ในโลกธุรกิจสากล “ภาษาของธุรกิจคือตัวเลข” (The language of business is numbers) แต่การจะสื่อสารตัวเลขเหล่านั้นให้ผู้บริหารต่างชาติหรือคู่ค้าเข้าใจได้ จำเป็นต้องอาศัยทักษะทางภาษาที่ถูกต้องและแม่นยำ ทักษะ English for Finance หรือ ภาษาอังกฤษสำหรับฝ่ายการเงิน จึงเป็นสมรรถนะหลัก (Core Competency) ที่ขาดไม่ได้สำหรับนักบัญชี ผู้ตรวจสอบบัญชี และนักวิเคราะห์การเงินยุคใหม่
B-Tools Training เข้าใจดีว่า บุคลากรสายการเงินมักมีความเชี่ยวชาญในเรื่องตัวเลขและการคำนวณ (Hard Skills) แต่อาจประสบปัญหาเมื่อต้องอธิบายที่มาที่ไปของตัวเลขเหล่านั้นเป็นภาษาอังกฤษ หรือเมื่อต้องทำ การเขียนรายงานทางการเงิน (Financial Reporting) ส่งสำนักงานใหญ่ (HQ) เราจึงพัฒนาหลักสูตรนี้ขึ้นโดยเน้นการผสมผสานศัพท์เทคนิคเฉพาะทาง เข้ากับทักษะการนำเสนอและการเขียน เพื่อเปลี่ยน “คนทำตัวเลข” ให้กลายเป็น “Business Partner” ที่สามารถสื่อสารข้อมูลทางการเงินเพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์องค์กรได้
ภาพรวมของหลักสูตร
หลักสูตร English for Finance Professionals ถูกออกแบบมาแบบ Tailor-made เพื่อตอบโจทย์วิชาชีพบัญชีและการเงินโดยเฉพาะ โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 5 โมดูลสำคัญ ที่ครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐานคำศัพท์ไปจนถึงการนำเสนอระดับสูง:
Module 1: Essential Financial & Accounting Vocabulary (คำศัพท์บัญชีและการเงินที่ต้องรู้)
ปูพื้นฐานศัพท์เทคนิคให้แน่น ป้องกันความสับสน
-
Financial Statements: คำศัพท์ในงบการเงินหลัก 3 งบ (Balance Sheet, Income Statement, Cash Flow Statement) เช่น Assets, Liabilities, Equity, Revenue, Expenses
-
Accrual vs. Cash Basis: การอธิบายหลักการบัญชีเกณฑ์คงค้างและเกณฑ์เงินสด
-
Action Verbs: คำกริยาที่ใช้บ่อยในงานการเงิน เช่น Allocate, Audit, Reconcile, Depreciate, Amortize
Module 2: Professional Financial Reporting (การเขียนรายงานทางการเงิน)
เขียนให้กระชับ ชัดเจน และถูกต้องตามมาตรฐานสากล
-
Writing Commentary: เทคนิคการเขียนอธิบายผลประกอบการ (Variance Analysis) ว่าทำไมกำไรเพิ่มขึ้นหรือลดลง (Profitability drivers)
-
Describing Trends: การใช้คำศัพท์บรรยายแนวโน้มของกราฟและตัวเลข เช่น Fluctuate, Plunge, Soar, Stabilize, Peak
-
Clear & Concise Writing: หลักการเขียนรายงานให้ผู้บริหารอ่านแล้วเข้าใจทันที (Executive Summary Writing)
Module 3: Presenting Financial Data (การนำเสนอข้อมูลทางการเงิน)
เปลี่ยนตัวเลขใน Excel ให้เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ (Data Storytelling)
-
Visualizing Numbers: วิธีการพูดอธิบายกราฟ แผนภูมิ และตารางข้อมูลให้ผู้ฟัง (Non-finance audience) เข้าใจง่าย
-
Highlighting Key Insights: การดึงจุดเด่นหรือประเด็นสำคัญทางการเงินมานำเสนอ เพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้บริหาร
-
Q&A Handling: เทคนิคการตอบคำถามเกี่ยวกับตัวเลขและสมมติฐานทางการเงิน (Financial Assumptions) อย่างมั่นใจ
Module 4: Banking, Investment & Negotiation (การธนาคาร การลงทุน และการเจรจา)
-
Banking Terminology: ศัพท์เกี่ยวกับการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ, L/C, Bank Guarantee และอัตราแลกเปลี่ยน (FX)
-
Credit Control Communication: ภาษาอังกฤษสำหรับการทวงถามหนี้ (Debt Collection) อย่างสุภาพแต่เด็ดขาด และการเจรจาเงื่อนไขการชำระเงิน (Payment Terms)
-
Investment Terms: ศัพท์พื้นฐานด้านการลงทุน เช่น ROI, ROE, Yield, Portfolio, Diversification
Module 5: Communicating with Non-Finance Stakeholders (การสื่อสารกับคนนอกสายงาน)
-
Simplifying Jargon: เทคนิคการแปลงศัพท์บัญชีที่ซับซ้อนให้เป็นภาษาชาวบ้าน เพื่อสื่อสารกับฝ่ายการตลาด หรือฝ่ายผลิต
-
Advisory Skills: การใช้ภาษาอังกฤษในการให้คำแนะนำหรือเตือนเรื่องงบประมาณ (Budget Control) อย่างมีศิลปะ
(หากท่านต้องการเสริมทักษะการเขียนอีเมลเชิงธุรกิจทั่วไป สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หลักสูตร Professional Email Writing ของเรา)
Pain Point ที่หลักสูตรมุ่งแก้ไข
จากการทำ Training Needs Analysis (TNA) ร่วมกับ CFO และผู้จัดการฝ่ายบัญชีในองค์กรข้ามชาติ พบว่าปัญหาที่องค์กรต้องการแก้ไขด้วยหลักสูตร ภาษาอังกฤษสำหรับนักบัญชี มีดังนี้:
-
Terminology Errors: ใช้คำศัพท์ผิดความหมาย (เช่น สับสนระหว่าง Cost กับ Expense หรือ Revenue กับ Profit) ทำให้รายงานมีความคลาดเคลื่อน
-
Presentation Anxiety: พนักงานเก่ง Excel มาก แต่เมื่อต้องขึ้นจอ Present ผลประกอบการภาษาอังกฤษ กลับพูดไม่ออก หรืออ่านตามสไลด์ ทำให้การประชุมน่าเบื่อ
-
Unclear Reports: เขียนรายงานภาษาอังกฤษแบบแปลไทยตรงตัว (Direct Translation) ทำให้สำนักงานใหญ่ (HQ) อ่านไม่รู้เรื่องและต้องส่งกลับมาแก้บ่อยครั้ง
-
Ineffective Debt Collection: ไม่รู้วิธีเขียนอีเมลทวงเงินลูกค้าต่างชาติให้สุภาพและได้เงิน ทำให้เกิดหนี้ค้างชำระ (Overdue) นานเกินไป
-
Silo Mentality: ไม่สามารถสื่อสารเรื่องงบประมาณให้ฝ่ายอื่นเข้าใจได้ ทำให้เกิดความขัดแย้งในการควบคุมค่าใช้จ่าย
-
Lack of Confidence: ไม่กล้าโต้ตอบหรือชี้แจงประเด็นทางบัญชีกับ Auditor ต่างชาติ
หลักสูตร English for Finance จะช่วย Unlock ปัญหาเหล่านี้ และเปลี่ยนทีมงานหลังบ้าน (Back Office) ให้กลายเป็นทีมงานมืออาชีพที่มีทักษะการสื่อสารระดับสากล
ตัวอย่างสถานการณ์จริง
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าทักษะ English for Finance จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างไร ลองดูตัวอย่างการเปรียบเทียบระหว่างการสื่อสารแบบเดิม (Before) กับแบบมืออาชีพ (After):
Case 1: การอธิบายสาเหตุที่กำไรลดลง (Variance Analysis)
-
สถานการณ์: เจ้านายถามว่าทำไม Net Profit เดือนนี้ต่ำกว่าเป้า
-
❌ Before (ตอบสั้น): “Cost high. Sales low.” (ห้วนเกินไป ไม่บอกสาเหตุเชิงลึก)
-
✅ After (มืออาชีพ): “The decrease in net profit was primarily driven by a 15% increase in raw material costs, coupled with a slight dip in sales volume due to seasonality. However, we expect this to stabilize next quarter.”
-
ผลลัพธ์: อธิบายสาเหตุ (Drivers) ชัดเจน และมีการคาดการณ์อนาคต (Forecast)
-
Case 2: การทวงหนี้ลูกค้า (Debt Collection)
-
สถานการณ์: ลูกค้าค้างชำระเกิน 30 วัน
-
❌ Before (แข็งกร้าว/เกรงใจเกิน): “Pay money now please.” หรือ “Sorry to disturb, can you pay?”
-
ผลลัพธ์: ดูไม่เป็นมืออาชีพ หรือดูอ่อนแอเกินไป
-
-
✅ After (สุภาพแต่หนักแน่น): “We would like to remind you that invoice #12345 amounting to $10,000 was due on [Date]. We have not yet received the payment. Could you please check the status and let us know if there is any issue?”
-
ผลลัพธ์: ชัดเจนในยอดเงิน วันครบกำหนด และเปิดช่องให้เจรจา
-
Case 3: การปฏิเสธการเบิกงบประมาณ (Budget Control)
-
สถานการณ์: ฝ่ายการตลาดขอเบิกงบนอกแผน
-
❌ Before (ปฏิเสธห้วนๆ): “No budget. Cannot approve.”
-
ผลลัพธ์: สร้างความขัดแย้งระหว่างแผนก
-
-
✅ After (อธิบายเหตุผล): “Unfortunately, this expense is not included in the current quarterly budget allocation. However, we can review the budget again next month to see if we can reallocate funds from other areas.”
-
ผลลัพธ์: ชี้แจงด้วยเหตุผลทางตัวเลข และเสนอทางออก (Solution-oriented)
-
เครื่องมือที่ใช้ / กรอบแนวคิดในการเรียน
เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำ ภาษาอังกฤษสำหรับฝ่ายการเงิน ไปประยุกต์ใช้ได้จริง B-Tools Training ผสมผสานมาตรฐานวิชาชีพบัญชีเข้ากับทักษะภาษา:
1. IFRS Terminology
เราอ้างอิงคำศัพท์จาก IFRS (International Financial Reporting Standards) ซึ่งเป็นมาตรฐานการรายงานทางการเงินสากล เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เรียนใช้คำศัพท์ที่เป็นมาตรฐานโลก ไม่ใช่ศัพท์เฉพาะถิ่น
2. The Rule of Three in Presentation
เทคนิคการนำเสนอข้อมูลตัวเลขให้คนจำง่าย โดยการกลุ่มข้อมูลเป็น 3 ส่วน (เช่น 3 สาเหตุหลัก, 3 แนวโน้มสำคัญ, 3 กลยุทธ์ถัดไป) ช่วยให้การนำเสนอ Financial Performance น่าสนใจขึ้น
3. Graph & Chart Vocabulary Bank
แจกคลังคำศัพท์สำหรับอธิบายกราฟ (Describing Trends) เช่น Significant increase, Slight decrease, Fluctuate, Remain steady พร้อมตัวอย่างประโยค เพื่อให้ผู้เรียนนำไปใช้เขียนรายงานได้ทันที
4. Learning Methodology: Simulation & Case Study
-
Mock Board Meeting: จำลองสถานการณ์การประชุมบอร์ดบริหาร ให้ผู้เรียนฝึกนำเสนองบการเงินและตอบคำถาม CFO
-
Report Writing Workshop: ฝึกเขียน Financial Commentary จากข้อมูลจริง (หรือข้อมูลสมมติที่ใกล้เคียงธุรกิจลูกค้า)
-
Email Clinic: วิเคราะห์และแก้ไขอีเมลทางบัญชีให้ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น
เมื่อจบหลักสูตร ผู้เรียนจะสามารถ
หลังจากผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการในหลักสูตร English for Finance ผู้เข้าอบรมจะเกิดการเปลี่ยนแปลง (Transformation) ดังนี้:
-
ใช้ศัพท์เทคนิคได้ถูกต้อง: เลือกใช้คำศัพท์บัญชีและการเงินได้แม่นยำ ตรงตามมาตรฐานสากล ลดความเข้าใจผิด
-
เขียนรายงานได้คมคาย: สามารถเขียน การเขียนรายงานทางการเงิน และบทวิเคราะห์ (Commentary) ได้กระชับ ชัดเจน และดูเป็นมืออาชีพ
-
นำเสนอตัวเลขได้น่าสนใจ: เปลี่ยนการอ่านตัวเลขให้เป็นการเล่าเรื่อง (Storytelling with Data) ทำให้ผู้ฟังเข้าใจภาพรวมธุรกิจ
-
สื่อสารข้ามสายงานได้: อธิบายเรื่องเงินๆ ทองๆ ให้คนแผนกอื่นเข้าใจได้ง่าย ได้รับความร่วมมือในการคุมงบประมาณ
-
เจรจาต่อรองได้: มีทักษะภาษาอังกฤษในการต่อรองเงื่อนไขการชำระเงิน หรือทวงถามหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กลุ่มเป้าหมาย
หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับบุคลากรในสายงานบัญชี การเงิน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับตัวเลข:
-
Accountants & Auditors: นักบัญชีและผู้ตรวจสอบบัญชีที่ต้องทำรายงานภาษาอังกฤษ
-
Financial Analysts: นักวิเคราะห์ที่ต้องนำเสนอข้อมูลต่อผู้บริหารชาวต่างชาติ
-
Finance Managers / CFOs: ผู้บริหารฝ่ายการเงินที่ต้องการขัดเกลาทักษะการสื่อสารระดับสูง
-
Credit Control Officers: เจ้าหน้าที่สินเชื่อที่ต้องติดต่อทวงถามหนี้ลูกค้าต่างประเทศ
-
Treasury Staff: เจ้าหน้าที่บริหารเงินสดที่ต้องติดต่อธนาคารต่างประเทศ
FAQ – คำถามที่พบบ่อย
Q: ผู้เรียนต้องมีพื้นฐานภาษาอังกฤษดีแค่ไหน? A: ควรมีพื้นฐานระดับ Intermediate ขึ้นไปครับ เพราะเนื้อหาจะเน้นศัพท์เฉพาะทางและรูปประโยคที่ซับซ้อนในการอธิบายเหตุผล (Cause & Effect) แต่ถ้าพื้นฐานยังไม่แน่น เราสามารถปรับเป็นหลักสูตร Fundamental English for Finance ที่เน้นคำศัพท์พื้นฐานก่อนได้ครับ
Q: รับจัดอบรมแบบ In-house Training ให้ทีมบัญชีไหม? A: ใช่ครับ B-Tools Training เชี่ยวชาญการจัดอบรม In-house โดยเราสามารถปรับเนื้อหา (Customized) ให้ตรงกับธุรกิจของท่าน เช่น ธุรกิจ Manufacturing (เน้น Cost Accounting), ธุรกิจ Trading (เน้น FX & Import-Export), หรือธุรกิจ Service
Q: หลักสูตรนี้สอนเรื่องมาตรฐานบัญชี (Accounting Standard) ไหม? A: เราไม่ได้สอน “วิชาบัญชี” หรือมาตรฐานบัญชีโดยตรง (เช่น วิธีการลงบัญชี) แต่เราสอน “ภาษาอังกฤษ” ที่ใช้ในการสื่อสารเรื่องมาตรฐานบัญชีครับ เช่น วิธีอธิบายว่าทำไมเราถึงใช้เกณฑ์นี้ หรือมาตรฐานใหม่กระทบตัวเลขอย่างไร
Q: ใช้เวลาเรียนกี่วัน? A: หลักสูตรมาตรฐานคือ 1-2 วัน (6-12 ชั่วโมง)
-
1 วัน: เน้นคำศัพท์และการเขียนรายงานเบื้องต้น
-
2 วัน: เพิ่ม Workshop การนำเสนอ (Presentation) และการจำลองสถานการณ์ประชุม (Meeting Simulation)
ตัวเลขคือข้อเท็จจริง แต่การสื่อสารตัวเลขคือ “ศิลปะ” การลงทุนพัฒนาทักษะ English for Finance ให้กับทีมงาน คือการเพิ่มมูลค่าให้กับข้อมูลทางการเงิน และช่วยให้องค์กรตัดสินใจได้อย่างแม่นยำบนเวทีโลก
B-Tools Training พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ในการพัฒนาศักยภาพทีมการเงินของคุณ สนใจจัดอบรมหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อเรา ได้ทันทีเพื่อรับข้อเสนอพิเศษ



