ในยุค Digital Disruption เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเป็นเพียงเครื่องมือของโปรแกรมเมอร์อีกต่อไป แต่มันได้กลายเป็น “ผู้ช่วยส่วนตัว” ที่ทรงพลังที่สุดสำหรับคนทำงานทุกระดับ การนำ AI เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (AI for Productivity) เข้ามาปรับใช้ในองค์กร จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น “ทางรอด” ที่จะช่วยลดภาระงานซ้ำซาก (Repetitive Tasks) เพิ่มความรวดเร็วในการตัดสินใจ และปลดล็อกความคิดสร้างสรรค์ที่มนุษย์ทำได้ดีกว่า
B-Tools Training ตระหนักดีว่า หลายองค์กรยังกังวลว่า AI จะมาแย่งงาน หรือพนักงานยังขาดความเข้าใจในการใช้งานจริง เราจึงพัฒนา หลักสูตร AI for Productivity ที่เน้นการใช้งานแบบ Practical คือ “เรียนแล้วใช้ได้เลย” โดยรวบรวมเครื่องมือ Generative AI ชั้นนำระดับโลกมาสอนให้พนักงานของคุณทำงานได้ “Smart” ขึ้น “Fast” ขึ้น และ “Better” ขึ้น เพื่อให้องค์กรก้าวล้ำนำหน้าคู่แข่งในโลกธุรกิจที่หมุนเร็ว
ภาพรวมของหลักสูตร AI for Productivity
หลักสูตรการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ของเราถูกออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนพนักงานธรรมดา (General User) ให้กลายเป็น “AI-Augmented Workforce” หรือบุคลากรที่ทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างเชี่ยวชาญ โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 5 โมดูลครอบคลุมทุกมิติการทำงาน
“โครงสร้างหลักสูตรข้างต้นเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น เนื้อหาในทุกโมดูลสามารถปรับเปลี่ยนและเพิ่มเติมได้ตามบริบทและความต้องการจริงขององค์กร”
Module 1: เปิดโลก AI ยุคใหม่ (The World of Generative AI)
ปูพื้นฐานความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อใช้งานได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย
-
Generative AI คือ อะไร?: ทำความเข้าใจหลักการทำงานของ Gen AI ว่ามันไม่ใช่แค่ Search Engine แต่เป็น “สมองกล” ที่สามารถสร้างสรรค์เนื้อหาใหม่ได้ ทั้งข้อความ รูปภาพ และเสียง เรียนรู้ข้อควรระวังเรื่องลิขสิทธิ์ (Copyright) และจริยธรรม (Ethics)
-
เครื่องมือ AI ช่วยทำงาน: แนะนำ Landscape ของเครื่องมือ AI ที่ได้รับความนิยมในปีนี้ เพื่อเลือกใช้ให้เหมาะกับประเภทงานของตนเอง
Module 2: เป็นเซียนด้านงานเขียนและเนื้อหา (Mastering Text & Content Creation)
ลดเวลาการร่างเอกสารจากชั่วโมงเหลือเพียงนาที
-
สอนใช้ ChatGPT และ Google Gemini: เจาะลึกฟีเจอร์ของสองยักษ์ใหญ่แห่งวงการ LLMs (Large Language Models) เรียนรู้วิธีสมัครใช้งาน การตั้งค่า และเคล็ดลับการใช้งานเบื้องต้น
-
การเขียน Prompt (Prompt Engineering): หัวใจสำคัญของการสั่งงาน AI เรียนรู้สูตรลับการเขียนคำสั่ง (Prompt) อย่างไรให้ AI เข้าใจและทำงานให้เราได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด (Context + Task + Instruction + Format)
-
AI ช่วยเขียน: ฝึกปฏิบัติการใช้ AI ร่างอีเมลธุรกิจ, เขียนแคปชั่นโฆษณา, แปลภาษา, และตรวจสอบไวยากรณ์ (Grammar Check)
Module 3: งานนำเสนอและกราฟิกที่น่าทึ่ง (Visual & Presentation Power)
ทำสไลด์สวย เนื้อหาแน่น โดยไม่ต้องเป็นกราฟิกดีไซเนอร์
-
AI ช่วยทำสไลด์: เรียนรู้การใช้ AI Tools (เช่น Gamma, Canva Magic Design) ในการเปลี่ยนหัวข้อ (Topic) ให้กลายเป็นสไลด์ Presentation ที่สวยงามพร้อมโครงร่างเนื้อหาภายในเวลาไม่กี่นาที
-
Image Generation: การใช้ AI สร้างภาพประกอบ Presentation ที่ไม่ติดลิขสิทธิ์ และตรงกับบริบทของเนื้อหา
Module 4: งานออฟฟิศและการวิเคราะห์ (Office Productivity & Analysis)
ให้ AI เป็นผู้ช่วยส่วนตัว จัดการงานเอกสารและข้อมูลมหาศาล
-
Microsoft Copilot: เรียนรู้การใช้งานผู้ช่วยอัจฉริยะที่ฝังอยู่ใน Microsoft 365 (Word, Excel, PowerPoint) เพื่อช่วยร่างเอกสารและจัดการข้อมูลใน Excel
-
AI สรุปบทความ และเอกสารยาวๆ: เทคนิคการโยนไฟล์ PDF หรือวางลิงก์บทความ เพื่อให้ AI สรุปใจความสำคัญ (Key Takeaways) ช่วยประหยัดเวลาการอ่าน
-
AI สรุปประชุม: การใช้ AI ถอดเสียงการประชุม (Transcribe) และสรุป Action Plan ว่าใครต้องทำอะไรต่อ โดยไม่ต้องมานั่งจดบันทึกเอง
-
AI วิเคราะห์ข้อมูล: การให้ AI ช่วยวิเคราะห์เทรนด์จากตาราง Excel หาค่าความผิดปกติ (Anomaly) และสรุป Insight เบื้องต้น
Module 5: เวิร์กชอปประยุกต์ใช้งานจริง (Future of Work Workshop)
-
Design Your AI Workflow: ผู้เรียนใน หลักสูตร AI for Productivity จะได้ออกแบบกระบวนการทำงานของตัวเองใหม่ โดยแทรก AI ช่วยทำงาน เข้าไปในจุดที่เป็นคอขวด (Bottleneck) เพื่อให้เห็นผลลัพธ์จริงทันที
“ต่อยอดศักยภาพบุคลากรให้ทำงานอย่างเป็นระบบได้ในหน้า [หลักสูตรการบริหารเวลา (Time Management) และประสิทธิภาพในการทำงาน (Productivity)]“
Pain Point ที่หลักสูตรมุ่งแก้ไข
จากการทำ Training Needs Analysis (TNA) ร่วมกับฝ่าย HR และผู้บริหารฝ่ายไอที พบว่าปัญหาคลาสสิกที่องค์กรต้องการแก้ไขด้วยการ อบรม AI for Productivity มีดังนี้:
-
Overwhelmed by Routine Tasks: พนักงานเสียเวลา 40-50% ของวันไปกับงานซ้ำซาก เช่น ตอบอีเมลเดิมๆ สรุปรายงานการประชุม หรือจัดรูปแบบเอกสาร ทำให้ไม่มีเวลาไปโฟกัสงานเชิงกลยุทธ์
-
Writer’s Block: ฝ่ายการตลาดหรือ Content Creator คิดคอนเทนต์ไม่ออก หมดไอเดีย หรือใช้เวลานานมากในการร่างบทความเริ่มต้น (Drafting)
-
Data Overload: มีข้อมูลดิบมหาศาล แต่ AI วิเคราะห์ข้อมูล ไม่เป็น ทำให้เสียเวลาทำสรุปนานเกินความจำเป็น และอาจเกิด Human Error
-
Meeting Fatigue: ประชุมเยอะมาก แต่จำเนื้อหาไม่ได้ จดบันทึกไม่ทัน และไม่มีคนทำสรุป AI สรุปประชุม ที่ชัดเจน ส่งผลให้งานตกหล่น
-
Lack of Visualization Skills: พนักงานมีความคิดดี แต่ทำสไลด์ไม่สวย ใช้เวลานานในการจัดวาง Layout ทำให้การนำเสนอไม่น่าสนใจ
-
Slow Adaptation: คู่แข่งเริ่มใช้ AI ลดต้นทุนและทำงานเร็วขึ้น แต่องค์กรเรายังทำงานแบบ Manual ทำให้เสียเปรียบในการแข่งขัน (Competitive Disadvantage)
หลักสูตรการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน นี้จะช่วย Unlock ปัญหาเหล่านี้ โดยการมอบ “เครื่องทุ่นแรง” ที่ทรงพลังที่สุดในยุคนี้ให้กับพนักงานของคุณ
ตัวอย่างสถานการณ์จริง
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า AI ช่วยทำงาน ได้จริงและวัดผลได้ ลองดูตัวอย่างการเปรียบเทียบ:
Case 1: การทำรายงานการประชุม (Minutes of Meeting)
สถานการณ์: ประชุมทีมยาว 2 ชั่วโมง ต้องทำสรุปส่งผู้บริหาร
-
❌ Before (Manual): เลขาฯ จดบันทึกมือ ฟังเทปย้อนหลัง ใช้เวลา 3-4 ชั่วโมงในการพิมพ์สรุปและจัดรูปแบบ
-
✅ After (AI Assisted): ใช้ AI สรุปประชุม (เช่น Microsoft Teams Premium หรือเครื่องมือ Transcribe) ถอดเสียงและสรุปประเด็นสำคัญให้อัตโนมัติ จากนั้นใช้คนตรวจสอบความถูกต้อง เพียง 15-20 นาทีก็พร้อมส่ง
-
ผลลัพธ์: ลดเวลาทำงานลงกว่า 90% และได้รายละเอียดครบถ้วน
-
Case 2: การร่างเนื้อหาการตลาด (Content Writing)
สถานการณ์: ต้องเขียนบทความลงเว็บไซต์ 5 บทความต่อสัปดาห์
-
❌ Before (Struggle): นั่งจ้องหน้าจอเปล่าๆ คิดไม่ออก เขียนไปลบไป ใช้เวลา 1 วันเต็มๆ กว่าจะเสร็จ 1 บทความ
-
✅ After (AI Partner): ใช้ Google Gemini หรือ ChatGPT ช่วยระดมสมอง (Brainstorming) หาหัวข้อ และให้ AI ช่วยเขียน โครงร่าง (Outline) หรือร่างแรก (First Draft) แล้วมนุษย์มาเกลาสำนวนต่อ
-
ผลลัพธ์: ผลิตคอนเทนต์ได้เร็วขึ้น 3 เท่า มีเวลาไปโฟกัสเรื่องกลยุทธ์มากขึ้น
-
Case 3: การวิเคราะห์ข้อมูลยอดขาย (Sales Analysis)
สถานการณ์: มีไฟล์ Excel ยอดขายดิบ 10,000 แถว ต้องหาเทรนด์สินค้าขายดี
-
❌ Before (Excel Formula): นั่งผูกสูตร VLOOKUP, Pivot Table ถ้าผิดจุดหนึ่งก็รวนไปหมด ใช้เวลาครึ่งวัน
-
✅ After (Data Analyst Agent): อัปโหลดไฟล์ให้ AI วิเคราะห์ข้อมูล (เช่น Advanced Data Analysis ใน ChatGPT) แล้วพิมพ์ถามว่า “สินค้าไหนขายดีที่สุดในภาคเหนือ และแนวโน้มเดือนหน้าเป็นอย่างไร?”
-
ผลลัพธ์: ได้คำตอบพร้อมกราฟประกอบภายในไม่กี่วินาที ช่วยให้ตัดสินใจได้ทันที
-
เครื่องมือที่ใช้ / กรอบแนวคิดในการเรียน
B-Tools Training เน้นการสอนที่ผสมผสานทฤษฎีพื้นฐานเข้ากับการลงมือทำจริง โดยใช้เครื่องมือระดับโลก:
1. Large Language Models (LLMs) Overview
เข้าใจกลไกการทำงานของ Generative AI ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเบื้องหลังแชทบอทอัจฉริยะ เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจข้อจำกัดและศักยภาพของมัน
2. The Prompt Engineering Framework
เราสอนเทคนิค การเขียน Prompt อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แค่การเดาสุ่ม โดยใช้กรอบแนวคิด เช่น:
-
R-T-F (Role – Task – Format): กำหนดบทบาท งาน และรูปแบบที่ต้องการ
-
C-R-E-A-T-E Formula: สูตรลับในการสั่งงาน AI ให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและสร้างสรรค์
3. Top-Tier AI Tools Stack
หลักสูตร AI for Productivity ผู้เรียนจะได้สัมผัสและทดลองใช้เครื่องมือชั้นนำ:
-
ChatGPT (OpenAI): เก่งเรื่องการคิดวิเคราะห์ สนทนา และงานเขียน
-
Microsoft Copilot: เก่งเรื่องงานออฟฟิศและการจัดการข้อมูลองค์กร
-
Google Gemini: เก่งเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูล Real-time และงาน Google Workspace
4. Learning Methodology: Active Learning
-
Prompt Battle: กิจกรรมแข่งขันกันเขียนคำสั่ง AI เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงโจทย์ที่สุด ฝึกทักษะการสื่อสารกับ AI
-
Real-Work Simulation: ให้นำงานจริง (เช่น อีเมลลูกค้า, ไฟล์รายงาน) มาลองให้ AI ช่วยทำในห้องเรียน (ภายใต้มาตรการความปลอดภัยข้อมูล)
เมื่อจบหลักสูตร ผู้เรียนจะสามารถ
หลังจากอบรม AI for Productivity เชิงปฏิบัติการในหลักสูตร AI for Productivity ผู้เข้าอบรมจะเกิดการเปลี่ยนแปลง (Transformation) ดังนี้:
-
สั่งงาน AI เป็น: เชี่ยวชาญเทคนิค การเขียน Prompt ขั้นสูง สามารถสั่งให้ AI ทำงานยากๆ แทนได้
-
เขียนงานไวขึ้น: ใช้ AI ช่วยเขียน อีเมล รายงาน และคอนเทนต์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและเป็นมืออาชีพ
-
นำเสนอสวยงาม: สามารถใช้ AI ช่วยทำสไลด์ สร้าง Presentation ที่สวยงามได้ในเวลาอันสั้น
-
สรุปข้อมูลแม่นยำ: ใช้ AI สรุปบทความ และ AI สรุปประชุม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ตกหล่นประเด็นสำคัญ
-
วิเคราะห์ข้อมูลได้: สามารถใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูล เบื้องต้นได้ ช่วยลดภาระงาน Excel ที่ซับซ้อน
-
รู้ทันเครื่องมือ: รู้จักและเลือกใช้ เครื่องมือ AI ช่วยทำงาน ที่หลากหลายและเหมาะสมกับงานแต่ละประเภท
กลุ่มเป้าหมาย
หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับบุคลากรทุกระดับที่ต้องการ Upskill ด้านดิจิทัล:
-
Office Workers / Admin: พนักงานออฟฟิศที่ต้องจัดการเอกสารและการประชุม
-
Marketing & Content Teams: นักการตลาดที่ต้องคิดคอนเทนต์และงานเขียนตลอดเวลา
-
Sales & Business Development: ฝ่ายขายที่ต้องการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและร่างอีเมลเสนอขาย
-
Managers & Executives: ผู้บริหารที่ต้องการใช้ AI เป็นที่ปรึกษา (Co-pilot) ในการตัดสินใจและวางกลยุทธ์
-
HR Professionals: ฝ่ายบุคคลที่ต้องการใช้ AI ช่วยร่าง JD, ประกาศรับสมัครงาน หรือวิเคราะห์เรซูเม่
FAQ – คำถามที่พบบ่อย
Q: ไม่มีความรู้เรื่องเขียนโปรแกรม (Coding) เรียน หลักสูตร AI for Productivity ได้ไหม?
A: เรียนได้แน่นอนครับ! หลักสูตรนี้ออกแบบมาสำหรับ Non-Tech Users (ผู้ใช้งานทั่วไป) เราเน้นการใช้ภาษาธรรมชาติ (Natural Language) ในการสั่งงาน AI ไม่ต้องเขียนโค้ดแม้แต่บรรทัดเดียวครับ
Q: ต้องเสียเงินซื้อโปรแกรม AI ก่อนมาเรียนไหม?
A: ไม่จำเป็นครับ ในการอบรมเราจะแนะนำทั้งเครื่องมือที่เป็นเวอร์ชันฟรี (Free Tier) และแบบเสียเงิน (Pro Tier) เพื่อให้ท่านเห็นความแตกต่าง แต่ Workshop ส่วนใหญ่สามารถทำได้ด้วยเวอร์ชันฟรีครับ
Q: รับจัดอบรม AI for Productivity แบบ In-house Training ไหม?
A: ใช่ครับ B-Tools Training เชี่ยวชาญการจัด In-house Training เราสามารถปรับเนื้อหาให้เข้ากับนโยบายความปลอดภัยข้อมูล (Data Privacy) ของบริษัทท่าน และเน้น Use Case ที่ตรงกับธุรกิจของท่านได้ครับ
Q: ใช้เวลาเรียนกี่วัน?
A: หลักสูตรมาตรฐานคือ 1 วัน (6 ชั่วโมง) ซึ่งเพียงพอสำหรับการเรียนรู้เครื่องมือหลักๆ และฝึกปฏิบัติ แต่ถ้าต้องการเจาะลึกเฉพาะทาง เช่น AI for Marketing หรือ AI for Data Analysis แนะนำ 2 วัน ครับ
AI ไม่ได้มาเพื่อแทนที่คน แต่คนใช้ AI เป็น จะมาแทนที่คนที่ไม่ใช้ การลงทุนในหลักสูตร AI เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน คือการติดอาวุธทางปัญญาที่คุ้มค่าที่สุด เพื่อให้องค์กรของคุณก้าวกระโดดไปข้างหน้า
“ทักษะด้านอารมณ์และสังคม (Soft Skills) ไม่ใช่แค่นามธรรม แต่เป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนประสิทธิภาพและผลกำไรของธุรกิจ ยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรทั้งองค์กรให้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมผ่าน [บริการจัดอบรม Soft Skills สำหรับองค์กร]“
Last Updated on March 4, 2026


