Workplace Essentials English Workshop : ภาษาอังกฤษที่จำเป็นเพื่อการทำงาน

คุณเคยรู้สึกไหม? รู้คำศัพท์เยอะแต่หยิบมาใช้ไม่ถูก… อยากเขียนอีเมลแต่ติดที่นึกคำที่เป็นทางการไม่ออก… หรือกลัวแกรมม่าจนไม่กล้าพูด?

ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เพราะคุณไม่เก่ง แต่เพราะคุณขาด ‘ชุดคำศัพท์สำหรับการทำงาน’ (Functional Business Vocabulary) ที่ถูกต้อง

Workplace Essentials English ไม่ใช่การเรียน A-Z ใหม่ แต่เป็นการ ‘Re-skill’ เพื่อคัดกรองภาษาอังกฤษในห้องเรียนทิ้งไป แล้วแทนที่ด้วยภาษาอังกฤษที่ใช้จริงในออฟฟิศระดับสากล เพื่อเตรียมคุณให้พร้อมสำหรับการต่อยอดในระดับที่สูงขึ้น”

Table of Contents

ปัญหาการสื่อสารในออฟฟิศที่พบบ่อย (Common Workplace Challenges)

อุปสรรคทางภาษาเล็กๆ น้อยๆ อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ฉุดรั้งประสิทธิภาพขององค์กร หากทีมงานของคุณกำลังเผชิญกับสถานการณ์เหล่านี้ หลักสูตรนี้คือคำตอบ:

  • ขาดความแม่นยำ (Lack of Accuracy): สื่อสารได้บ้างแต่ผิดไวยากรณ์ (Broken English) ใช้ Tense ผิด หรือเลือกใช้คำศัพท์ไม่ถูกกาละเทศะ ทำให้ภาพลักษณ์ดูไม่เป็นมืออาชีพในสายตาคู่ค้า

  • กลัวเสียงโทรศัพท์ (Fear of Telephoning): พนักงานมักจะเกี่ยงกันรับสายเมื่อเห็นเบอร์ต่างประเทศ หรือรับแล้ววางสายใส่เพราะฟังไม่ทันและไม่รู้วิธีถามย้ำ (Clarification)

  • อีเมลสื่อความหมายผิด (Unclear Emails): ใช้เวลาเขียนอีเมลนานมากแต่เนื้อหายังวกวน หรือเขียนห้วนเกินไปจนดูเหมือนไม่สุภาพ ทำให้ต้องส่งกลับไปกลับมาหลายรอบเสียเวลาการทำงาน

  • ไม่กล้าสบตาชาวต่างชาติ (Lack of Confidence): หลบตาหรือเดินหนีเมื่อต้องทักทายลูกค้าต่างชาติ เพียงเพราะกลัวว่าจะพูดผิด หรือนึกคำศัพท์ Small Talk ไม่ออก

สิ่งที่จะได้รับจากการอบรม Workplace Essentials English

  • Master Survival Skills: มีคลังประโยคสำเร็จรูปที่ “หยิบไปใช้ได้ทันที” สำหรับสถานการณ์เร่งด่วน เช่น การรับแขก การรับโทรศัพท์ หรือการนัดหมาย

  • Professional Etiquette: เข้าใจมารยาททางสังคมและวัฒนธรรมสากล (Cultural Awareness) ช่วยให้วางตัวได้อย่างน่าประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่พบ

  • Functional Grammar: เข้าใจไวยากรณ์ในมุมมองใหม่ที่ “ไม่ใช่การท่องจำกฎ” แต่เน้นการนำไปใช้งานจริง เพื่อความแม่นยำในการเขียนและพูด

  • Confidence Booster: กล้าที่จะเปิดปากพูดมากขึ้น (Speak Up) เพราะได้เรียนรู้วิธีแก้ไขข้อผิดพลาดด้วยตนเอง และมี Mindset ที่ถูกต้องต่อการใช้ภาษา

หลักสูตรนี้เหมาะกับใคร?

  • พนักงานระดับปฏิบัติการ (Operational Staff): ฝ่ายธุรการ, ฝ่ายจัดซื้อ, ฝ่ายประสานงาน หรือ Front Office ที่ต้องเป็นด่านหน้าในการติดต่อชาวต่างชาติ

  • พนักงานใหม่ (New Hires): ที่ต้องการปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษให้สอดคล้องกับมาตรฐานการสื่อสารขององค์กร

  • ผู้ที่ต้องการรื้อฟื้นความรู้ (Refresher): พนักงานที่ห่างหายจากการใช้ภาษาอังกฤษไปนาน และต้องการปัดฝุ่นทักษะให้กลับมาใช้งานได้คล่องแคล่วอีกครั้ง

รายละเอียดหลักสูตร Workplace Essentials English Workshop

โครงสร้างหลักสูตรข้างต้นเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น เนื้อหาในทุกโมดูลสามารถปรับเปลี่ยนและเพิ่มเติมได้ตามบริบทและความต้องการจริงขององค์กร

Module 1: Professional Greetings & Small Talk (การทักทายและการเริ่มบทสนทนา)

การเริ่มต้นที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ในโมดูลนี้ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ศิลปะการสร้างความประทับใจแรกพบ (First Impression) ผ่านการทักทายที่ถูกต้องตามระดับความเป็นทางการ

  • Welcoming Visitors: แพทเทิร์นประโยคสำหรับการต้อนรับลูกค้าที่มาเยี่ยมบริษัท การเชิญนั่ง และการเสนอน้ำดื่มอย่างสุภาพ

  • Breaking the Ice: เทคนิคการชวนคุยเรื่องทั่วไป (Small Talk) เช่น ดินฟ้าอากาศ การเดินทาง เพื่อละลายพฤติกรรมและลดความตึงเครียดก่อนเริ่มงาน

  • Self-Introduction: การแนะนำตัวและแนะนำเพื่อนร่วมงานอย่างมืออาชีพ รวมถึงการแลกนามบัตรที่ถูกวิธี

  • Activity: Greeting Simulation – จับคู่จำลองสถานการณ์ต้อนรับลูกค้าหน้า Front Desk โดยวิทยากรจะให้ Feedback เรื่องภาษากาย (Body Language) และน้ำเสียง

Module 2: Essential Grammar for Business (ไวยากรณ์ที่จำเป็นเพื่องานธุรกิจ)

ลืมการท่องจำ Tense ทั้ง 12 แบบที่ไม่ได้ใช้จริงไปได้เลย เราคัดเน้นๆ เฉพาะไวยากรณ์ที่เป็น “หัวใจ” ของการทำงาน

  • Key Tenses for Work: เจาะลึกเฉพาะ Tenses ที่ใช้บ่อยที่สุดในการรายงานผลงาน (Past), การบอกสถานะปัจจุบัน (Present Continuous), และการวางแผนงาน (Future)

  • Polite Requests with Modals: การใช้ Can, Could, May, Would เพื่อเปลี่ยนคำสั่งห้วนๆ ให้เป็นคำขอร้องที่นุ่มนวลและน่าฟัง

  • Prepositions of Time & Place: การใช้นุบพบทระบุเวลาและสถานที่นัดหมายให้ถูกต้องแม่นยำ ไม่ให้เกิดความสับสน (in, on, at)

  • Activity: Fix the Mistake Game – กิจกรรมกลุ่มแข่งกันจับผิดและแก้ไขประโยคภาษาอังกฤษที่มักใช้ผิดบ่อยในออฟฟิศคนไทย

Module 3: Telephoning & Taking Messages (การรับโทรศัพท์และการฝากข้อความ)

เปลี่ยนความกลัวเป็นความมั่นใจเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ด้วยสคริปต์และเทคนิคการจัดการสายแบบมืออาชีพ

  • Handling Incoming Calls: ขั้นตอนการรับสาย การสอบถามชื่อ และวัตถุประสงค์ของผู้โทรอย่างสุภาพ

  • Transferring & Putting on Hold: ประโยคมาตรฐานสำหรับการโอนสายและการขอให้ถือสายรอ (โดยไม่ให้ลูกค้ารู้สึกหงุดหงิด)

  • Taking Accurate Messages: เทคนิคการฟังจับใจความสำคัญ (Key Information) การทวนข้อมูล (Checking Understanding) และการจดบันทึกข้อความฝากถึงหัวหน้า

  • Clarification Techniques: กลยุทธ์การแก้ปัญหาเมื่อฟังไม่ทัน สัญญาณไม่ดี หรือไม่เข้าใจสำเนียง (How to ask for repetition politely)

  • Activity: Blindfold Role-Play – ผู้เรียนนั่งหันหลังชนกันเพื่อจำลองสถานการณ์คุยโทรศัพท์จริงที่มองไม่เห็นหน้าคู่สนทนา ฝึกทักษะการฟังและการโต้ตอบ

Module 4: Writing Simple Emails & Requests (การเขียนอีเมลเบื้องต้น)

ปูพื้นฐานงานเขียนให้ดูโปรฯ ลดความผิดพลาด และสื่อสารได้ตรงประเด็น

  • Standard Email Structure: โครงสร้างอีเมลมาตรฐาน ตั้งแต่การเขียนหัวข้อ (Subject Line) ที่ดึงดูด, คำขึ้นต้น (Salutation), จนถึงคำลงท้าย (Closing)

  • Asking for Information: รูปประโยคสำหรับการเขียนขอข้อมูล ขอราคา หรือขอไฟล์เอกสาร

  • Confirming Appointments: การเขียนอีเมลยืนยันนัดหมายและการแจ้งเลื่อนนัดอย่างสุภาพ

  • Formal vs Informal: แยกแยะคำศัพท์ที่ควรใช้กับลูกค้า VS คำศัพท์ที่ใช้กับเพื่อนร่วมงาน

  • Activity: Email Clinic – ฝึกเขียนอีเมลโต้ตอบจากโจทย์สถานการณ์จริง และร่วมกันวิเคราะห์อีเมลตัวอย่าง (Case Study) เพื่อปรับแก้ให้น่าอ่านขึ้น

“…ภาษาอังกฤษในตำรากับในออฟฟิศอาจไม่เหมือนกัน เราเน้นสอนคำศัพท์และสำนวนที่ใช้จริงในชีวิตการทำงาน (Functional Language) ตามแนวทางของ [BBC Learning English at Work] เพื่อช่วยปรับแก้คำศัพท์ที่คุณมักใช้ผิด (Common Mistakes) และเปลี่ยนให้คุณพูดภาษาอังกฤษได้เป็นธรรมชาติเหมือนเจ้าของภาษา…”

ทำไมหลักสูตร Workplace Essentials English ถึงสำคัญต่อ Roadmap การพัฒนา (Strategic Alignment)

เราไม่สามารถสร้างตึกระฟ้าบนฐานรากที่สั่นคลอนได้ฉันใด การพัฒนาภาษาอังกฤษก็เช่นกัน

Workplace Essentials ถูกวางไว้เป็น ‘ฐานราก’ (Foundation) ที่สำคัญที่สุด เพื่อเตรียม ‘อิฐ’ (คำศัพท์) และ ‘โครงเหล็ก’ (ไวยากรณ์) ให้พร้อม ก่อนที่จะส่งต่อไปก่อร่างสร้างประโยคใน Practical Business Communication

เมื่อฐานแน่น ความกล้าจะตามมาเองใน Speak with Confidence และพร้อมรับน้ำหนักกดดันจากสถานการณ์จริง ทั้งการโต้ตอบใน English for Meetings และการนำเสนอระดับผู้นำใน Presentation & Public Speaking นี่คือ Roadmap ที่ออกแบบมาเพื่อปิดประตูความล้มเหลวอย่างแท้จริง

รูปแบบการฝึกอบรมภาษาอังกฤษเชิงปฏิบัติ (Active Learning Methodology)

เราเชื่อว่าทักษะภาษาอังกฤษไม่สามารถพัฒนาได้จากการนั่งฟังบรรยายเพียงอย่างเดียว คอร์ส Workplace Essentials จึงเน้นรูปแบบการเรียนรู้แบบ Interactive Workshop 70:30 (ปฏิบัติ 70% : ทฤษฎี 30%)

  • Safe Learning Environment: เราสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย สนับสนุนให้ผู้เรียน “กล้าทำผิด” เพื่อเรียนรู้สิ่งที่ถูก โดยไม่มีการจับผิดหรือทำให้อับอาย

  • Role-Play & Simulation: จำลองสถานการณ์จริงจากธุรกิจของคุณ (Customized Scenarios) เพื่อให้ผู้เรียนคุ้นเคยและลดความประหม่าเมื่อเจอสถานการณ์จริง

  • Instant Feedback: วิทยากรให้คำแนะนำรายบุคคลทันที ทั้งเรื่องการออกเสียง (Pronunciation) และการเลือกใช้คำ เพื่อให้ผู้เรียนปรับปรุงได้ตรงจุด

ทำไมต้องเลือกอบรม Workplace Essentials กับ B-Tools Training?

  • Tailor-Made Content: เราไม่ใช้หลักสูตรสำเร็จรูป แต่เราปรับเปลี่ยนตัวอย่างบทสนทนาและคำศัพท์ให้ตรงกับธุรกิจของคุณ (เช่น โรงงาน, ขนส่ง, หรือบริการ)

  • Experienced Instructors: วิทยากรของเราเชี่ยวชาญด้าน Corporate Training โดยเฉพาะ เข้าใจธรรมชาติของคนทำงานไทยและจุดอ่อนที่ต้องแก้ไข

  • Result-Oriented: เราเน้นผลลัพธ์ที่วัดค่าได้ ผู้เรียนต้องสามารถ “ทำได้จริง” หลังจบการอบรม ไม่ใช่แค่ “รู้” ทฤษฎี

Real-World Simulations: จำลองสถานการณ์ที่คุณต้องเจอในการทำงานจริง

เจาะลึก 8 ภารกิจพื้นฐาน พร้อมเนื้อหาการฝึกที่เข้มข้นและตัวอย่างจริง เพื่อลบจุดอ่อนของคุณให้หมดไป:

ปูพื้น "ไวยากรณ์พื้นฐาน" และเริ่มฝึก "แต่งประโยค" ให้ถูกต้อง

สถานการณ์ฝึก: การเขียนประโยคสื่อสารในชีวิตประจำวัน (Daily Communication) ให้ครบองค์ประกอบ ไม่พูดห้วนๆ จนคนฟังงง

  • สิ่งที่จะได้ฝึก:

    • รื้อฟื้นโครงสร้างประโยคมาตรฐาน (Subject + Verb + Object) เพื่อแก้ปัญหาการพูดเป็นคำๆ หรือเรียงคำผิดตำแหน่ง

    • เรียนรู้วิธีขยายประโยคให้ยาวขึ้นแต่ยังคงความถูกต้อง (Simple vs Compound Sentences) เพื่อให้การสื่อสารดูมีวุฒิภาวะ

    • ฝึกแยกแยะชนิดของคำ (Part of Speech) ว่าคำไหนควรอยู่ตรงไหน เพื่อป้องกันการวาง Adjective/Adverb สลับที่กัน

  • ตัวอย่างการฝึก:

    • Wrong: “Yesterday send file client.” (ขาดประธาน, กริยาผิด, เรียงคำสับสน)

    • Right:I sent the file to the client yesterday.”

แม่นยำเรื่อง "Subject Verb Agreement" และการใช้ "สรรพนาม"

สถานการณ์ฝึก: การเขียนอีเมลหาลูกค้าที่ต้องระวังเรื่องความถูกต้อง (Accuracy) เพราะความผิดเล็กน้อยอาจทำให้ดูไม่เป็นมืออาชีพ

  • สิ่งที่จะได้ฝึก:

    • เจาะลึกกฎเหล็กการผันกริยาตามประธาน (Singular vs Plural) โดยเฉพาะกับคำกำกวม เช่น Everyone, The Team, Group of people

    • การเลือกใช้สรรพนาม (Pronouns) ให้ถูกหน้าที่ (Subject/Object/Possessive) เพื่อไม่ให้สับสนระหว่าง I / Me / My หรือ They / Them / Their

    • ฝึกวิเคราะห์ประโยคที่ซับซ้อนเพื่อหาประธานตัวจริง (Real Subject) ป้องกันการผันกริยาผิดตัว

  • ตัวอย่างการฝึก:

    • Wrong: “The list of products are ready. Please contact I.”

    • Right: “The list of products is ready. Please contact me.”

เก็บตกเรื่องเล็กที่สำคัญ "การใช้ a an the" และ "การใช้ in on at"

สถานการณ์ฝึก: การระบุสถานที่นัดหมาย การเขียนรายละเอียดสิ่งของ หรือการระบุเงื่อนไขในสัญญา

  • สิ่งที่จะได้ฝึก:

    • ไขข้อข้องใจเรื่อง Articles (a/an/the) ว่าเมื่อไหร่ต้องมี เมื่อไหร่ต้องตัดทิ้ง (Zero Article) เพื่อระบุความชี้เฉพาะเจาะจง

    • เคลียร์ความสับสนเรื่อง Prepositions of Time (In ปี/เดือน, On วัน, At เวลา) และ Place (In พื้นที่, On ถนน/ชั้น, At จุดนัดพบ) ให้แม่นยำเหมือนเจ้าของภาษา

    • ฝึกเทคนิคการจำผ่านภาพ (Visualization) เพื่อให้เรียกใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องท่องจำ

  • ตัวอย่างการฝึก:

    • Wrong: “Meet at Monday in 10 AM at Room A.”

    • Right: “Meet on Monday at 10 AM in Room A.”

สรุปข้อมูลไม่พลาดด้วย "การบอกเวลา" "การเขียนวันที่" และ "การอ่านตัวเลข"

สถานการณ์ฝึก: การนัดประชุมข้าม Time Zone, การรายงานยอดขาย, หรือการบอกราคาที่ตัวเลขเยอะๆ

  • สิ่งที่จะได้ฝึก:

    • ฝึกอ่านตัวเลขที่ซับซ้อน (Big Numbers) เช่น ยอดเงินหลักล้าน, ทศนิยม, เปอร์เซ็นต์ และหมายเลขโทรศัพท์ ให้คล่องปาก ไม่ตะกุกตะกัก

    • เรียนรู้รูปแบบการเขียนวันที่แบบ British vs American เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด (เช่น 12/05 คือ ธ.ค. หรือ พ.ค.)

    • การบอกเวลาแบบ 12/24 ชั่วโมง และการใช้ A.M./P.M. ในบริบทธุรกิจ

  • ตัวอย่างการฝึก:

    • Date: ใช้ “12 May 2026” (ชัดเจนที่สุด เลี่ยงการใช้ตัวเลขล้วน)

    • Number: 15,500.50 -> “Fifteen thousand, five hundred point five zero

เจาะลึกเฉพาะ Tense ที่จำเป็นจาก "12 Tense" ให้ใช้งานได้จริง

สถานการณ์ฝึก: การอัปเดตสถานะงาน (Status Update) ว่าทำเสร็จแล้ว, กำลังทำอยู่, หรือจะทำในอนาคต

  • สิ่งที่จะได้ฝึก:

    • ตัดส่วนเกินทิ้ง! เน้นฝึกเจาะลึก 4-5 Tense หัวใจหลักที่ใช้ครอบคลุมงานออฟฟิศ 90% (Simple, Continuous, Perfect)

    • ทำความเข้าใจ “เส้นเวลา” (Timeline) ของแต่ละ Tense ว่าใช้อธิบายบริบทไหน (ข้อเท็จจริง vs เหตุการณ์ชั่วคราว vs ผลลัพธ์)

    • ฝึกเปลี่ยนรูปประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ และคำถาม ในแต่ละ Tense ให้คล่องแคล่ว

  • ตัวอย่างการฝึก:

    • อดีต (เจาะจงเวลา): “I finished the report yesterday.”

    • อดีต (เพิ่งจบ/เน้นผลลัพธ์): “I have finished the report.”

    • กำลังทำ: “I am working on it right now.”

เชื่อมโยงเรื่องราวให้ลื่นไหลด้วย "คำเชื่อมประโยค" (Connectors)

สถานการณ์ฝึก: การเขียนอีเมลอธิบายเหตุผล, การนำเสนอขั้นตอน, หรือการเล่าเรื่องราวที่ต่อเนื่องกัน

  • สิ่งที่จะได้ฝึก:

    • เลิกนิสัยเขียนประโยคสั้นๆ ห้วนๆ (Choppy Sentences) แล้วเปลี่ยนมาใช้คำเชื่อมเพื่อสร้าง Flow ของการอ่าน

    • เรียนรู้กลุ่มคำเชื่อมประเภทต่างๆ: แสดงความขัดแย้ง (However), แสดงเหตุผล (Therefore), เพิ่มข้อมูล (Furthermore), และยกตัวอย่าง (For instance)

    • ฝึกการวางตำแหน่งคำเชื่อมและการใช้เครื่องหมายวรรคตอน (Punctuation) ที่ถูกต้อง

  • ตัวอย่างการฝึก:

    • แบบห้วน: “The price is high. Quality is good.”

    • แบบมืออาชีพ: “The price is high; however, the quality is excellent.”

เพิ่มความสุภาพด้วย "Verb ช่วย" และเขียนรายงานด้วย "Passive Voice"

สถานการณ์ฝึก: การขอร้องให้คนอื่นทำงานให้ (Request), การแจ้งข่าวร้าย, และการเขียนรายงานที่เป็นทางการ

  • สิ่งที่จะได้ฝึก:

    • ไต่ระดับความสุภาพ (Politeness Level) ด้วย Modal Verbs (Can -> Could -> May) เพื่อให้ดูเกรงใจและให้เกียรติผู้ฟัง

    • ฝึกเปลี่ยนประโยค Active เป็น Passive Voice เพื่อเน้นที่ “เนื้องาน” หรือ “ปัญหา” แทนการชี้หน้าโทษบุคคล (Diplomatic Language)

    • เรียนรู้การใช้ Must vs Have to vs Should ในบริบทของการสั่งงานและแนะนำ

  • ตัวอย่างการฝึก:

    • คำสั่ง (ห้วน): “Send me the file.” -> ✅ สุภาพ:Could you please send me the file?”

    • Active (โทษคน): “You made a mistake.” -> ✅ Passive (เน้นปัญหา): “A mistake was made.”

ลบจุดอ่อน "คำศัพท์ที่มักใช้ผิด" "คำทับศัพท์" และฝึก "การตั้งคำถาม"

สถานการณ์ฝึก: การสนทนากับชาวต่างชาติให้เข้าใจตรงกัน และแก้คำผิดที่ติดปากมานาน

  • สิ่งที่จะได้ฝึก:

    • ล้างบางคำทับศัพท์แบบไทยๆ (Thainglish) ที่ฝรั่งไม่เข้าใจ และแทนที่ด้วยศัพท์ที่ถูกต้อง

    • เรียนรู้ “Common Mistakes” หรือหลุมพรางคำศัพท์ที่คนไทยมักใช้ผิดความหมาย (เช่น Boring vs Bored)

    • ฝึกโครงสร้างการตั้งคำถามทุกรูปแบบ (Wh-Questions, Yes/No, Tag Questions) เพื่อให้คุณกล้าถามเช็คความเข้าใจในการทำงาน

  • ตัวอย่างการฝึก:

    • Thainglish: “Open the air.” -> ✅ Right: “Turn on the air conditioner.”

    • Wrong: “You finish?” -> ✅ Right:Have you finished?

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับคอร์ส Workplace Essentials English (FAQ)

พื้นฐานภาษาอังกฤษน้อยมาก สามารถเรียนคอร์สนี้ได้หรือไม่?

ได้แน่นอนครับ หลักสูตรนี้ออกแบบมาเพื่อเป็น Survival English สำหรับผู้เริ่มต้นหรือผู้ที่ต้องการทบทวนใหม่ เนื้อหาจะเน้นศัพท์ง่ายที่จำเป็นและรูปแบบประโยคตายตัวที่จำไปใช้ได้เลย ไม่ซับซ้อนครับ

คอร์สนี้แตกต่างจาก General English ทั่วไปอย่างไร?

General English มักสอนเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวัน แต่ Workplace Essentials ของเราจะเจาะจงเฉพาะบริบท “การทำงานในออฟฟิศ” เท่านั้น ตัดเนื้อหาที่ไม่จำเป็นออก เพื่อให้คุณเรียนจบแล้วนำไปใช้ทำงานได้ทันทีครับ

สามารถวัดผลหลังการอบรม (Post-Training Assessment) ได้หรือไม่?

ได้ครับ เรามีบริการทำแบบทดสอบ Pre-test และ Post-test รวมถึงรายงานสรุปพัฒนาการของผู้เรียน (Training Report) ให้กับฝ่าย HR เพื่อใช้ประเมินผลความคุ้มค่าของการฝึกอบรมครับ

รองรับผู้เข้าอบรมได้สูงสุดกี่ท่านต่อรุ่น?

เพื่อให้การดูแลทั่วถึงและทุกคนได้ฝึกปฏิบัติจริง เราแนะนำจำนวนผู้เรียนไม่เกิน 20-25 ท่าน ต่อรุ่นครับ

อย่าปล่อยให้ความกลัวเรื่อง ‘ไวยากรณ์’ ปิดกั้นศักยภาพที่แท้จริงของคุณ” การทำงานเก่งอย่างเดียวอาจไม่พอ ถ้าคุณยังไม่กล้าสื่อสาร…ล้างภาพจำว่าภาษาอังกฤษเป็นเรื่องยาก และคืนความมั่นใจให้คุณกล้าพูด กล้าเขียน อย่างถูกต้อง

พร้อมยกระดับมาตรฐานภาษาอังกฤษให้กับทีมงานของคุณหรือยัง?

ติดต่อเรา วันนี้เพื่อรับคำปรึกษาและออกแบบหลักสูตรที่ตรงกับความต้องการของคุณที่สุด

“หลักสูตร Workplace Essentials English นี้ เป็นส่วนหนึ่งของชุดหลักสูตร [Business English Communication Workshops] ที่ออกแบบมาเพื่อพัฒนาศักยภาพทีมงาน…”