Design Thinking ดู บริการฝึกอบรม Soft Skills สำหรับองค์กร เพื่อวางแผนการเรียนรู้ตามเป้าหมายองค์กร
