ในโครงสร้างองค์กร บทบาทของ ผู้นำระดับสูง (Senior Leaders) หรือผู้จัดการระดับอาวุโส (Senior Managers) เปรียบเสมือน “กระดูกสันหลัง” ของธุรกิจ ท่านคือผู้ที่ต้องรับวิสัยทัศน์จากผู้บริหารระดับสูง (C-Level) มาแปลงเป็นแผนปฏิบัติการ (Execution) และขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นจริง ทักษะ Leadership Skills for Senior Level จึงไม่ใช่แค่การบริหารงานในแผนกตนเองให้รอด แต่คือการมองภาพรวม เชื่อมโยงการทำงานข้ามสายงาน และ “บริหารคนที่เป็นหัวหน้าคน” (Managing Managers) ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
B-Tools Training เข้าใจดีว่าความท้าทายในระดับนี้คือ “แรงกดดันจากทั้งสองทาง” (The Squeeze) ข้างบนก็เร่งรัดผลลัพธ์ ข้างล่างก็ต้องการการสนับสนุน หลักสูตรนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อติดอาวุธให้ Senior Leaders สามารถก้าวข้ามจากการเป็น “ผู้เชี่ยวชาญในสายงาน” (Functional Expert) สู่การเป็น “ผู้นำเชิงกลยุทธ์” (Strategic Leader) ที่สามารถผสานพลังทีมงานและนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายได้อย่างไร้รอยต่อ
ภาพรวมของหลักสูตร
หลักสูตร Leadership Skills for Senior Level มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการบริหารจัดการขั้นสูง (Advanced Management Skills) โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 5 โมดูลสำคัญ ที่ตอบโจทย์คนทำงานระดับ Department Head หรือ Division Manager:
Module 1: Strategic Alignment & Translation (การเชื่อมโยงกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ)
หน้าที่หลักคือการแปลง “ภาษาเทพ” (Corporate Strategy) ให้เป็น “ภาษาคน” (Operational Goals)
-
Translating Vision to Action: วิธีการแปลงเป้าหมายองค์กร (Corporate KPIs) ให้เป็นเป้าหมายของแผนกและทีมงานที่จับต้องได้
-
Strategic Thinking: การคิดวิเคราะห์เพื่อจัดลำดับความสำคัญของโครงการ (Prioritization) ว่าสิ่งไหนทำแล้วคุ้มค่าและตอบโจทย์องค์กรที่สุด
-
Resource Allocation: ศิลปะการจัดสรรงบประมาณและกำลังคนที่มีจำกัด ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด (Efficiency)
Module 2: Managing Managers (ศิลปะการบริหารผู้จัดการ)
เมื่อลูกน้องของคุณไม่ใช่พนักงานระดับปฏิบัติการ แต่เป็น “หัวหน้างาน” (Junior Managers)
-
Leading Leaders: วิธีการปกครองคนที่เป็นหัวหน้างาน ซึ่งต้องการอิสระ (Autonomy) และการยอมรับ (Respect) มากกว่าการสั่งการแบบจุกจิก
-
Coaching for Performance: ทักษะการโค้ชเพื่อพัฒนาหัวหน้างานในทีมให้สามารถแก้ปัญหาและดูแลลูกทีมของเขาต่อได้ (Train the Trainer Approach)
-
Empowerment with Accountability: การให้อำนาจตัดสินใจควบคู่ไปกับการกำหนดความรับผิดชอบที่ชัดเจน
Module 3: Cross-Functional Collaboration (การบริหารงานข้ามสายงาน)
ทลายกำแพงไซโล (Silo) เพื่อความสำเร็จร่วมกัน
-
Breaking Down Silos: เทคนิคการประสานงานและเจรจากับผู้จัดการแผนกอื่น (Peers) เพื่อลดความขัดแย้งและแย่งชิงทรัพยากร
-
Stakeholder Management: การบริหารความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งเจ้านาย ลูกน้อง และเพื่อนร่วมงานต่างแผนก
-
Influencing without Authority: การโน้มน้าวใจเพื่อให้ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายอื่น โดยไม่ต้องใช้อำนาจสั่งการ
Module 4: Leading Change & Problem Solving (การนำการเปลี่ยนแปลงและแก้ปัญหาซับซ้อน)
-
Change Agent: บทบาทในการสื่อสารและผลักดันนโยบายใหม่ๆ ของบริษัทให้ลูกน้องยอมรับและปฏิบัติตามลดแรงต้าน (Resistance Management)
-
Complex Problem Solving: กระบวนการคิดเชิงระบบ (Systems Thinking) เพื่อแก้ปัญหาที่เกี่ยวพันกันหลายฝ่าย ไม่ใช่แก้จุดหนึ่งแล้วไปโผล่อีกจุดหนึ่ง
-
Crisis Leadership: การรักษาความนิ่งและเป็นที่พึ่งให้กับทีมงานในยามวิกฤตหรือเมื่อเจอปัญหาหนัก
Module 5: Talent Development & Succession (การพัฒนาคนเก่ง)
-
Identifying High Potentials: วิธีการมองหา “ดาวรุ่ง” ในทีมเพื่อปั้นขึ้นมาทดแทนตำแหน่ง
-
Mentoring Skills: การเป็นพี่เลี้ยงเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้ (Tacit Knowledge) ให้กับคนรุ่นใหม่
-
Creating Succession Plan: การวางแผนสืบทอดตำแหน่งในระดับปฏิบัติการ เพื่อไม่ให้งานสะดุดเมื่อมีคนลาออก
(หากท่านเป็นผู้บริหารระดับสูงระดับ C-Level ที่ต้องกำหนดทิศทางองค์กร สามารถดูหลักสูตร Executive Leadership เพิ่มเติมได้ครับ)
Pain Point ที่หลักสูตรมุ่งแก้ไข
จากการสำรวจกลุ่มผู้จัดการระดับสูง (Senior Managers) ในองค์กรชั้นนำ พบว่าปัญหาที่มักเจอและต้องการแก้ไขด้วยหลักสูตร ทักษะผู้นำระดับสูง นี้ คือ:
-
The Execution Gap: เข้าใจนโยบายผู้บริหารแต่ “ถ่ายทอดไม่เป็น” ลูกน้องระดับล่างไม่เข้าใจทิศทาง ทำให้ทำงานสะเปะสะปะ
-
Silo Wars: ทะเลาะกับแผนกอื่นเป็นประจำ ปกป้องแต่ลูกน้องตัวเอง (Turf War) จนงานภาพรวมของบริษัทเสียหาย
-
Micromanagement Trap: เคยชินกับการลงไปล้วงลูกงานละเอียด ทั้งที่มีหัวหน้างานระดับต้นคอยดูอยู่แล้ว ทำให้ตัวเองไม่มีเวลาดูภาพรวม
-
Sandwich Syndrome: เครียดจากการถูกบีบทั้งบนและล่าง ไม่รู้วิธีบริหารความคาดหวังของเจ้านาย (Managing Up) และดูแลความรู้สึกของลูกน้อง (Managing Down) พร้อมกัน
-
Lack of Strategic View: ยังติดนิสัยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า (Firefighting) ไม่มีเวลาวางแผนพัฒนาระบบงานระยะยาว
หลักสูตร Leadership Skills for Senior Level จะช่วย Unlock ปัญหาเหล่านี้ และเปลี่ยนท่านให้เป็น “สะพาน” ที่เชื่อมต่อความสำเร็จขององค์กรได้อย่างแข็งแกร่ง
ตัวอย่างสถานการณ์จริง
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า ทักษะผู้นำระดับซีเนียร์ จะช่วยแก้ปัญหาหน้างานได้อย่างไร ลองดูตัวอย่างการเปรียบเทียบ:
Case 1: ความขัดแย้งระหว่างแผนก (Sales vs. Operation)
สถานการณ์: ฝ่ายขายรับปากลูกค้ามาแบบจัดเต็ม แต่ฝ่ายปฏิบัติการทำไม่ทันและบ่นว่างานโหลด
-
❌ Typical Manager: เข้าข้างลูกน้องตัวเอง แล้วไปทะเลาะกับผู้จัดการฝ่ายขาย “ทีมคุณรับปากมั่วซั่ว ลูกน้องผมตายพอดี”
-
✅ Senior Leader: นัดคุยกับผู้จัดการฝ่ายขายด้วยข้อมูลและเหตุผล (Data-Driven) หาทางออกร่วมกัน เช่น ปรับไทม์ไลน์ หรือขอทรัพยากรเพิ่มชั่วคราว เพื่อให้งานบริษัทเดินต่อได้ (Organizational Goal Focus)
Case 2: การพัฒนาหัวหน้างานมือใหม่ (Developing Junior Managers)
สถานการณ์: หัวหน้างานในทีม (Junior Manager) ไม่กล้าตัดสินใจ ชอบโยนปัญหามาให้คุณแก้
-
❌ Typical Manager: รำคาญและตัดสินใจให้จบๆ ไป “เอามานี่ เดี๋ยวพี่เซ็นเอง” (ทำให้ลูกน้องไม่โต)
-
✅ Senior Leader: ใช้ทักษะ Coaching ถามกลับว่า “ถ้าเป็นคุณ คุณจะแก้ปัญหานี้อย่างไร? มีข้อดีข้อเสียยังไง?” เพื่อฝึกให้เขาคิดและกล้าตัดสินใจ โดยมีคุณคอย Backup
Case 3: การถ่ายทอดนโยบายลดงบประมาณ (Communicating Tough News)
สถานการณ์: บริษัทสั่งลดงบประมาณแผนก 10%
-
❌ Typical Manager: เรียกประชุมแล้วบอกว่า “เบื้องบนสั่งมา พี่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ต้องตัดงบนะ” (โยนกลอง สร้างพลังลบ)
-
✅ Senior Leader: สื่อสารเหตุผลความจำเป็นทางธุรกิจ (The ‘Why’) และชวนทีมงานระดมสมองว่า “เราจะบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด?” (Inspiring Resilience)
เครื่องมือที่ใช้ / กรอบแนวคิดในการเรียน
เพื่อให้การเรียนรู้เหมาะสมกับระดับ Senior Manager ที่มีประสบการณ์แล้ว B-Tools Training ใช้เครื่องมือบริหารจัดการที่เน้นการประยุกต์ใช้จริง:
1. The 4 Disciplines of Execution (4DX)
กรอบแนวคิดในการบริหารงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย (Execution Strategy):
-
Focus on the Wildly Important (โฟกัสเป้าหมายที่สำคัญที่สุด)
-
Act on Lead Measures (ทำในสิ่งที่ส่งผลต่อเป้าหมาย)
-
Keep a Compelling Scoreboard (มีกระดานคะแนนที่ชัดเจน)
-
Create a Cadence of Accountability (ติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ)
2. Situational Leadership for Managing Managers
การประยุกต์ใช้ทฤษฎี Situational Leadership ในขั้นสูง เพื่อดูแลลูกน้องที่เป็นระดับหัวหน้า (ซึ่งมีความอีโก้และความสามารถสูงกว่าพนักงานทั่วไป)
3. Systems Thinking Workshop
ฝึกมองปัญหาเป็นระบบและครบวงจร (Holistic View) ว่าการตัดสินใจของเราจะไปกระทบแผนกไหนบ้าง และจะป้องกันผลกระทบนั้นอย่างไร
4. Learning Methodology: Case-Based Learning
-
Management Case Studies: วิเคราะห์กรณีศึกษาความขัดแย้งในองค์กร และฝึกตัดสินใจในฐานะผู้นำ
-
Peer Consulting: การแลกเปลี่ยนปัญหาและวิธีแก้ไขกับเพื่อนร่วมคลาส (ผู้จัดการต่างองค์กร) เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ
เมื่อจบหลักสูตร ผู้เรียนจะสามารถ
หลังจากผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการในหลักสูตร Leadership Skills for Senior Level ผู้เข้าอบรมจะเกิดการเปลี่ยนแปลง (Transformation) ดังนี้:
-
เชื่อมโยงงานกับกลยุทธ์ได้: ไม่ใช่แค่ทำงานให้เสร็จ แต่ทำงานที่ตอบโจทย์เป้าหมายใหญ่ขององค์กรได้
-
บริหารคนเก่งเป็น: สามารถดูแลและพัฒนาหัวหน้างานในสังกัด (Junior Managers) ให้เป็นผู้นำที่เก่งขึ้นได้
-
ลดรอยต่อระหว่างแผนก: สามารถประสานงานและเจรจากับหน่วยงานอื่นได้อย่างราบรื่น ลดปัญหา Silo
-
บริหารการเปลี่ยนแปลงได้: เป็นผู้นำในการขับเคลื่อนนโยบายใหม่ๆ และจัดการกับแรงต้านในทีมได้อย่างมีศิลปะ
-
มองภาพใหญ่ (Big Picture): เลิกมองแค่หน้างานตัวเอง แต่เข้าใจกลไกธุรกิจภาพรวม และตัดสินใจเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท
กลุ่มเป้าหมาย
หลักสูตรนี้ถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับ “ผู้นำระดับกลางค่อนสูง” (Senior Management):
-
Department Heads / Managers: ผู้จัดการแผนกที่ต้องดูแลทีมงานจำนวนมาก และมีหัวหน้างานระดับต้นอยู่ใต้บังคับบัญชา
-
Senior Managers: ผู้จัดการอาวุโสที่ต้องรับผิดชอบเป้าหมายทางธุรกิจ (Business Targets)
-
Division Managers: ผู้จัดการฝ่ายที่ต้องประสานงานข้ามสายงานบ่อยครั้ง
-
Talents / Successors: ผู้ที่กำลังจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาดูภาพรวมของแผนก
FAQ – คำถามที่พบบ่อย
Q: หลักสูตรนี้ต่างจาก Leadership Skills ปกติอย่างไร?
A: หลักสูตรปกติจะเน้นทักษะพื้นฐาน เช่น การสั่งงาน การมอบหมายงาน สำหรับหัวหน้ามือใหม่ แต่หลักสูตร Leadership Skills for Senior Level จะเน้นทักษะขั้นสูง เช่น การบริหารผู้จัดการ (Managing Managers), การบริหารข้ามสายงาน (Cross-functional) และ การนำนโยบายสู่การปฏิบัติ (Execution) ซึ่งเหมาะกับผู้จัดการที่มีประสบการณ์แล้ว
Q: วิทยากรเป็นใคร?
A: วิทยากรของเราคือผู้ที่มีประสบการณ์บริหารงานจริงในระดับ Senior Management ในองค์กรชั้นนำ เพื่อให้สามารถแชร์ประสบการณ์ (Best Practices) และเข้าใจบริบทความกดดันของคนทำงานระดับนี้ได้ดี
Q: รับจัดอบรมแบบ In-house ไหม?
A: ใช่ครับ การจัด In-house จะมีประสิทธิภาพมากสำหรับหลักสูตรนี้ เพราะเราสามารถทำ Workshop แก้ปัญหาจริงที่เกิดขึ้นระหว่างแผนก (Real Business Issues) ในองค์กรของท่านได้เลย
Q: ใช้เวลาเรียนกี่วัน?
A: หลักสูตรแนะนำคือ 2 วัน (12 ชั่วโมง) เพื่อให้มีเวลาเพียงพอสำหรับการทำ Workshop เชิงลึกและการระดมสมอง แต่สามารถปรับเป็น 1 วันเข้มข้นได้หากมีข้อจำกัดเรื่องเวลา
ผู้จัดการระดับสูงคือ “โซ่ข้อกลาง” ที่สำคัญที่สุดขององค์กร หากโซ่ข้อนี้แข็งแกร่ง องค์กรก็จะขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างทรงพลัง
B-Tools Training พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ในการยกระดับศักยภาพผู้นำระดับสูงของท่าน สนใจจัดอบรมหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อเรา ได้ทันทีเพื่อรับข้อเสนอพิเศษ



