หลักสูตร HR for Non-HR : บริหารทรัพยากรมนุษย์สำหรับหัวหน้างาน

ยกระดับหัวหน้างานด้วยหลักสูตร HR for Non-HR (บริหารทรัพยากรมนุษย์สำหรับหัวหน้างาน) เรียนรู้การคัดเลือก รักษา และประเมินผลทีมงานอย่างมืออาชีพ
บรรยากาศการฝึกอบรมหลักสูตรบริหารทรัพยากรมนุษย์สำหรับหัวหน้างาน (HR for Non-HR)

 

ในโลกธุรกิจความเป็นจริง “คน” คือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดและบริหารจัดการยากที่สุด หลายองค์กรมีความเข้าใจผิดว่าหน้าที่การดูแลพนักงานเป็นของฝ่ายบุคคล (HR Department) เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ผู้ที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จ ความผูกพัน และการลาออกของพนักงานมากที่สุดคือ “หัวหน้างานโดยตรง” (Line Manager) ทักษะ HR for Non-HR จึงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะช่วยให้ผู้นำหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายขาย, การตลาด, วิศวกรรม หรือบัญชี สามารถบริหารจัดการทีมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาความขัดแย้ง และดึงศักยภาพสูงสุดของลูกน้องออกมาใช้ได้

B-Tools Training ตระหนักดีว่า หัวหน้างานส่วนใหญ่เติบโตมาจากคนเก่งงาน (Functional Expert) แต่อาจยังขาดทักษะด้านการบริหารคน (People Management) เราจึงพัฒนา หลักสูตรบริหารทรัพยากรมนุษย์สำหรับหัวหน้างาน ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อเปลี่ยน Mindset และมอบเครื่องมือที่จำเป็น ให้ท่านสามารถทำหน้าที่เป็น “HR Manager ประจำทีม” ที่สามารถ คัดเลือก (Recruit), พัฒนา (Develop), รักษา (Retain) และประเมินผล (Evaluate) ทีมงานได้อย่างมืออาชีพและถูกต้องตามหลักกฎหมาย

 


 

ภาพรวมของหลักสูตรบริหารทรัพยากรมนุษย์สำหรับหัวหน้างาน

หลักสูตรนี้ถูกออกแบบมาให้ครอบคลุมวงจรชีวิตของพนักงาน (Employee Life Cycle) ในมุมมองของหัวหน้างาน โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 5 โมดูลเข้มข้น

โครงสร้างหลักสูตรข้างต้นเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น เนื้อหาในทุกโมดูลสามารถปรับเปลี่ยนและเพิ่มเติมได้ตามบริบทและความต้องการจริงขององค์กร

Module 1: การสรรหาและคัดเลือก (Recruitment & Selection for Line Managers)

การสร้างทีมที่แข็งแกร่งเริ่มจากการเลือกคนที่ใช่

  • Competency-Based Interview: เทคนิคการสัมภาษณ์งานโดยอิงสมรรถนะ เพื่อค้นหาคนที่ “เก่งจริง” ไม่ใช่แค่ “พูดเก่ง”

  • Asking the Right Questions: ศิลปะการตั้งคำถามสัมภาษณ์ (STAR Technique) เพื่อเจาะลึกพฤติกรรมในอดีตและทำนายความสำเร็จในอนาคต

  • Hiring Decision: หลักเกณฑ์การตัดสินใจเลือกคนให้เหมาะกับงาน (Put the right man on the right job) และเหมาะกับวัฒนธรรมทีม (Cultural Fit)

Module 2: การบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management)

มากกว่าแค่การประเมินปลายปี คือการดูแลตลอดปี

  • Setting KPIs & Goals: การกำหนดตัวชี้วัดผลงานที่ชัดเจนและท้าทาย (SMART Goals) ร่วมกับลูกน้อง

  • Ongoing Feedback: เทคนิคการให้ข้อมูลป้อนกลับอย่างสม่ำเสมอ ทั้งคำชม (Positive Feedback) และคำติเพื่อก่อ (Constructive Feedback)

  • Fair Appraisal: การประเมินผลงานปลายปีอย่างยุติธรรม ลดอคติ (Bias) และชี้แจงผลประเมินได้อย่างมีหลักการ

Module 3: การสร้างความผูกพันและแรงจูงใจ (Employee Engagement & Motivation)

รักษาคนเก่งให้อยู่กับเรานานๆ

  • Understanding Motivation: จิตวิทยาการจูงใจคนทำงานที่แตกต่างกัน (เงิน, คำชม, ความก้าวหน้า, อิสระ)

  • Building Engagement: บทบาทของหัวหน้างานในการสร้างบรรยากาศการทำงานที่มีความสุข และทำให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร

  • Retention Strategy: กลยุทธ์การรักษา Talent และการบริหารจัดการคนเก่ง (Talent Management) ไม่ให้สมองไหล

Module 4: กฎหมายแรงงานที่หัวหน้าต้องรู้ (Essential Labor Law for Managers)

บริหารคนอย่างไรไม่ให้เจ็บตัวและขึ้นศาล

  • Employment Contract: ความเข้าใจพื้นฐานเรื่องสัญญาจ้างงาน และข้อตกลงสภาพการจ้าง

  • Disciplinary Action: ขั้นตอนการตักเตือน การออกหนังสือเตือน และการลงโทษทางวินัยที่ถูกต้องตามกฎหมาย

  • Termination: การเลิกจ้างอย่างเป็นธรรม (Fair Termination) และข้อควรระวังเพื่อป้องกันการฟ้องร้องคดีแรงงาน

Module 5: การพัฒนาและสอนงาน (Developing & Coaching Team)

หน้าที่ของหัวหน้าคือการสร้างคน

  • OJT (On-the-Job Training): เทคนิคการสอนงานหน้างานให้ได้ผล และการมอบหมายงาน (Delegation) เพื่อพัฒนาทักษะ

  • Individual Development Plan (IDP): การวางแผนพัฒนาบุคลากรรายบุคคล เพื่อให้ลูกน้องเห็นเส้นทางเติบโต (Career Path)

  • Manager as a Coach: การใช้ทักษะการโค้ชเพื่อปลดล็อกศักยภาพทีมงาน

(หากท่านต้องการเจาะลึกทักษะการเป็นผู้นำทีมโดยเฉพาะ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ [หมวดหลักสูตร (Leadership & Team Management)])

 


 

Pain Point ที่หลักสูตรมุ่งแก้ไข

จากการทำ Training Needs Analysis (TNA) ร่วมกับฝ่าย HR Director และเจ้าของกิจการ พบว่าปัญหาเรื้อรังที่องค์กรต้องการแก้ไขด้วยหลักสูตร HR for Non-HR มีดังนี้:

  1. Wrong Hiring: หัวหน้าเลือกคนผิด รับเข้ามาแล้วทำงานไม่ได้ หรือเข้ากับทีมไม่ได้ ทำให้เสียเวลาและต้นทุนในการสอนงานใหม่

  2. Unfair Evaluation: ลูกน้องร้องเรียนว่าหัวหน้าประเมินผลงานไม่ยุติธรรม “เลือกที่รักมักที่ชัง” (Favoritism) ไม่มีหลักฐานรองรับคะแนน

  3. Legal Risks: หัวหน้าไล่พนักงานออกด้วยอารมณ์ หรือตักเตือนไม่ถูกวิธี ทำให้บริษัทโดนฟ้องร้องคดีแรงงานและต้องจ่ายค่าชดเชยจำนวนมาก

  4. High Turnover: อัตราการลาออกในทีมสูง พนักงานเก่งๆ อยู่ไม่ได้ เพราะหัวหน้าขาดจิตวิทยาในการจูงใจ (People Skills)

  5. Toxic Environment: ไม่สามารถจัดการกับลูกน้องที่มีปัญหา (Problem Staff) ได้ ปล่อยให้พฤติกรรมแย่ๆ ทำลายบรรยากาศทีม

  6. No Development: หัวหน้าใช้งานลูกน้องหนัก แต่ไม่มีเวลาสอนงานหรือพัฒนา ทำให้พนักงานรู้สึกว่าตัวเองย่ำอยู่กับที่

หลักสูตรนี้จะช่วย Unlock ปัญหาเหล่านี้ โดยเปลี่ยนหัวหน้างานให้มีความรู้ความเข้าใจในหลักการบริหารคน และสามารถทำงานร่วมกับฝ่าย HR ได้อย่างสอดประสาน

 


 

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าทักษะ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ จะช่วยแก้ปัญหาหน้างานได้อย่างไร ลองดูตัวอย่างการเปรียบเทียบระหว่างหัวหน้างานทั่วไป (Before) กับหัวหน้างานมืออาชีพ (After):

Case 1: การสัมภาษณ์งาน (Recruitment)

สถานการณ์: ต้องสัมภาษณ์ผู้สมัครตำแหน่ง Sales

  • Before (ใช้ความรู้สึก): ถามคำถามทั่วไป “แนะนำตัวหน่อย”, “ทำไมถึงลาออก”, “ชอบสีอะไร” แล้วตัดสินใจรับเพราะ “คุยถูกคอ” (Gut Feeling)

    • ผลลัพธ์: รับคนเข้ามาแล้วทำงานไม่ได้จริง บุคลิกดีแต่ขายของไม่เป็น

  • After (ใช้สมรรถนะ): ใช้เทคนิค Competency-Based Interview ถามเจาะลึกพฤติกรรม “ช่วยเล่าเหตุการณ์ที่คุณปิดการขายที่ยากที่สุดให้ฟังหน่อย ว่าทำอย่างไร?”

    • ผลลัพธ์: ได้คนที่เก่งจริง มีทักษะตรงตามต้องการ ลดความเสี่ยงในการรับคนผิด

Case 2: ลูกน้องทำผิดวินัย (Discipline)

สถานการณ์: พนักงานมาสายบ่อยและเริ่มขาดงานโดยไม่แจ้ง

  • Before (ใช้อารมณ์): เรียกมาด่ากราด หรือไลน์ไปขู่ไล่ออก “ถ้าทำอีกไม่ต้องมาทำงานนะ” (เสี่ยงผิดกฎหมาย)

    • ผลลัพธ์: พนักงานฟ้องกรมสวัสดิการฯ บริษัทแพ้คดีเพราะเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

  • After (ใช้กฎหมาย): เรียกพบเพื่อตักเตือนด้วยวาจา และทำบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร (Verbal Warning Record) หากยังทำผิดซ้ำ จึงออกหนังสือเตือน (Written Warning) ตามขั้นตอนกฎหมาย

    • ผลลัพธ์: จัดการปัญหาได้เด็ดขาด เป็นธรรม และบริษัทปลอดภัยจากการฟ้องร้อง

Case 3: การแจ้งผลประเมินที่แย่ (Performance Appraisal)

สถานการณ์: ต้องแจ้งลูกน้องว่าปีนี้ได้เกรด D (ต้องปรับปรุง)

  • Before (หลีกเลี่ยง): ไม่กล้าพูดตรงๆ บอกว่า “พี่ช่วยเต็มที่แล้ว แต่เบื้องบนตัดเกรดมาแบบนี้” (โยนความรับผิดชอบ)

    • ผลลัพธ์: ลูกน้องไม่รู้ตัวว่าผิดตรงไหน และโกรธองค์กร

  • After (ให้ Feedback): เตรียมข้อมูลหลักฐาน (Fact) ว่างานชิ้นไหนที่ทำผิดพลาด เป้าหมายไหนที่ไม่ถึงเกณฑ์ และร่วมกันวางแผนปรับปรุง (Development Plan)

    • ผลลัพธ์: ลูกน้องยอมรับผลประเมินด้วยจำนนต่อหลักฐาน และมีแนวทางแก้ไขตัวเอง

 


 

เครื่องมือที่ใช้ / กรอบแนวคิดในการเรียน

เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำ การบริหารคน ไปประยุกต์ใช้ได้จริง B-Tools Training ผสมผสานทฤษฎี HR สากลเข้ากับกฎหมายแรงงานไทย:

1. The STAR Technique

เทคนิคการตั้งคำถามสัมภาษณ์เพื่อเจาะหาความจริง:

  • S (Situation): สถานการณ์เป็นอย่างไร

  • T (Task): โจทย์หรือหน้าที่คืออะไร

  • A (Action): ผู้สมัครทำอะไรลงไป (สำคัญที่สุด)

  • R (Result): ผลลัพธ์เป็นอย่างไร

2. Situational Leadership & Motivation Theories

การประยุกต์ใช้ทฤษฎีแรงจูงใจ (Maslow, Herzberg) และภาวะผู้นำตามสถานการณ์ เพื่อดูแลพนักงานที่มีความต้องการแตกต่างกัน ท่านสามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวคิดนี้ได้ที่ Wikipedia: Human Resource Management ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญ

3. Labor Protection Act (คุ้มครองแรงงาน)

สรุปสาระสำคัญของ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ฉบับที่เกี่ยวข้องกับหัวหน้างานโดยตรง เช่น วันลา, ค่าล่วงเวลา, และการเลิกจ้าง เพื่อให้หัวหน้างานปฏิบัติได้ถูกต้อง

4. Learning Methodology: Active Learning

  • Role Play Interview: จำลองสถานการณ์เป็นผู้สัมภาษณ์และผู้ถูกสัมภาษณ์

  • Case Study Analysis: วิเคราะห์เคสตัวอย่างคดีแรงงานที่เกิดขึ้นจริงในศาล เพื่อเป็นอุทาหรณ์

  • Workshop Appraisal: ฝึกเขียนแบบประเมินผลงานและให้ Feedback ลูกน้อง

 


 

เมื่อจบหลักสูตร ผู้เรียนจะสามารถ

หลังจากผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการในหลักสูตร HR for Non-HR ผู้เข้าอบรมจะเกิดการเปลี่ยนแปลง (Transformation) ดังนี้:

  1. คัดคนเป็น: สามารถคัดเลือกพนักงานใหม่ได้ตรงกับสมรรถนะ (Competency) และเข้ากับทีมได้ดี ลดปัญหาการลาออกไว

  2. ประเมินผลแม่น: สามารถประเมินผลงานลูกน้องได้อย่างเป็นธรรม มีหลักฐานอ้างอิง และลดความขัดแย้งเรื่องการขึ้นเงินเดือน/โบนัส

  3. ลดความเสี่ยงกฎหมาย: เข้าใจข้อกฎหมายแรงงานเบื้องต้น ไม่เผลอทำผิดระเบียบหรือละเมิดสิทธิลูกจ้างจนบริษัทเสียหาย

  4. รักษาคนเก่งได้: รู้วิธีจูงใจและบริหารความผูกพัน (Engagement) ทำให้พนักงานเก่งๆ อยากทำงานด้วยนานๆ

  5. กล้าจัดการปัญหา: มีความมั่นใจในการตักเตือน ลงโทษ หรือบริหารจัดการพนักงานที่มีปัญหา (Deadwood) อย่างมืออาชีพ

  6. ทำงานร่วมกับ HR ได้ดี: เข้าใจบทบาทของฝ่ายบุคคล และสามารถประสานงานกันเพื่อพัฒนาทีมงานได้อย่างราบรื่น

 


 

กลุ่มเป้าหมาย

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับบุคลากรระดับบังคับบัญชาทุกระดับที่ “ไม่ใช่ HR” แต่มีลูกน้องต้องดูแล:

  • Line Managers: ผู้จัดการฝ่ายต่างๆ เช่น ฝ่ายขาย, ฝ่ายผลิต, ฝ่ายบัญชี, ฝ่ายไอที

  • Supervisors / Team Leaders: หัวหน้างานระดับต้นที่เพิ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่ง

  • Business Owners: เจ้าของกิจการ SME ที่ต้องบริหารคนด้วยตนเอง

  • Project Managers: ผู้บริหารโครงการที่ต้องดูแลทีมงานเฉพาะกิจ

 


 

FAQ – คำถามที่พบบ่อย

Q: ไม่มีความรู้กฎหมายเลย จะเรียนรู้เรื่องไหม? A: เรียนรู้เรื่องแน่นอนครับ หลักสูตรนี้ไม่ได้สอนให้ท่านเป็นทนายความ แต่สอน “หลักปฏิบัติ” ที่หัวหน้างานต้องรู้ในภาษาที่เข้าใจง่าย (Easy to understand) เน้นสิ่งที่ทำได้และทำไม่ได้ (Do’s & Don’ts)

Q: หลักสูตรใช้เวลาเรียนกี่วัน?

A: หลักสูตรมาตรฐานคือ 1-2 วัน (6-12 ชั่วโมง)

  • 1 วัน: เน้นหลักการบริหารคน การสรรหา และการประเมินผล

  • 2 วัน: เพิ่มเนื้อหากฎหมายแรงงานเข้มข้น และ Workshop การจัดการพนักงานที่มีปัญหา

Q: รับจัดอบรมแบบ In-house Training หรือไม่?

A: ใช่ครับ B-Tools Training เชี่ยวชาญการจัดอบรมภายในองค์กร โดยเราสามารถนำ “ระเบียบข้อบังคับการทำงาน” หรือ “แบบฟอร์มประเมินผล” ของบริษัทท่านมาใช้เป็นกรณีศึกษาในการสอนได้เลย เพื่อให้หัวหน้างานเข้าใจและนำไปใช้จริงได้ทันที

Q: หลักสูตรนี้สอนเรื่องการคำนวณเงินเดือนไหม?

A: โดยปกติจะไม่เน้นเรื่องการคำนวณเงินเดือน (Payroll) เพราะเป็นหน้าที่ของ HR แต่เราจะเน้นเรื่องการบริหารค่าตอบแทน (Compensation) ในมุมของการจูงใจและการสื่อสารกับลูกน้องมากกว่าครับ

 


 

การบริหารคนไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่เป็นทักษะที่ฝึกฝนได้ การลงทุนในหลักสูตร HR for Non-HR คือการติดอาวุธให้หัวหน้างานของคุณมีครบทั้ง “พระเดช” (กฎระเบียบ) และ “พระคุณ” (จิตวิทยา) เพื่อนำพาทีมสู่ความสำเร็จ

“สร้างมาตรฐานและสไตล์การบริหารคนที่เป็นเอกภาพเดียวกันทั้งองค์กร เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการดูแลลูกน้องของแต่ละแผนก ยกระดับศักยภาพทีมผู้บริหารแบบยกชุดผ่าน [บริการอบรม Soft Skills สำหรับองค์กร] หรือดูข้อมูลการอบรมเพิ่มเติมที่ [บริการอบรมการบริหารทีมงานสำหรับองค์กร (Team Management Training)]”

 

Last Updated on March 13, 2026

Picture of B Tools Training
B Tools Training

ที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ด้านการฝึกอบรมองค์กร เชื่อมโยงคน ผลงาน และเป้าหมายธุรกิจ เพื่อผลลัพธ์ที่วัดได้

Table of Contents
บรรยากาศการฝึกอบรม English for Luxury Retail เน้นการเล่าเรื่องแบรนด์และการบริการเหนือระดับ

English for Luxury Retail & High-End Services – หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจแบรนด์เนมและบริการระดับพรีเมียม

ยกระดับทีมขายด้วยหลักสูตร English for Luxury Retail (ภาษาอังกฤษสำหรับพนักงานขายแบรนด์เนม) เน้นคำศัพท์หรู Storytelling และบริการระดับ High-End

อ่านต่อ »

Consultative Selling – หลักสูตรการขายเชิงที่ปรึกษาเพื่อเพิ่มยอดขายอย่างมืออาชีพ

  ในยุคที่ผู้ซื้อสามารถค้นหาข้อมูลสินค้า สเปก และราคาเปรียบเทียบได้เองผ่านอินเทอร์เน็ตภายในไม่กี่วินาที พนักงานขายที่ทำหน้าที่เพียง “นำเสนอแคตตาล็อกสินค้า” กำลังจะถูกเทคโนโลยีกลืนกิน ลูกค้าองค์กรระดับ B2B ในปี 2026 ไม่ได้ต้องการคนที่มาเพื่อปิดการขายให้เร็วที่สุด แต่พวกเขาตามหา “ผู้เชี่ยวชาญ” ที่สามารถช่วยวินิจฉัยความเจ็บปวดทางธุรกิจ และชี้แนะแนวทางแก้ไขปัญหาที่พวกเขาอาจมองข้ามไป หลักสูตรการขายเชิงที่ปรึกษาฉบับนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อรื้อกระบวนทัศน์การขายแบบยัดเยียด (Hard Selling)

อ่านต่อ »
บรรยากาศการฝึกอบรมการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking Skills) และการแก้ปัญหา

หลักสูตรการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking): ทักษะเพื่อกลั่นกรองหาข้อเท็จจริงและตัดอคติส่วนตัว

อบรมทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking Skills) ป้องกันความผิดพลาด ฝึกฝนการตั้งคำถาม ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ และคิดอย่างมีวิจารณญาณก่อนด่วนสรุปแก้ปัญหา

อ่านต่อ »
Scroll to Top