ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ไม่ได้เป็นเพียง “ทางเลือก” แต่กลายเป็น “ทางรอด” ของธุรกิจ คำถามสำหรับผู้นำองค์กรในวันนี้ไม่ใช่ “เราควรใช้ AI หรือไม่?” แต่เป็น “เราจะใช้ AI อย่างไรให้ชนะคู่แข่ง?” การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้รุนแรงและรวดเร็วยิ่งกว่าคลื่นลูกไหนๆ ทักษะ AI สำหรับผู้บริหาร (AI for Executives) จึงเป็นเข็มทิศสำคัญที่จะช่วยนำพาองค์กรฝ่าคลื่นลมแห่ง Digital Transformation ไปสู่ New S-Curve ได้อย่างมั่นคง
B-Tools Training (บีทูลส์ เทรนนิ่ง) ตระหนักดีว่า บทบาทของผู้บริหารระดับสูง (C-Level & Directors) ไม่ใช่การนั่งเขียน Prompt หรือเขียน Code แต่คือการกำหนดวิสัยทัศน์ (Vision) การจัดสรรทรัพยากร (Resource Allocation) และการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) หลักสูตรนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อ “ถอดรหัส” เทคโนโลยีที่ซับซ้อน ให้กลายเป็น “กลยุทธ์ทางธุรกิจ” ที่จับต้องได้ เพื่อให้ท่านสามารถตัดสินใจลงทุนใน AI ได้อย่างชาญฉลาด คุ้มค่า และนำองค์กรก้าวสู่การเป็น AI-First Organization ได้อย่างแท้จริง
ภาพรวมของหลักสูตร
หลักสูตร Executive AI & Business Transformation มุ่งเน้นการสร้าง AI Strategy ในระดับมหภาค โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 5 โมดูลระดับ Executive Class ที่ครอบคลุมทั้งโอกาสและความท้าทาย
“โครงสร้างหลักสูตรข้างต้นเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น เนื้อหาในทุกโมดูลสามารถปรับเปลี่ยนและเพิ่มเติมได้ตามบริบทและความต้องการจริงขององค์กร”
Module 1: วิสัยทัศน์สู่อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AI (Visioning the AI-Driven Future)
ปูพื้นฐานความเข้าใจเพื่อมองเห็นภาพใหญ่ของเทคโนโลยี
-
Digital Transformation ในยุค AI: วิเคราะห์ภูมิทัศน์ของธุรกิจโลกที่เปลี่ยนไปเมื่อ AI เข้ามาเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา (Catalyst) เข้าใจความแตกต่างระหว่าง Traditional Digitization กับ AI-Driven Transformation ว่าทำไมแค่มีระบบ ERP หรือ Cloud ถึงไม่เพียงพออีกต่อไป
-
AI Landscape for Executives: สรุปภาพรวมเทคโนโลยี AI ปัจจุบัน (Predictive AI, Computer Vision, Generative AI) ในภาษาธุรกิจ เพื่อให้ผู้บริหารมองเห็น Use Case ที่เป็นไปได้ในอุตสาหกรรมของตน
Module 2: การวางกลยุทธ์เพื่อความได้เปรียบ (Strategic Implementation & Competitive Edge)
เปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นอาวุธทางธุรกิจ
-
AI Strategy: เรียนรู้วิธีการกำหนดกลยุทธ์ AI ที่สอดคล้องกับเป้าหมายองค์กร (Corporate Strategy Alignment) ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุน (Cost Optimization), การเพิ่มรายได้ (Revenue Growth) หรือการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ (Business Model Innovation)
-
Competitive Advantage: วิเคราะห์ว่า AI จะช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืนได้อย่างไร ผ่านการสร้างกำแพงล้อมรอบธุรกิจ (Moat) ด้วยข้อมูลและอัลกอริทึมที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ
Module 3: Generative AI และการสร้างมูลค่า (Generative AI & Value Creation)
เจาะลึกเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกที่ผู้บริหารต้องรู้
-
Generative AI for Business: ทำความเข้าใจศักยภาพของ Gen AI (เช่น ChatGPT Enterprise, Copilot, Gemini) ในระดับองค์กร ว่ามันจะเข้ามายกระดับ Customer Experience, เร่งกระบวนการ R&D และเพิ่ม Productivity ของพนักงานได้อย่างไร
-
Build vs. Buy Strategy: กรอบแนวคิดในการตัดสินใจว่าจะ “สร้างเอง” (In-house Development) หรือ “ซื้อสำเร็จรูป” (SaaS Solution) ให้เหมาะสมกับขนาดและทรัพยากรขององค์กร
Module 4: ธรรมาภิบาลและความเสี่ยง (Governance, Ethics & Risk Management)
เหรียญอีกด้านที่ผู้นำต้องควบคุม
-
AI Governance: การสร้างกรอบธรรมาภิบาล AI ภายในองค์กร การกำหนดนโยบายการใช้งาน (AI Policy) และการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแล เพื่อให้การใช้ AI เป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้
ดูตัวอย่างแนวทางกำหนด AI Policy และ Data Privacy สำหรับองค์กร ในบทความที่อธิบายขั้นตอนและ checklist สำหรับใช้งานจริง
-
AI Ethics และ Data Privacy: ประเด็นจริยธรรมที่ต้องระวัง เช่น ความลำเอียงของข้อมูล (Bias), ทรัพย์สินทางปัญญา (IP Rights), และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA/GDPR) เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมายและชื่อเสียง (Reputation Risk)
Module 5: การนำการเปลี่ยนแปลงและการลงทุน (Leading the Change & Investment)
จากแผนงานสู่การปฏิบัติจริง
-
AI ROI: วิธีการประเมินความคุ้มค่าในการลงทุน (Return on Investment) ทั้งในรูปแบบตัวเงินและสิ่งที่ตีมูลค่าไม่ได้ (Intangible Assets) เพื่ออนุมัติงบประมาณอย่างสมเหตุสมผล
-
Change Management: จิตวิทยาการบริหารการเปลี่ยนแปลงเพื่อลดแรงต้านจากพนักงาน (Resistance to Change) การเตรียมความพร้อมด้านทักษะ (Reskilling/Upskilling) และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่พร้อมรับมือกับ AI
(หากท่านต้องการเตรียมความพร้อมให้หัวหน้างานระดับกลางในการนำนโยบายไปปฏิบัติ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หลักสูตร AI for Managers ของเรา)
Pain Point ที่หลักสูตรมุ่งแก้ไข
จากการทำ Training Needs Analysis (TNA) ร่วมกับ Board of Directors และ CEO ขององค์กรชั้นนำ พบว่าปัญหาเชิงกลยุทธ์ที่องค์กรต้องการแก้ไขด้วยทักษะ AI สำหรับผู้บริหาร มีดังนี้:
-
FOMO Investment (Fear of Missing Out): ลงทุนใน AI ตามกระแสโดยไม่มี AI Strategy ที่ชัดเจน ซื้อเครื่องมือมาแล้วไม่ได้ใช้ หรือใช้ไม่คุ้มค่า ทำให้เสียเงินเปล่า (Sunk Cost)
-
Resistance to Change: พนักงานและผู้บริหารระดับกลางต่อต้านการนำ AI มาใช้ เพราะกลัวตกงาน หรือมองว่าเป็นภาระเพิ่ม ขาดการทำ Change Management ที่ดี
-
Security Blind Spots: องค์กรมีการใช้ AI นอกระบบที่อนุมัติ (Shadow AI) โดยไม่ทราบว่าข้อมูลใดถูกส่งไปยังบริการใด จึงต้องพิจารณาบัญชีที่ใช้ เงื่อนไขบริการ สิทธิ์เข้าถึง และนโยบายข้อมูลก่อนใช้งาน ความเสี่ยงไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำว่า “ฟรี” หรือ “Enterprise” เพียงอย่างเดียว
-
Disconnect from Value: มีโปรเจกต์ AI เกิดขึ้นมากมาย (POCs) แต่ไม่สามารถ Scale Up หรือสร้าง Competitive Advantage ทางธุรกิจได้จริง เป็นเพียงแค่การทำโชว์ (Innovation Theater)
-
Unclear ROI: ไม่รู้วิธีวัดผลความสำเร็จของโครงการ AI ทำให้ไม่กล้าอนุมัติงบประมาณก้อนใหญ่ หรือตั้งความหวังไว้สูงเกินจริง
-
Ethical Dilemma: กังวลเรื่องลิขสิทธิ์และจริยธรรมในการใช้ Generative AI for Business จนไม่กล้าขยับตัวทำอะไร ทำให้คู่แข่งแซงหน้าไปไกล
หลักสูตรนี้จะช่วย Unlock ปัญหาเหล่านี้ โดยการเปลี่ยนความกังวลให้เป็นความเข้าใจ และเปลี่ยนความเสี่ยงให้เป็นระบบที่ควบคุมได้
ผู้บริหารที่ต้องการดูภาพรวม Roadmap การขับเคลื่อน AI ในระดับองค์กรแบบครบวงจร สามารถอ่านบทความประกอบได้ที่ AI สำหรับองค์กร: คู่มือวางกลยุทธ์และแนวทางพัฒนาบุคลากร
ตัวอย่างสถานการณ์สมมติสำหรับการตัดสินใจของผู้บริหาร
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นสถานการณ์สมมติเพื่ออธิบายแนวทางคิด ไม่ใช่ผลลัพธ์จากลูกค้าหรือผู้เข้าอบรมจริง ผลที่เกิดขึ้นขึ้นอยู่กับบริบท คุณภาพข้อมูล การดำเนินงานและการติดตามผล
Case 1: การอนุมัติงบประมาณโครงการ AI
โจทย์: ฝ่าย IT เสนอโครงการ AI Chatbot และขออนุมัติงบประมาณ
แนวทางพิจารณา: ระบุปัญหาธุรกิจ เปรียบเทียบทางเลือก ประเมินต้นทุนรวมและผลตอบแทนที่คาดหวัง พร้อมกำหนดตัวชี้วัด เกณฑ์ทดลองใช้ และเงื่อนไขก่อนขยายโครงการ
สิ่งที่ใช้ประกอบการตัดสินใจ: Business Case ที่ระบุสมมติฐานด้านต้นทุน ประโยชน์และความเสี่ยง เพื่อให้ผู้บริหารพิจารณาอนุมัติ ปรับขอบเขต หรือชะลอการลงทุน
Case 2: ข้อมูลบริษัทรั่วไหลผ่าน AI
โจทย์: พบการส่งข้อมูลภายในไปยังบริการ AI ที่องค์กรยังไม่ได้อนุมัติ และต้องประเมินความเสี่ยงจากเหตุการณ์นั้น
แนวทางพิจารณา: ตรวจข้อมูลที่ส่ง บัญชีและบริการที่ใช้ สิทธิ์เข้าถึง และเงื่อนไขการจัดเก็บข้อมูล พร้อมให้ผู้รับผิดชอบจัดการเหตุการณ์ตามขั้นตอนขององค์กร
สิ่งที่ใช้ประกอบการตัดสินใจ: ขอบเขตข้อมูลที่อนุญาต เครื่องมือที่อนุมัติและผู้รับผิดชอบติดตาม ไม่ถือว่าการเลือกบัญชี Enterprise เพียงอย่างเดียวทำให้ข้อมูลไม่รั่วไหล
Case 3: การปรับตัวขององค์กร (Organizational Agility)
โจทย์: คู่แข่งเปิดบริการที่ใช้ AI และองค์กรต้องพิจารณาว่าจะตอบสนองอย่างไร
แนวทางพิจารณา: ทบทวนคุณค่าที่ลูกค้าต้องการ ความพร้อมของข้อมูลและบุคลากร แล้วเลือกโครงการทดลองที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ พร้อมแผนสื่อสารและพัฒนาทักษะ
สิ่งที่ใช้ประกอบการตัดสินใจ: ลำดับโครงการ งบประมาณ ผู้รับผิดชอบและตัวชี้วัดสำหรับทบทวนผลก่อนขยายการใช้ AI
เครื่องมือที่ใช้ / กรอบแนวคิดในการเรียน
เครื่องมือและกรอบแนวคิดช่วยให้ผู้บริหารเชื่อมโอกาสของ AI เข้ากับความพร้อมและความเสี่ยงขององค์กร
1. AI Maturity Model
พิจารณาความพร้อมด้านข้อมูล บุคลากร กระบวนการและการกำกับดูแล เพื่อเลือกจุดเริ่มและสิ่งที่ต้องพัฒนาก่อนขยายการใช้ AI การประเมินเป็นแนวทางวางแผน ไม่ใช่ใบรับรองความพร้อมขององค์กร
2. The AI Canvas
ใช้กรอบคำถามเชื่อมปัญหาธุรกิจ คุณค่าที่ต้องการ ข้อมูล ทักษะและต้นทุน เพื่อทำให้แนวคิดโครงการ AI ชัดเจนก่อนนำไปพิจารณา
3. Gartner’s Hype Cycle และกรอบประเมินความเสี่ยง AI
Gartner’s Hype Cycle ช่วยพิจารณาความคาดหวังและความพร้อมของเทคโนโลยี ส่วนการประเมินความเสี่ยง AI พิจารณาข้อมูล สิทธิ์เข้าถึง ความถูกต้องของผลลัพธ์และผู้รับผิดชอบ ทั้งสองส่วนใช้คนละจุดประสงค์ และไม่ได้รับรองว่าโครงการจะสำเร็จหรือปลอดภัยโดยอัตโนมัติ
4. Learning Methodology: Executive Workshop
- Strategy Sandbox: ฝึกวางกลยุทธ์จากสถานการณ์ธุรกิจสมมติ พร้อมรับข้อเสนอแนะ
- Debate & Discussion: แลกเปลี่ยนมุมมองด้านผลกระทบต่อคน ธุรกิจและจริยธรรม โดยพิจารณาทางเลือกและข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ
การริเริ่มโปรเจกต์ใหม่ๆ นั้นทำได้ไม่ยาก แต่การทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืนคือความท้าทายที่แท้จริง เจาะลึกกระบวนการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ฝังรากลึกในพฤติกรรมขององค์กรผ่าน ใช้ การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management)
เมื่อจบหลักสูตร ผู้เรียนจะสามารถ
หลังเรียน ผู้เรียนจะมีแนวทางใช้ประกอบการตัดสินใจระดับองค์กรดังนี้:
- กำหนดทิศทาง AI: เชื่อมเป้าหมายธุรกิจกับโอกาสใช้ AI และจัดลำดับประเด็นสำหรับร่าง AI Strategy
- พิจารณาการลงทุน: เปรียบเทียบทางเลือก ต้นทุนรวม ผลตอบแทนที่คาดหวังและสมมติฐานสำหรับประเมิน ROI
- กำกับความเสี่ยง: ระบุประเด็นด้านข้อมูล สิทธิ์เข้าถึง ความถูกต้อง จริยธรรมและกฎหมายที่ต้องให้ผู้รับผิดชอบตรวจเพิ่มเติม
- ประเมินโอกาสสร้างมูลค่า: พิจารณา Use Case หรือแนวทางธุรกิจใหม่ พร้อมเกณฑ์ทดลองและวัดผล
- นำการเปลี่ยนแปลง: วางประเด็นการสื่อสารและพัฒนาทักษะให้สอดคล้องกับบทบาทของบุคลากร
- ติดตามและทบทวน: ใช้ตัวชี้วัดและผลทดลองประกอบการปรับ ขยาย หรือหยุดโครงการ โดยไม่ถือว่าการอบรมรับประกันความคุ้มค่าหรือความได้เปรียบในการแข่งขัน
กลุ่มเป้าหมาย
หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้บริหารระดับสูงและผู้รับผิดชอบกลยุทธ์ AI ระดับองค์กร ที่ต้องกำหนดทิศทาง พิจารณาการลงทุน และกำกับการนำ AI ไปใช้
- C-Level Executives: CEO, CTO, CIO, CFO และ CMO ที่ต้องตัดสินใจเชิงนโยบายและจัดสรรทรัพยากร
- Board of Directors: กรรมการบริษัทที่ต้องกำกับดูแลทิศทางและความเสี่ยงขององค์กร
- Business Owners: เจ้าของกิจการที่ต้องพิจารณาโอกาสและความคุ้มค่าของการนำ AI มาใช้ในธุรกิจ
- Directors / VPs: ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ นวัตกรรม หรือ HR ที่รับผิดชอบการเปลี่ยนแปลงระดับองค์กร
FAQ – คำถามที่พบบ่อย
ไม่มีความรู้ด้าน Technical หรือ Coding เลย จะเรียนรู้เรื่องไหม?
A: เรียนรู้เรื่องแน่นอนครับ หลักสูตรนี้ Zero-Coding เราพูดภาษา “Business” ไม่ใช่ภาษา “Python” เราเน้นเรื่อง Use Case, Strategy, และ Management ซึ่งเป็นภาษาที่ผู้บริหารคุ้นเคยอยู่แล้วครับ
หลักสูตรนี้ต่างจาก AI for Managers อย่างไร?
A: Executive AI & Business Transformation เน้นการกำหนด AI Strategy พิจารณาการลงทุนและ ROI รวมถึงการกำกับดูแลระดับองค์กร ส่วน AI for Managers เน้นการนำเป้าหมายมาวางแผนงาน วิเคราะห์ข้อมูล จัดการ Workflow และบริหารทีม ผู้ที่มีหลายบทบาทควรเลือกจากงานที่ต้องรับผิดชอบเป็นหลัก
ใช้เวลานานเท่าไหร่ ผู้บริหารมีเวลาน้อย?
A: เราออกแบบมาให้กระชับที่สุด คือ 1 วัน (Executive Intensive) ที่รวบรวมเนื้อหาสำคัญ (Essence) มาให้ครบจบในวันเดียว หรือสามารถจัดเป็น Half-Day Session สำหรับหัวข้อเฉพาะเจาะจงได้ครับ
รับจัด In-house สำหรับทีมผู้บริหาร (ManComm) ไหม?
A: รับจัด In-house สำหรับทีมผู้บริหาร โดยสามารถปรับโจทย์ให้สอดคล้องกับบริบทองค์กรได้ สำหรับเวิร์กชอปควรใช้สถานการณ์สมมติหรือข้อมูลที่องค์กรอนุญาตให้ใช้กับเครื่องมือที่ตกลงไว้ หากใช้ข้อมูลจริง ต้องตรวจขอบเขตข้อมูล สิทธิ์เข้าถึงและเงื่อนไขบริการก่อน การมี NDA เป็นข้อตกลงรักษาความลับและไม่ได้ทดแทนการตรวจเงื่อนไขของบริการ AI
เปลี่ยนทฤษฎีในห้องเรียนให้เป็นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงหน้างาน ด้วยการนำทีมงานของเราเข้าไปจัดเวิร์กชอปแบบจับมือทำถึงที่บริษัทผ่าน บริการจัดอบรม Soft Skills แบบ In-House
Last Updated on October 9, 2026


