Coaching Skills Development – หลักสูตรพัฒนาทักษะการโค้ช เพื่อสร้างทีมงาน High Performance

ปลดล็อกศักยภาพทีมงานด้วยหลักสูตร Coaching Skills Development (ทักษะการโค้ช) เปลี่ยนหัวหน้าเป็นโค้ช สร้างทีม High Performance และลด Turnover
บรรยากาศการฝึกปฏิบัติ Role Play ในหลักสูตร Coaching Skills Development

 

ในโลกธุรกิจยุคใหม่ที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว บทบาทของผู้นำองค์กรได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง การสั่งการแบบเดิม (Command & Control) อาจไม่สามารถดึงศักยภาพสูงสุดของพนักงานออกมาได้อีกต่อไป ทักษะที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้นำในศตวรรษที่ 21 จึงไม่ใช่แค่การบริหารจัดการ แต่คือ Coaching Skills Development หรือ การพัฒนาทักษะการโค้ช

B-Tools Training เข้าใจดีว่า หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กรคือ “คน” หลักสูตร Coaching Skills Development จึงถูกออกแบบมาเพื่อเปลี่ยน Mindset ของหัวหน้างาน จากการเป็นเพียงผู้สั่งงาน ให้กลายเป็น “โค้ช” ที่สามารถฟังเป็น ถามเป็น และกระตุ้นให้ทีมงานเกิดการเรียนรู้และเติบโตด้วยตนเอง นำไปสู่การสร้างทีมงานที่มีประสิทธิภาพสูง (High Performance Team) และมีความผูกพันกับองค์กร (Employee Engagement) อย่างยั่งยืน

 


 

ภาพรวมของหลักสูตร

หลักสูตร Coaching Skills Development มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการโค้ชแบบครบวงจร (Holistic Coaching Approach) ตั้งแต่การปรับทัศนคติ ไปจนถึงเครื่องมือและกระบวนการโค้ชที่นำไปใช้ได้จริง โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 5 โมดูลสำคัญ:

Module 1: The Heart of Coaching (หัวใจของการโค้ช)

  • Coaching Mindset: การปรับทัศนคติให้เชื่อมั่นในศักยภาพของคน (Growth Mindset) และเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Coaching, Mentoring, Training และ Consulting

  • Trust Building: เทคนิคการสร้างความไว้วางใจ (Rapport) และพื้นที่ปลอดภัย (Psychological Safety) เพื่อให้ผู้ถูกโค้ช (Coachee) กล้าเปิดใจพูดคุยถึงปัญหาที่แท้จริง

  • The Iceberg Model: การทำความเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ผ่านโมเดลภูเขาน้ำแข็ง เพื่อค้นหาแรงจูงใจและความเชื่อที่อยู่เบื้องลึก

Module 2: Active Listening (ทักษะการฟังเชิงลึก)

  • Levels of Listening: การยกระดับการฟังจากแค่ “ได้ยิน” (Hearing) ไปสู่การ “ฟังด้วยหัวใจ” (Empathetic Listening) เพื่อจับประเด็นและความรู้สึกของผู้พูด

  • Silence Technique: ศิลปะการใช้ความเงียบเพื่อให้ผู้ถูกโค้ชได้มีเวลาไตร่ตรองและตกผลึกความคิด

  • Paraphrasing & Reflecting: การทวนความและการสะท้อนความรู้สึก เพื่อยืนยันความเข้าใจและแสดงความใส่ใจ

Module 3: Powerful Questioning (ทักษะการตั้งคำถามทรงพลัง)

  • Open-ended Questions: การใช้คำถามปลายเปิดเพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหา (เช่น “คุณคิดว่ามีทางเลือกอื่นอีกไหม?” แทนที่จะถามว่า “ทำไมทำแบบนี้?”)

  • Solution-focused Questions: การเปลี่ยนคำถามจากการจมอยู่กับปัญหา (Problem-focused) ไปสู่การมองหาทางออก (Solution-focused)

  • Questioning Traps: สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในการตั้งคำถาม เช่น คำถามชี้นำ หรือคำถามที่ทำให้รู้สึกเหมือนถูกสอบสวน

Module 4: The GROW Model Coaching Framework

  • G – Goal: การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและท้าทาย (SMART Goals)

  • R – Reality: การสำรวจสถานการณ์ปัจจุบันและอุปสรรคที่เกิดขึ้นจริง

  • O – Options: การระดมสมองหาทางเลือกและวิธีการใหม่ๆ ในการแก้ปัญหา

  • W – Way Forward: การสรุปแผนปฏิบัติการ (Action Plan) และการสร้างพันธะสัญญา (Commitment)

Module 5: Constructive Feedback (การให้ข้อมูลป้อนกลับอย่างสร้างสรรค์)

  • Feedback Techniques: เทคนิคการให้ Feedback เพื่อการพัฒนา (ไม่ใช่การตำหนิ) เช่น เทคนิค Sandwich หรือ SBI Model (Situation-Behavior-Impact)

  • Handling Defensiveness: วิธีรับมือเมื่อผู้ถูกโค้ชมีปฏิกิริยาต่อต้านหรือไม่ยอมรับ Feedback

  • Follow-up: การติดตามผลหลังการโค้ชเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างถาวร

(หากท่านต้องการเสริมทักษะความเป็นผู้นำในมิติอื่นๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หลักสูตร Leadership Skills Training ของเรา)

 


 

Pain Point ที่หลักสูตรมุ่งแก้ไข

จากการสำรวจปัญหาในองค์กรชั้นนำหลายแห่ง พบว่าสาเหตุหลักที่ทำให้ต้องเร่งจัดอบรม Coaching Skills Development หรือ หลักสูตร Coaching ให้กับหัวหน้างาน มีดังนี้:

  • Micromanagement Trap: หัวหน้างานไม่กล้าปล่อยงาน (Delegate) เพราะกลัวลูกน้องทำพลาด ต้องคอยตามจี้ทุกขั้นตอน ทำให้เหนื่อยทั้งหัวหน้าและลูกน้อง

  • Low Engagement & High Turnover: พนักงานรุ่นใหม่ (Gen Y, Gen Z) รู้สึกว่าไม่ได้รับการพัฒนา หรือหัวหน้าไม่รับฟัง นำไปสู่การลาออกของพนักงานเก่งๆ (Talent Drain)

  • Dependence on Leader: พนักงานไม่กล้าตัดสินใจเอง รอคำสั่งจากหัวหน้าตลอดเวลา ทำให้งานคอขวดอยู่ที่หัวหน้าคนเดียว

  • Ineffective Feedback: หัวหน้าไม่กล้าตักเตือนลูกน้องเพราะกลัวโกรธ หรือเตือนแล้วกลายเป็นการใช้อารมณ์ ทำให้ความสัมพันธ์แย่ลง

  • Performance Gap: ผลงานของทีมไม่ถึงเป้าหมาย แต่หัวหน้าไม่รู้วิธีที่จะกระตุ้นหรือดึงศักยภาพของลูกน้องออกมา

หลักสูตรนี้จะช่วย Unlock ปัญหาเหล่านี้ เปลี่ยนหัวหน้างานจาก “ผู้แบกภาระ” ให้กลายเป็น “ผู้สร้างคน”

 


 

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าหลักสูตร Coaching Skills Development จะช่วยเปลี่ยนแปลงบทบาทหัวหน้างานได้อย่างไร ลองดูตัวอย่างการเปรียบเทียบระหว่างสไตล์ “Boss” กับ “Coach”:

Case 1: เมื่อลูกน้องทำงานผิดพลาด (Mistake Handling)

สถานการณ์: พนักงานส่งรายงานตัวเลขผิด

  • Boss Style: “ทำไมถึงสะเพร่าแบบนี้? ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เช็คให้ดี ไปแก้มาเดี๋ยวนี้!”

    • ผลลัพธ์: ลูกน้องกลัว หมดกำลังใจ และทำเพียงแค่แก้ตามคำสั่งโดยไม่ได้เรียนรู้อะไร

  • Coach Style: “ผมเห็นว่ารายงานมีจุดที่คลาดเคลื่อน คุณลองเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่ากระบวนการทำรายงานนี้เป็นอย่างไร? เราจะทำอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้ซ้ำในอนาคต?”

    • ผลลัพธ์: ลูกน้องได้ทบทวนกระบวนการทำงานของตัวเอง เกิดการเรียนรู้ และร่วมกันสร้างระบบป้องกันปัญหา (Process Improvement)

Case 2: เมื่อลูกน้องหมดไฟ (Low Motivation)

สถานการณ์: พนักงานทำงานไปวันๆ ไม่มี Passion

  • Boss Style: “ช่วงนี้คุณดูเนือยๆ นะ เร่งมือหน่อย เดี๋ยวโบนัสจะน้อยนะ”

    • ผลลัพธ์: ใช้เงินหรืออำนาจขู่ ซึ่งได้ผลแค่ระยะสั้น

  • Coach Style: “ช่วงนี้ผมสังเกตว่าคุณดูเงียบไป มีเรื่องอะไรที่ทำให้คุณกังวลใจไหม? เป้าหมายในการทำงานของคุณตอนนี้คืออะไร และผมจะสนับสนุนคุณได้อย่างไรบ้าง?”

    • ผลลัพธ์: สร้างความไว้วางใจ ค้นพบปัญหาที่แท้จริง และช่วยให้พนักงานเชื่อมโยงเป้าหมายส่วนตัวกับเป้าหมายงาน

Case 3: การมอบหมายงานใหม่ (Delegation)

สถานการณ์: มอบหมายโปรเจกต์ยากๆ ให้ลูกน้อง

  • Boss Style: “คุณไปทำโปรเจกต์ A มานะ ต้องเสร็จภายในวันศุกร์ ห้ามพลาด”

    • ผลลัพธ์: เป็นการสั่งการทางเดียว ลูกน้องรับงานด้วยความกดดัน

  • Coach Style: “โปรเจกต์ A นี้มีความสำคัญมาก และผมเชื่อว่าคุณมีศักยภาพที่จะทำได้ คุณคิดว่าอะไรคือความท้าทายที่สุดของงานนี้ และคุณวางแผนจะจัดการมันอย่างไร?”

    • ผลลัพธ์: ลูกน้องรู้สึกได้รับเกียรติ ได้คิดวางแผนเอง และเกิดความผูกพันกับงาน (Ownership)

 


 

เครื่องมือที่ใช้ / กรอบแนวคิดในการเรียน

เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำ Coaching Skills Development ไปใช้ได้จริง B-Tools Training ใช้เครื่องมือระดับโลกเป็นแกนหลัก:

A. The GROW Model (โดย Sir John Whitmore)

เราใช้โมเดล GROW Model ซึ่งเป็นเครื่องมือการโค้ชที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก เพื่อให้การสนทนามีโครงสร้างที่ชัดเจนและนำไปสู่ผลลัพธ์:

    • G – Goal: เป้าหมายคืออะไร? (What do you want?)

    • R – Reality: ความจริงตอนนี้เป็นอย่างไร? (Where are you now?)

    • O – Options: มีทางเลือกอะไรบ้าง? (What could you do?)

    • W – Will/Way Forward: จะทำอะไร เมื่อไหร่? (What will you do?)

Getty Images
สำรวจ

B. Role Play & Coaching Dojo

เราเชื่อในหลักการ “Learning by Doing” การเรียนทฤษฎีอย่างเดียวไม่สามารถสร้างทักษะการโค้ชได้ เราจึงเน้น:

  • Coaching Triad: แบ่งกลุ่ม 3 คน (Coach, Coachee, Observer) เพื่อผลัดกันฝึกโค้ชและให้ Feedback

  • Real Case Study: ให้ผู้เรียนนำปัญหาจริงของลูกน้องมาฝึกโค้ชในคลาส เพื่อให้ได้แนวทางกลับไปใช้จริง

C. Coaching Cards & Tools

เรามีเครื่องมือเสริม เช่น การ์ดคำถามทรงพลัง (Powerful Question Cards) และแบบฟอร์มการโค้ช (Coaching Log) ให้ผู้เรียนนำกลับไปใช้เป็นคู่มือในการโค้ชลูกน้องที่ทำงาน

 


 

เมื่อจบหลักสูตร ผู้เรียนจะสามารถ

หลังจากผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการในหลักสูตร Coaching Skills Development ผู้เรียนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทักษะและพฤติกรรมอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้:

  1. เปลี่ยน Mindset สู่ “Leader as Coach”: ตระหนักรู้และเข้าใจบทบาทใหม่ของการเป็นผู้นำ ที่ไม่ใช่แค่ผู้สั่งการ (Commander) แต่เป็นผู้สนับสนุน (Facilitator) ที่เชื่อมั่นในศักยภาพของคน (Growth Mindset) พร้อมเปลี่ยนสไตล์การบริหารจาก “Command & Control” มาเป็น “Empowerment” เพื่อดึงศักยภาพทีมงานออกมาใช้สูงสุด

  2. ฟังเป็น (Deep Listening): ยกระดับทักษะการฟังจากการฟังผ่านๆ สู่การฟังระดับลึก (Empathetic Listening) สามารถจับประเด็นสำคัญและ “ได้ยินในสิ่งที่ลูกน้องไม่ได้พูด” (Unspoken words) ทั้งความกังวลและภาษากาย ทำให้เข้าถึงใจทีมงานและสร้างความไว้วางใจ (Trust) ได้อย่างรวดเร็ว

  3. ถามเก่ง (Powerful Questioning): เลิกป้อนคำตอบแบบเดิมๆ แต่สามารถใช้ “คำถามทรงพลัง” กระตุ้นกระบวนการคิด (Critical Thinking) ของลูกน้อง ช่วยให้พวกเขามองเห็นทางออกด้วยตนเอง ซึ่งนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดแล้ว ยังช่วย ลดภาระของหัวหน้างาน ที่ต้องคอยตัดสินใจทุกเรื่องลงได้

  4. ให้ Feedback อย่างสร้างสรรค์: ก้าวข้ามความอึดอัดใจในการตักเตือน สามารถให้ข้อมูลป้อนกลับ (Constructive Feedback) ได้อย่างมีศิลปะ ตรงไปตรงมาแต่ไม่ทำร้ายความรู้สึก โดยมุ่งเน้นที่การปรับปรุงพฤติกรรมและผลงาน (Performance) มากกว่าการตำหนิที่ตัวบุคคล

  5. สร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน: สามารถนำกระบวนการโค้ช (GROW Model) ไปประยุกต์ใช้เพื่อ พัฒนาทักษะหัวหน้างาน ในองค์กร สร้างทีมงานที่มีประสิทธิภาพสูง (High Performance Team) ที่มีความเป็นเจ้าของงาน (Ownership) สูง ลดอัตราการลาออก และสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่ยั่งยืน

 


 

กลุ่มเป้าหมาย

หลักสูตร Coaching Skills Development หรือ ทักษะการโค้ช นี้ เหมาะสำหรับบุคลากรในระดับบังคับบัญชาทุกระดับ:

  • Managers & Supervisors: ผู้จัดการและหัวหน้างานที่ต้องการเครื่องมือในการบริหารคนและบริหารผลงาน

  • Team Leaders: หัวหน้าทีมที่ต้องการสร้างแรงจูงใจและพัฒนาศักยภาพของลูกทีม

  • HR Professionals: เจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลที่ต้องทำหน้าที่เป็น Internal Coach หรือให้คำปรึกษาแก่พนักงาน

  • Executives: ผู้บริหารระดับสูงที่ต้องการสร้างวัฒนธรรมการโค้ช (Coaching Culture) ให้เกิดขึ้นในองค์กร

  • High Potentials (Hi-Po): พนักงานดาวรุ่งที่กำลังเตรียมตัวเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นหัวหน้างาน

 


 

FAQ – คำถามที่พบบ่อย

Q: Coaching กับ Mentoring ต่างกันอย่างไร?

A: Coaching (การโค้ช) เน้นการตั้งคำถามเพื่อให้ผู้ถูกโค้ชคิดหาคำตอบด้วยตนเอง (Unlock Potential) ไม่เน้นการสอนงาน ส่วน Mentoring (พี่เลี้ยง) เน้นการถ่ายทอดประสบการณ์และสอนงาน (Transfer Knowledge) จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง หลักสูตรนี้จะเน้นที่ทักษะการโค้ชเป็นหลักครับ

Q: หลักสูตรนี้ใช้เวลากี่วัน?

A: เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและมีการฝึกปฏิบัติอย่างเพียงพอ เราแนะนำหลักสูตร 2 วัน (12 ชั่วโมง) ครับ วันแรกเน้น Mindset และทักษะพื้นฐาน วันที่สองเน้นกระบวนการ GROW Model และ Role Play แต่หากเวลาน้อยสามารถจัดเป็นหลักสูตรเร่งรัด 1 วันได้ครับ

Q: รับจัดอบรมแบบ In-house Training หรือไม่?

A: ใช่ครับ B-Tools Training เชี่ยวชาญการจัดอบรมภายในองค์กร โดยเราสามารถปรับ Case Study ให้ตรงกับธุรกิจของท่านได้ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม, ธุรกิจบริการ, หรือหน่วยงานราชการ

Q: ผู้เรียนต้องมีพื้นฐานมาก่อนไหม?

A: ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานครับ หลักสูตรนี้ออกแบบมาให้เรียนรู้ตั้งแต่ระดับเริ่มต้น (Fundamental) ไปจนถึงระดับการประยุกต์ใช้ แต่ถ้าเคยผ่านการอบรมเรื่อง Leadership มาบ้างจะช่วยให้เข้าใจบริบทได้เร็วยิ่งขึ้น

 


 

การลงทุนพัฒนา Coaching Skills Development คือการลงทุนที่ยั่งยืนที่สุด เพราะเมื่อหัวหน้าโค้ชเป็น ทีมงานจะเก่งขึ้น องค์กรจะขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยตัวเอง

B-Tools Training พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ในการสร้างวัฒนธรรมการโค้ชให้เกิดขึ้นในองค์กรของท่าน สนใจจัดอบรมหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อเรา ได้ทันทีเพื่อรับใบเสนอราคา

 

Table of Contents

Service Mind – หลักสูตรจิตบริการ สร้างทัศนคติการบริการ เพื่อการบริการที่เป็นเลิศ

อบรม Service Mind เพื่อพัฒนาจิตบริการและทัศนคติการทำงาน เสริมทักษะการบริการลูกค้า ยกระดับคุณภาพการบริการขององค์กรอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ »

Crisis & Risk Management – หลักสูตรการบริหารจัดการวิกฤต และความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ

อบรมการบริหารจัดการความเสี่ยง ตั้งแต่การระบุความเสี่ยง ประเมินผลกระทบ จัดทำแผน BCP วางมาตรการป้องกัน ไปจนถึงการควบคุมสถานการณ์วิกฤต เพื่อลดความเสียหายให้ธุรกิจ

อ่านต่อ »

Resilience Mindset (AQ) – หลักสูตรการคิดอย่างยืดหยุ่นและเข้มแข็ง รับมือความเปลี่ยนแปลงในการทำงาน

อบรม Resilience Mindset (AQ) เสริมสร้างการคิดอย่างยืดหยุ่นและเข้มแข็ง ปรับวิธีคิด รับมือความเปลี่ยนแปลงในการทำงาน จัดการความเครียดและสร้างพลังบวก

อ่านต่อ »