ในโลกธุรกิจปัจจุบันที่ “เวลา” มีค่ามากกว่า “เงินทอง” และพนักงานต้องรับมือกับภาระงานที่ถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทาง ทักษะ Time Management Skills หรือ การบริหารเวลาในการทำงาน จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการจดบันทึกตารางงาน แต่เป็น Soft Skill ที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยให้องค์กรขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
B-Tools Training เข้าใจดีว่าปัญหา “งานล้นมือแต่ผลลัพธ์น้อย” (Busy but not Productive) เป็นอุปสรรคใหญ่ของหลายองค์กร เราจึงพัฒนาหลักสูตรการจัดการเวลา ที่เข้มข้นด้วย Workshop และเครื่องมือระดับโลก เพื่อเปลี่ยนพนักงานที่ทำงานแบบ “ดับเพลิง” (Firefighting) ให้กลายเป็นนักวางแผนมืออาชีพ ที่สามารถบริหารจัดการเวลา งาน และชีวิตส่วนตัวได้อย่างสมดุล (Work-Life Balance)
ภาพรวมของหลักสูตรการบริหารเวลา
รูปแบบการ อบรม Time Management Skills ของเรา ถูกออกแบบมาเพื่อปรับ Mindset และมอบ Skill Set ที่ใช้งานได้จริง โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 5 โมดูลสำคัญ เพื่อครอบคลุมทุกมิติของการบริหารเวลา
Module 1: The Psychology of Time (จิตวิทยาแห่งเวลา)
ก่อนจะบริหารเวลา ต้องเข้าใจกับดักทางความคิดของตัวเองก่อน
-
Time Wasters Analysis: วิเคราะห์ “ศัตรูของเวลา” (Time Thieves) ในชีวิตประจำวัน เช่น การประชุมที่ยืดเยื้อ, Social Media, หรือการผัดวันประกันพรุ่ง (Procrastination)
-
Growth Mindset: ปรับทัศนคติจากการมองว่า “ไม่มีเวลา” เป็น “เราเลือกใช้เวลาอย่างไร” (Choice Management)
-
Goal Setting: การตั้งเป้าหมายแบบ SMART Goals เพื่อให้รู้ว่าควรใช้เวลาไปกับสิ่งใดที่คุ้มค่าที่สุด
Module 2: Prioritization Mastery (ศิลปะการจัดลำดับความสำคัญ)
หัวใจสำคัญของ เทคนิคบริหารเวลา คือการรู้ว่าอะไรสำคัญและอะไรด่วน
-
Eisenhower Matrix: ฝึกแยกแยะงานออกเป็น 4 ประเภท (สำคัญ/ไม่สำคัญ, เร่งด่วน/ไม่เร่งด่วน) เพื่อโฟกัสงานที่สร้าง Impact สูงสุด
-
Pareto Principle (80/20 Rule): การค้นหากิจกรรม 20% ที่สร้างผลลัพธ์ 80% ให้กับงานและองค์กร
-
The Art of Saying No: เทคนิคการปฏิเสธงานแทรกซ้อนอย่างสุภาพ เพื่อรักษาสมาธิกับงานหลัก
Module 3: Effective Planning & Scheduling (การวางแผนและจัดตารางงาน)
เปลี่ยนแผนงานให้เป็นการกระทำ
-
Time Blocking: เทคนิคการล็อกเวลาในปฏิทินเพื่อทำงานสำคัญ (Deep Work) โดยไม่ให้ใครรบกวน
-
To-Do List Optimization: วิธีเขียน To-Do List ที่ทำได้จริง ไม่ใช่แค่เขียนไว้ให้เครียดเล่น
-
Weekly Review: กระบวนการทบทวนงานรายสัปดาห์ เพื่อปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง
Module 4: Overcoming Procrastination (เอาชนะการผัดวันประกันพรุ่ง)
จัดการกับนิสัย “เดี๋ยวก่อน” ด้วยวิทยาศาสตร์
-
Eat That Frog: เทคนิคการจัดการงานที่ยากที่สุดเป็นอันดับแรกของวัน เพื่อสร้างโมเมนตัมแห่งความสำเร็จ
-
Pomodoro Technique: การแบ่งเวลาทำงานเป็นช่วงสั้นๆ สลับกับการพัก เพื่อรักษาพลังงานสมองให้สดชื่นตลอดวัน
-
Managing Distractions: วิธีจัดการสิ่งรบกวนในยุคดิจิทัล เช่น การแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันต่างๆ
Module 5: Delegation & Team Productivity (การมอบหมายงานและการบริหารเวลาทีม)
สำหรับหัวหน้างาน การบริหารเวลาคือการบริหารทีม
-
Effective Delegation: ศิลปะการมอบหมายงานให้ถูกคน ถูกงาน และถูกเวลา เพื่อลดภาระของตนเองและพัฒนาลูกน้อง
-
Running Effective Meetings: เทคนิคการจัดประชุมให้กระชับ ตรงประเด็น และจบภายในเวลาที่กำหนด
“การบริหารเวลาที่ดีเป็นรากฐานสู่ความสำเร็จในด้านอื่นๆ ท่านสามารถค้นหาโซลูชันเพื่อการพัฒนาศักยภาพบุคลากรแบบครบวงจร ทั้งด้านภาษาและการจัดการ ได้ที่หน้าเว็บไซต์หลักเรา [บริการฝึกอบรมพนักงานสำหรับองค์กร]“
Pain Point ที่แก้ไขได้ด้วยการ อบรมการบริหารเวลา
จากการทำ Training Needs Analysis (TNA) ร่วมกับฝ่าย HR ในหลากหลายอุตสาหกรรม พบว่าปัญหาเรื้อรังที่องค์กรต้องการแก้ไขด้วยหลักสูตร Time Management Skills มีดังนี้:
-
Chronic Overwork (งานล้นมือเรื้อรัง): พนักงานทำงานหนัก ล่วงเวลา (OT) เป็นประจำ แต่ผลงานกลับไม่เข้าเป้า ส่งผลให้เกิดภาวะหมดไฟ (Burnout)
-
Missed Deadlines (ส่งงานไม่ทัน): การบริหารจัดการที่ไม่ดีทำให้ส่งงานล่าช้า กระทบต่อแผนกอื่นและลูกค้าภายนอก
-
Crisis Management Mode: ทำงานแบบแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตลอดเวลา (Reactive) ไม่มีเวลาวางแผนเชิงกลยุทธ์ (Proactive) เพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาว
-
Ineffective Multitasking: พยายามทำหลายอย่างพร้อมกัน จนงานไม่เสร็จสักอย่างและคุณภาพงานลดลง
-
Meeting Overload: ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการประชุมที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้ไม่มีเวลาทำงานชิ้นสำคัญ (Real Work)
-
Unclear Priorities: พนักงานแยกไม่ออกว่างานไหนสำคัญ งานไหนรอได้ ทำให้เสียเวลาไปกับงาน Routine ที่มูลค่าต่ำ (Low Value Activities)
หลักสูตรของเราจะช่วย Unlock ปัญหาเหล่านี้ และคืน “เวลาคุณภาพ” ให้กับบุคลากรและองค์กรของคุณ
ตัวอย่างสถานการณ์จริง ก่อน-หลัง อบรม Time Management Skills
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าการมีทักษะ การบริหารเวลาในการทำงาน ที่ดีจะช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตการทำงานได้อย่างไร ลองดูตัวอย่างการเปรียบเทียบระหว่างพนักงานทั่วไป (Before) กับพนักงานที่มีประสิทธิภาพสูง (After):
Case 1: เช้าวันจันทร์ที่วุ่นวาย
สถานการณ์: เปิดคอมพิวเตอร์มาเจออีเมล 50 ฉบับ และไลน์กลุ่มที่เด้งไม่หยุด
-
❌ Before (เครียด): รีบตอบอีเมลและไลน์ทีละอันตามลำดับที่เห็น (Reactive) พอรู้ตัวอีกทีก็เที่ยงแล้ว ยังไม่ได้เริ่มงานโปรเจกต์สำคัญเลย
-
✅ After (มีสติ): ใช้เวลา 15 นาทีแรกในการสแกนและจัดลำดับความสำคัญ (Eisenhower Matrix) เลือกตอบเฉพาะเรื่องด่วนจริงๆ ที่เหลือจัดลงตารางเวลา (Time Boxing) แล้วเริ่มทำงานชิ้นสำคัญที่สุด (Eat That Frog) ก่อน
Case 2: งานด่วนแทรกเข้ามา (Interruption)
สถานการณ์: หัวหน้าเดินมาสั่งงานด่วนขณะกำลังทำรายงานสรุปยอดขาย
-
❌ Before (รับหมด): หยุดทำรายงานทันทีแล้วหันไปทำงานด่วน ผลคือรายงานเสร็จไม่ทัน งานด่วนก็ทำแบบลวกๆ
-
✅ After (เจรจาต่อรอง): ประเมินเวลาและผลกระทบ แจ้งหัวหน้าอย่างสุภาพว่า “ตอนนี้ผมกำลังเร่งปิดรายงานยอดขายซึ่งต้องส่งบ่ายสอง หากรับงานนี้รายงานอาจล่าช้า งานด่วนนี้รอหลังบ่ายสองได้ไหมครับ?” (Negotiate Deadline)
Case 3: การประชุมที่ยืดเยื้อ
สถานการณ์: การประชุมทีมประจำสัปดาห์ที่มักลากยาว 2-3 ชั่วโมง
-
❌ Before (น่าเบื่อ): เข้าประชุมโดยไม่มีวาระชัดเจน คุยออกนอกเรื่อง ทุกคนเล่นมือถือรอเวลาเลิก
-
✅ After (กระชับ): กำหนดวาระการประชุม (Agenda) และเวลาสำหรับแต่ละหัวข้ออย่างชัดเจน มีผู้นำการประชุมคอยควบคุมเวลา (Time Keeper) ทำให้จบประชุมได้ภายใน 45 นาที และได้ข้อสรุปครบถ้วน
เครื่องมือที่ใช้ / กรอบแนวคิดในการเรียน
เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำ หลักสูตร Time Management Skills ไปประยุกต์ใช้ได้จริง B-Tools Training ผสมผสานทฤษฎีระดับโลกเข้ากับ Workshop เชิงปฏิบัติ โดยใช้เครื่องมือที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล:
1. The Eisenhower Matrix
โมเดลการตัดสินใจที่ช่วยแยกแยะ “ความเร่งด่วน” และ “ความสำคัญ” ออกจากกัน ซึ่งเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ทรงพลังที่สุดในการบริหารเวลา
-
Do First: งานสำคัญและเร่งด่วน (วิกฤต)
-
Schedule: งานสำคัญแต่ไม่เร่งด่วน (กลยุทธ์/การวางแผน)
-
Delegate: งานเร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ (งานแทรกซ้อน)
-
Eliminate: งานไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน (สิ่งรบกวน)
2. The Pomodoro Technique
เทคนิคการบริหารเวลาสำหรับคนที่สมาธิสั้นหรือหลุดโฟกัสง่าย โดยการแบ่งเวลาทำงานเป็นช่วงๆ (เช่น ทำงาน 25 นาที พัก 5 นาที) เพื่อรักษาความสดชื่นของสมอง สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จาก Wikipedia: Pomodoro Technique ซึ่งเป็นเทคนิคที่นิยมใช้ทั่วโลก
3. Energy Management
เราไม่ได้สอนแค่บริหารเวลา แต่สอนบริหาร “พลังงาน” (Energy) ของตนเอง เพราะคนเราไม่สามารถทำงานเต็มร้อยได้ตลอด 24 ชั่วโมง การรู้ช่วงเวลา Prime Time ของตัวเองจะช่วยให้ทำงานยากได้สำเร็จเร็วขึ้น
4. Learning Methodology: Active Learning
-
Role Play: ฝึกปฏิเสธงานและการเจรจาต่อรองเวลาในสถานการณ์จำลอง
-
Time Audit Workshop: ให้ผู้เรียนจดบันทึกการใช้เวลาจริงและวิเคราะห์หาจุดรั่วไหล (Time Leaks)
-
Personalized Action Plan: ผู้เรียนจะได้วางแผนตารางงานจริงของตัวเอง เพื่อนำไปใช้ในวันรุ่งขึ้นทันที
เมื่อจบหลักสูตร ผู้เรียนจะสามารถ
หลังจากผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการในหลักสูตร Time Management Skills ผู้เข้าอบรมจะเกิดการเปลี่ยนแปลง (Transformation) ดังนี้:
-
จัดลำดับความสำคัญได้แม่นยำ: สามารถแยกแยะงานสำคัญ (High Impact) ออกจากงานขยะ (Low Impact) และเลือกทำสิ่งที่คุ้มค่าเวลาที่สุด
-
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity): ทำงานเสร็จเร็วขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น ลดความผิดพลาดจากการรีบเร่ง และ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยรวมของทีม
-
ลดความเครียดและ Burnout: สามารถควบคุมตารางชีวิตของตนเองได้ มีเวลาพักผ่อนและดูแลครอบครัวมากขึ้น (Work-Life Balance)
-
เป็นนักวางแผนที่ดี: เลิกทำงานแบบไฟลนก้น แต่มีการวางแผนล่วงหน้าและเตรียมรับมือกับความเสี่ยง
-
โฟกัสได้ดีขึ้น: มีสมาธิจดจ่อกับงานตรงหน้า (Deep Work) โดยไม่วอกแวกไปกับสิ่งรบกวนภายนอก
“หลักสูตรการจัดการเวลา นี้เหมาะสำหรับพนักงานทุกระดับที่ต้องการเอาชนะความยุ่งเหยิงและสร้างผลงานได้ตามเป้าหมาย”
กลุ่มเป้าหมาย
หลักสูตร Time Management Skills นี้มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับบุคลากรทุกระดับในองค์กร เพราะเวลาคือทรัพยากรเดียวที่ทุกคนมีเท่ากัน:
-
All Employees: พนักงานทุกระดับที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและลดความเครียด
-
New Managers: หัวหน้างานมือใหม่ที่ต้องบริหารทั้งงานตัวเองและงานของลูกน้อง
-
Project Managers: ผู้ที่ต้องทำงานแข่งกับเวลาและเดดไลน์ที่เคร่งครัด
-
Sales Teams: ทีมขายที่ต้องบริหารเวลาในการเข้าพบลูกค้าและทำเอกสารให้สมดุล
-
Teams with High Workload: แผนกที่มีปริมาณงานเยอะและต้องการระบบจัดการที่มีประสิทธิภาพ
FAQ – คำถามที่พบบ่อย
Q: หลักสูตร Time Management Skills ใช้เวลาเรียนกี่วัน?
A: หลักสูตรมาตรฐานของเราคือ 1 วัน (6 ชั่วโมง) ซึ่งเพียงพอสำหรับการเรียนรู้เครื่องมือหลักและฝึกปฏิบัติ แต่หากต้องการเจาะลึกเรื่องการใช้เทคโนโลยี (Digital Tools) ช่วยบริหารเวลา สามารถขยายเป็น 2 วันได้
Q: สามารถจัดอบรมแบบ In-house Training ได้หรือไม่?
A: ได้แน่นอนครับ B-Tools Training เชี่ยวชาญการจัดอบรมภายในองค์กร โดยเราสามารถปรับเนื้อหา (Customized) ให้เข้ากับลักษณะงานของท่าน เช่น งานบริการที่ต้อง Standby ตลอดเวลา หรือ งานโปรเจกต์ที่มีเดดไลน์ชัดเจน
Q: มีการสอนใช้เครื่องมือ Digital หรือแอปพลิเคชันไหม?
A: มีครับ ในยุคดิจิทัลเราแนะนำเครื่องมือทันสมัย เช่น Trello, Asana, Google Calendar หรือเทคนิคการใช้ Outlook เพื่อช่วยบริหารจัดการงานให้ง่ายขึ้น
Q: เหมาะกับพนักงานระดับปฏิบัติการ (Staff) หรือหัวหน้างาน (Manager)?
A: เหมาะสำหรับทั้งคู่ครับ แต่เราจะปรับ Case Study ให้ต่างกัน สำหรับ Staff เน้นการบริหารงานส่วนตัว (Self-Management) ส่วน Manager จะเพิ่มพาร์ทการมอบหมายงาน (Delegation) และบริหารเวลาทีม
การบริหารเวลาไม่ใช่การ “ทำทุกอย่างให้เสร็จ” แต่คือการ “ทำสิ่งที่สำคัญให้เสร็จ” การลงทุน อบรม Time Management Skills ให้กับพนักงาน คือการลงทุนที่คืนทุนเร็วที่สุด เพราะคุณจะได้เวลาคืนมาเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมและผลกำไรให้กับองค์กร
“หากท่านสนใจยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของทีมงาน สามารถติดต่อเราได้ทันทีเพื่อขอคำปรึกษาฟรี หรือดูหลักสูตรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้ที่หน้า Soft Skills Training เจ้าหน้าที่ของเราพร้อมดูแลและออกแบบหลักสูตรที่ดีที่สุดสำหรับคุณ”
Last Updated on February 8, 2026


