บริการอบรม Design Thinking (การคิดเชิงออกแบบ) สำหรับองค์กร

พัฒนาศักยภาพทีมด้วยกระบวนการการคิดเชิงออกแบบ เพื่อสร้างนวัตกรรมและแก้ปัญหาธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อออกแบบโปรแกรมที่ตอบโจทย์องค์กรของคุณโดยเฉพาะ

ในยุคที่ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจรวดเร็วและคาดเดายาก การยึดติดกับวิธีการทำงานเดิมอาจหมายถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เสียเปล่า บริการอบรม Design Thinking ของเราจึงถูกออกแบบมาเพื่อเป็นโซลูชันในการปรับเปลี่ยน Mindset และกระบวนการทำงานของบุคลากร ให้สามารถเปลี่ยนปัญหาหน้างานเป็นโอกาสทางธุรกิจ เข้าใจลูกค้าเชิงลึก และสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ทำกำไรได้จริง เปลี่ยนงบประมาณพัฒนาบุคลากรให้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและวัดผลลัพธ์ทางธุรกิจ หรือ ROI ได้อย่างชัดเจน

Table of Contents

5 วิกฤตปัญหาในองค์กรที่แก้ไขได้ด้วยการประยุกต์ใช้กระบวนการ Design Thinking

การตัดสินใจโดยไร้ข้อมูลสนับสนุน

การบริหารงานด้วยสัญชาตญาณมีความเสี่ยงสูง เรามุ่งเน้นให้ทีมงานตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลจริงที่ได้จากการทดสอบและ Feedback ของลูกค้า เพื่อความแม่นยำในการวางกลยุทธ์

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ตอบโจทย์ตลาด

หลายองค์กรสูญเสียงบประมาณไปกับโครงการที่ลูกค้าไม่ต้องการ หรือ Market Fit ต่ำ โซลูชันนี้จะช่วยลดความเสี่ยงด้วยการทำความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้งก่อนเริ่มกระบวนการผลิตจริง

ต้นทุนจมจากโครงการที่ล้มเหลว

Sunk Cost เป็นปัญหาใหญ่เมื่อองค์กรลงทุนไปจนสุดทางแล้วพบว่าไปต่อไม่ได้ การใช้กระบวนการ Prototyping จะช่วยให้องค์กรทดสอบความล้มเหลวได้เร็วในราคาที่ถูกที่สุด เพื่อเรียนรู้และปรับปรุง

การทำงานแยกส่วนแบบ Silo

ปัญหาการสื่อสารระหว่างแผนกมักทำให้งานล่าช้าและขาดประสิทธิภาพ กระบวนการนี้จะสร้างวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันผ่านการระดมสมองและการแชร์ข้อมูลข้ามสายงานเพื่อเป้าหมายเดียวกัน

ขาดทักษะการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน

บุคลากรจำนวนมากขาดทักษะ Critical Thinking ในการรับมือปัญหาใหม่ โซลูชันนี้จะเปลี่ยนพนักงานให้กลายเป็นนักแก้ปัญหาเชิงรุกที่มองเห็นโอกาสในวิกฤตและกล้าลงมือทำ

จุดเด่นบริการอบรม Design Thinking ของเรา

รูปแบบการเรียนรู้ Action-Based Learning

เราไม่เน้นการบรรยายทฤษฎี แต่เน้น Workshop ที่ให้ผู้เรียนลงมือทำจริงกว่า 70% ของเวลา เพื่อให้เกิดทักษะติดตัวที่สามารถนำกลับไปใช้งานได้ทันทีหลังจบโครงการ

การประยุกต์ใช้โมเดลระดับโลก

เรานำระเบียบวิธีมาตรฐานสากลอย่าง Stanford d.school และ Double Diamond มาปรับใช้ ผ่านกระบวนการ Empathize, Define, Ideate, Prototype และ Test เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นระบบ

แนวทางการออกแบบการเรียนรู้สำหรับผู้ใหญ่

เนื้อหาถูกออกแบบให้เข้าใจง่าย เชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิม และท้าทายความคิด เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมสูงสุดจากผู้บริหารและพนักงานระดับปฏิบัติการ

การเชื่อมโยงกับเป้าหมายองค์กร

เราทำการวิเคราะห์โจทย์ก่อนเริ่มงานเสมอ เพื่อปรับ Case Study และ Workshop ให้ตรงกับบริบทอุตสาหกรรมและปัญหาจริงที่องค์กรของคุณกำลังเผชิญ

บริการที่ปรึกษาและติดตามผล

การเรียนรู้ไม่จบแค่ในห้องประชุม เรามีบริการ Follow-up Session เพื่อติดตามความคืบหน้าของโปรเจกต์และให้คำแนะนำเพิ่มเติม เพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรได้ผลลัพธ์ตามที่ตั้งเป้าไว้

ความคุ้มค่าและผลลัพธ์ทางธุรกิจ ROI ที่องค์กรได้รับจากการลงทุนพัฒนาบุคลากร

การพัฒนาบุคลากรไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่คือการลงทุนที่สร้าง ROI ผ่านประสิทธิภาพทีม นวัตกรรม และผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดได้

ผลตอบแทนจากการลงทุนที่วัดค่าได้

การลดความผิดพลาดในการออกผลิตภัณฑ์และการปรับปรุงกระบวนการทำงาน จะส่งผลโดยตรงต่อตัวเลขกำไรขาดทุน ทำให้งบประมาณพัฒนากลายเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน Productivity

เมื่อพนักงานมีกระบวนการคิดที่เป็นระบบและลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นลง ประสิทธิภาพของทีมจะเพิ่มขึ้น งานที่เคยใช้เวลาเป็นเดือนอาจสำเร็จได้ในเวลาไม่กี่สัปดาห์

การขับเคลื่อนด้วยข้อมูล Data-Driven

องค์กรจะเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น Data-Driven Organization ที่ทุกการตัดสินใจมาจากการทดสอบสมมติฐานและการเก็บข้อมูลจากลูกค้าจริง ลดความเสี่ยงจากการคาดเดา

การลดต้นทุนการดำเนินงาน Cost Reduction

Design Thinking ช่วยระบุจุดรั่วไหลในกระบวนการทำงานและกำจัดความสูญเปล่า นำไปสู่การลดต้นทุนการผลิตและต้นทุนการบริหารจัดการอย่างมีนัยสำคัญ

การรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพ Talent Retention

การลงทุนพัฒนาทักษะพนักงานเป็นการแสดงให้เห็นว่าองค์กรให้ความสำคัญกับการเติบโตของพวกเขา ซึ่งช่วยเพิ่มความผูกพันต่อองค์กรและลดอัตราการลาออกของพนักงานเก่งๆ

เหตุผลที่องค์กรชั้นนำไว้วางใจให้เราเป็นที่ปรึกษาและผู้จัดอบรมสัมมนา Corporate Training Partner

วิทยากรที่มีประสบการณ์จริงในภาคธุรกิจ

ทีมวิทยากรของเราเป็นที่ปรึกษาและผู้บริหารที่มีประสบการณ์ตรงในการนำ Design Thinking ไปใช้แก้ปัญหาระดับองค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ใช่เพียงนักวิชาการ

ความยืดหยุ่นในการปรับแต่งโซลูชัน

เราเข้าใจว่าแต่ละองค์กรมีวัฒนธรรมและเป้าหมายที่ต่างกัน เราจึง Customize เนื้อหา ระยะเวลา และความเข้มข้นให้เหมาะสมกับระดับของผู้เรียนและโจทย์ของธุรกิจอย่างแท้จริง

กระบวนการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ

ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรม Workshop และกรณีศึกษาจริงขององค์กร เพื่อให้สามารถนำเครื่องมือและแนวคิดไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้ทันที ไม่ใช่เพียงการฟังบรรยาย

Case Studies: ความสำเร็จจริงของธุรกิจที่ใช้ Design Thinking เพิ่มยอดขายและลดต้นทุน

ธุรกิจค้าปลีกโมเดิร์นเทรด: พลิกยอดขายหน้าร้านที่ซบเซา สู่ประสบการณ์ Omnichannel ที่ไร้รอยต่อ

  • โจทย์ความท้าทาย: เชนร้านค้าปลีกขนาดใหญ่เผชิญปัญหายอดผู้ใช้บริการหน้าร้านลดลงกว่า 20% เนื่องจากพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปซื้อออนไลน์ ส่งผลให้พื้นที่ขายไม่คุ้มทุนและเสียโอกาสทางการตลาด

  • แนวทางการแก้ปัญหา: ทีมงานใช้กระบวนการ Empathy Walk และ Customer Journey Mapping ลงพื้นที่สังเกตพฤติกรรมจริง พบว่าลูกค้าต้องการประสบการณ์ที่จับต้องได้มากกว่าแค่การซื้อของ จึงระดมสมองสร้างโซนทดลองสินค้าต้นแบบที่เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันสมาชิก เพื่อมอบสิทธิพิเศษทันทีที่ลูกค้าเดินเข้าร้าน

  • ผลลัพธ์ทางธุรกิจ: หลังทดลองปรับปรุงสาขาต้นแบบ ยอดขายต่อใบเสร็จเพิ่มขึ้น 18% และระยะเวลาที่ลูกค้าใช้ในร้านนานขึ้นเฉลี่ย 15 นาที ทำให้ผู้บริหารตัดสินใจขยายผลโมเดลนี้ไปยังสาขาอื่นทั่วประเทศภายใน 6 เดือน

สถาบันการเงินชั้นนำ: แก้โจทย์แอปพลิเคชันสินเชื่อที่ยุ่งยาก จนยอดสมัครพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

  • โจทย์ความท้าทาย: ธนาคารเปิดตัวฟีเจอร์ขอสินเชื่อดิจิทัลแต่พบอัตราการกดออกกลางคันสูงถึง 65% ในหน้ากรอกข้อมูล ทั้งที่ทุ่มงบการตลาดจำนวนมหาศาลเพื่อดึงคนเข้ามา

  • แนวทางการแก้ปัญหา: ทีมพัฒนาใช้กระบวนการ Usability Testing กับกลุ่มเป้าหมายหลากหลายวัย พบปัญหาสำคัญคือภาษาทางการเงินที่เข้าใจยากและขั้นตอนอัปโหลดเอกสารซับซ้อน จึงทำการออกแบบ UX/UI ใหม่ ตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออก และเปลี่ยนภาษาให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งานมากขึ้น

  • ผลลัพธ์ทางธุรกิจ: อัตราความสำเร็จในการสมัครหรือ Conversion Rate เพิ่มขึ้น 40% ทันทีหลังปล่อยเวอร์ชันใหม่ และช่วยลดภาระงานของ Call Center ที่ต้องคอยตอบคำถามเรื่องการใช้งานลงได้ถึง 25%

ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับ High-End: ยกระดับบริการหลังการขาย ขจัดจุดเจ็บปวดเรื่องการแจ้งซ่อม

  • โจทย์ความท้าทาย: โครงการคอนโดมิเนียมหรูได้รับข้อร้องเรียนเรื่องความล่าช้าในการแจ้งซ่อม ส่งผลให้คะแนนความพึงพอใจ NPS ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ทั้งที่มีทีมช่างเพียงพอต่อหน้างาน

  • แนวทางการแก้ปัญหา: ทีมบริการหลังการขายใช้เครื่องมือ Service Blueprint กางกระบวนการทำงานทั้งหมดออกมาจนพบปัญหาคอขวดที่การประสานงานระหว่างนิติบุคคลและผู้รับเหมา จึงร่วมกันออกแบบกระบวนการใหม่ที่ลดขั้นตอนการอนุมัติเอกสารและใช้ระบบติดตามสถานะแบบ Real-time ผ่าน Line OA

  • ผลลัพธ์ทางธุรกิจ: ลดระยะเวลาตั้งแต่วันแจ้งจนถึงวันปิดงานซ่อมลงได้ 50% จากเดิม 7 วันเหลือเพียง 3 วัน และจำนวนข้อร้องเรียนจากลูกบ้านลดลงกว่า 60% ในไตรมาสถัดมา

โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์: เปลี่ยนพนักงานหน้างานเป็นนนักนวัตกรรม ลดของเสียและต้นทุนการผลิต

  • โจทย์ความท้าทาย: โรงงานเผชิญปัญหาต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูงและมีของเสียในไลน์การผลิตชิ้นส่วนสำคัญเฉลี่ย 5% ซึ่งถือเป็นความสูญเสียมหาศาลในอุตสาหกรรมการผลิต

  • แนวทางการแก้ปัญหา: เปลี่ยนจากการสั่งการของผู้บริหาร เป็นการจัด Workshop ให้พนักงานระดับปฏิบัติการใช้ Design Thinking ระดมสมองหาสาเหตุที่แท้จริง พนักงานพบว่าจุดวางอุปกรณ์มีความเสี่ยงต่อการหยิบผิด จึงช่วยกันสร้างอุปกรณ์ช่วยยึดจับต้นแบบจากวัสดุเหลือใช้เพื่อป้องกันความผิดพลาด

  • ผลลัพธ์ทางธุรกิจ: อัตราของเสียลดลงเหลือต่ำกว่า 1% ภายใน 3 เดือน คิดเป็นมูลค่าการประหยัดต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงงานแก้ไขงานได้กว่า 5 ล้านบาทต่อปี

บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ B2B: หยุดสร้างฟีเจอร์ที่ไม่มีใครใช้ ด้วยการฟังเสียงลูกค้าก่อนเริ่มเขียนโค้ด

  • โจทย์ความท้าทาย: ทีม Developer ใช้เวลาพัฒนาฟีเจอร์ใหม่นาน 4 เดือน แต่เมื่อเปิดตัวกลับมีผู้ใช้งานจริงเพียง 2% ทำให้เสียต้นทุนค่าแรงนักพัฒนาไปโดยเปล่าประโยชน์

  • แนวทางการแก้ปัญหา: ปรับกระบวนการทำงานใหม่โดยบังคับใช้ขั้นตอน Validation Phase ทีมต้องนำไอเดียไปสัมภาษณ์ลูกค้าปัจจุบันก่อนเริ่มเขียนโค้ด เพื่อยืนยันว่าปัญหานั้นมีอยู่จริงและลูกค้าพร้อมจ่ายเงินเพื่อแก้ปัญหานั้น

  • ผลลัพธ์ทางธุรกิจ: ลดระยะเวลาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ลง 20% เพราะไม่ต้องเสียเวลากับฟีเจอร์ที่ไม่จำเป็น และฟีเจอร์ใหม่ที่ปล่อยออกมามีอัตราการใช้งานสูงขึ้นถึง 3 เท่า

ขั้นตอนการให้บริการอบรมการคิดเชิงออกแบบสำหรับองค์กรและการให้คำปรึกษา

Consult

ประชุมเพื่อวิเคราะห์ความต้องการ ปัญหา และเป้าหมายทางธุรกิจขององค์กรอย่างละเอียด

Design

ออกแบบโครงสร้างกิจกรรม กรณีศึกษา และ Workshop ที่ตอบโจทย์เฉพาะสำหรับองค์กรของคุณ

Train

ดำเนินการฝึกอบรมโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทีมผู้ช่วย เพื่อสร้างบรรยากาศการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม

Follow-up

ติดตามการนำไปใช้จริง และสรุปผลการพัฒนาอย่างเป็นระบบ พร้อมรายงานข้อเสนอแนะเพื่อการต่อยอดในอนาคต

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบริการจัดฝึกอบรม Design Thinking

ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมสัมมนาเพื่อพัฒนาบุคลากรสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ 200% ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร

เราดำเนินงานในรูปแบบนิติบุคคล สามารถออกใบเสนอราคา ใบกำกับภาษี และเอกสารหัก ณ ที่จ่ายถูกต้องตามกฎหมาย

เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในกิจกรรม Workshop แนะนำจำนวนผู้เรียนไม่เกิน 30 ท่านต่อรุ่น หากมีจำนวนมากกว่านี้ เราจะจัดสรรผู้ช่วยวิทยากรเพิ่มเพื่อดูแลได้อย่างทั่วถึง

เหมาะสำหรับองค์กรทุกขนาด โดยสามารถปรับรูปแบบ เนื้อหา และความเข้มข้นของการอบรมให้เหมาะสมกับจำนวนผู้เข้าอบรม โครงสร้างองค์กร และเป้าหมายทางธุรกิจ

ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานมาก่อน หลักสูตรสามารถปรับระดับเนื้อหาให้เหมาะสมกับผู้เข้าอบรม ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นจนถึงผู้ที่ต้องการต่อยอดความรู้ พร้อมกิจกรรมที่ช่วยให้เข้าใจและนำไปใช้ได้จริง

เหมาะสำหรับพนักงานทุกระดับ ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการ หัวหน้างาน ผู้จัดการ ไปจนถึงผู้บริหาร โดยสามารถออกแบบเนื้อหาให้เหมาะกับบทบาทและความรับผิดชอบของแต่ละกลุ่มได้

เลือกอ่านรายละเอียดหลักสูตรที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาองค์กรของคุณ

“Design Thinking เป็นกระบวนการคิดที่เริ่มจากความเข้าใจมนุษย์ (Empathy) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างนวัตกรรม แต่การจะขับเคลื่อนองค์กรให้ล้ำหน้าคู่แข่งได้ จำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่หลากหลาย เรียนรู้ทักษะอื่นๆ เพิ่มเติมได้ในหมวด [การคิดเชิงนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ (Innovation & Creativity)]

“กระบวนการคิดค้นนวัตกรรมจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อทีมงานสามารถทำงานร่วมกัน (Collaboration) และสื่อสารกันได้อย่างเปิดกว้าง เติมเต็มจิ๊กซอว์ด้านความสัมพันธ์ในทีมให้พร้อมสำหรับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ด้วย [บริการฝึกอบรม Soft Skills ครบวงจร]

Scroll to Top