ในตลาดประกันภัยยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีชาวต่างชาติ (Expats) เข้ามาทำงานและเกษียณอายุเป็นจำนวนมาก ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ใช่แค่ “ทักษะเสริม” แต่เป็น “โอกาสทอง” ในการขยายฐานลูกค้า
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญที่ตัวแทน (Agents) นายหน้า (Brokers) หรือเจ้าหน้าที่สินไหม (Claims Officers) มักพบเจอ คือความกังวลว่าจะอธิบายเงื่อนไขที่ซับซ้อนของกรมธรรม์อย่างไรให้ลูกค้าเข้าใจ ไม่เกิดความเข้าใจผิด (Misrepresentation) และนำไปสู่การปิดการขายหรือการให้บริการที่น่าประทับใจ
B-Tools Training (บีทูลส์ เทรนนิ่ง) ได้รวบรวมสถานการณ์จำลอง (Role Play Scenarios) ที่ครอบคลุมวงจรชีวิตของกรมธรรม์ ตั้งแต่เริ่มคุยจนถึงการเคลม เพื่อเป็นคู่มือให้ท่านฝึกฝนและนำไปปรับใช้ได้ทันที
วิธีใช้บทสนทนาให้ตรงกับกรมธรรม์และสถานการณ์จริง
บทสนทนาด้านล่างเป็นตัวอย่างสมมติสำหรับฝึกภาษาอังกฤษในงานขายประกัน รับเรื่องเคลม และต่ออายุกรมธรรม์ เลือกสถานการณ์ที่ตรงกับงานของคุณ แล้วปรับชื่อผลิตภัณฑ์ ความคุ้มครอง วงเงิน วันที่ และช่องทางติดต่อให้ตรงกับข้อมูลที่บริษัทตรวจสอบแล้ว
ก่อนแจ้งว่าคุ้มครองอะไร จ่ายสินไหมเมื่อใด หรือได้รับส่วนลดเท่าไร ให้ตรวจกรมธรรม์และขั้นตอนของบริษัทก่อน หากข้อมูลยังไม่ยืนยัน ให้ใช้ประโยคสอบถามหรือตรวจสอบเงื่อนไขแทนการให้คำตอบตายตัว ส่วนคำศัพท์และคำแปลเฉพาะทางให้ทบทวนจากคลังศัพท์ที่ลิงก์ไว้ท้ายบทความ
การวิเคราะห์ความต้องการและนำเสนอแผน (Needs Analysis & Sales Pitch)
💡 บทสนทนาภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจประกันภัย (Insurance Conversation) เน้นการสร้างความเชื่อมั่นและการสื่อสารเงื่อนไขที่โปร่งใส ตั้งแต่ขั้นตอนการวิเคราะห์ความต้องการเพื่อเสนอแบบประกัน (Needs Analysis & Pitch), การอธิบายข้อยกเว้นความคุ้มครองอย่างชัดเจน (Exclusions), ไปจนถึงการรับเรื่องเคลมสินไหมด้วยความเห็นอกเห็นใจ (Empathy in Claims)
การขายประกันไม่ใช่การยัดเยียด แต่เป็นการ “ค้นหาความกังวล” และ “เสนอทางออก” การใช้คำถามปลายเปิด (Open-ended Questions) เป็นเทคนิคสำคัญ
บทสนทนา: การขายประกันสุขภาพ (Health Insurance Sale)
Agent: “Good morning, Mr. Smith. Thank you for meeting with me today. Before we discuss any products, may I ask a few questions to understand your needs better?” (สวัสดีครับคุณสมิธ ขอบคุณที่สละเวลามาพบผมนะครับ ก่อนที่เราจะคุยเรื่องผลิตภัณฑ์ ผมขออนุญาตสอบถามข้อมูลบางอย่างเพื่อให้เข้าใจความต้องการของคุณมากขึ้นครับ)
Client: “Sure, go ahead.” (ได้ครับ เชิญเลย)
Agent: “Currently, do you have any concerns regarding your health coverage in Thailand?” (ตอนนี้คุณมีความกังวลเกี่ยวกับการคุ้มครองสุขภาพในไทยไหมครับ?)
Client: “Well, I’m worried about the hospital bills. I heard private hospitals here can be quite expensive.” (ผมกังวลเรื่องค่ารักษาครับ ได้ยินมาว่าโรงพยาบาลเอกชนที่นี่แพงมาก)
Agent: “I understand your concern about medical expenses. Let’s compare the benefits, exclusions, and premiums of the plans available to you before choosing one.”
(เข้าใจครับว่าคุณกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาล เรามาเปรียบเทียบความคุ้มครอง ข้อยกเว้น และเบี้ยประกันของแผนที่คุณสมัครได้ก่อนเลือกแผนกันครับ)
Agent: “Let’s check the benefit schedule for inpatient and outpatient treatment. The limits and conditions depend on the plan you choose.”
(เรามาตรวจตารางผลประโยชน์สำหรับการรักษาแบบผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกกันครับ วงเงินและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแผนที่คุณเลือก)
Client: “Does it cover pre-existing conditions?” (มันคุ้มครองโรคที่เป็นมาก่อนไหม?)
Agent: “Please disclose your medical history accurately. Whether a pre-existing condition is covered depends on the insurer’s underwriting decision and the policy terms. Let’s also check any waiting period separately.”
(กรุณาแถลงประวัติสุขภาพตามความเป็นจริงครับ การคุ้มครองโรคที่เป็นมาก่อนขึ้นอยู่กับผลพิจารณารับประกันและเงื่อนไขกรมธรรม์ เราควรตรวจเงื่อนไขระยะเวลารอคอยแยกต่างหากด้วยครับ)
💡 Key Phrases for Sales:
-
“What is your budget for this insurance plan?” (คุณมีงบประมาณสำหรับแผนนี้เท่าไหร่ครับ?)
-
“This policy is designed to provide you with peace of mind.” (กรมธรรม์นี้ออกแบบมาเพื่อมอบความอุ่นใจให้กับคุณ)
การอธิบายความคุ้มครองและข้อยกเว้น (Explaining Coverage & Exclusions)
ลูกค้าต่างชาติมักอ่านสัญญาละเอียด การอธิบายสิ่งที่ “ไม่คุ้มครอง” (Exclusions) สำคัญพอๆ กับสิ่งที่คุ้มครอง เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต
บทสนทนา: ประกันภัยรถยนต์ (Motor Insurance)
Client: “I want to insure my car. Does this policy cover everything?” (ผมอยากทำประกันรถ กรมธรรม์นี้คุ้มครองทุกอย่างเลยไหม?)
Broker: “Let’s review the policy schedule and exclusions. I’ll show you which types of damage and third-party liability are covered, together with the limits and conditions.”
(เรามาตรวจตารางกรมธรรม์และข้อยกเว้นกันครับ ผมจะชี้ให้เห็นว่าความเสียหายและความรับผิดต่อบุคคลภายนอกแบบใดได้รับความคุ้มครอง รวมถึงวงเงินและเงื่อนไข)
Client: “What if I get a flat tire?” (แล้วถ้ายางแบนล่ะ?)
Broker: “Let me check whether tire damage is covered and whether roadside assistance is included. I’ll confirm the service hours and any charges before you use the service.”
(ขอผมตรวจว่าความเสียหายของยางได้รับความคุ้มครองหรือไม่ และมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนรวมอยู่ด้วยไหมครับ ผมจะยืนยันเวลาบริการและค่าใช้จ่ายก่อนที่คุณจะใช้บริการ)
Client: “What is this ‘Deductible’ of 5,000 Baht?” (ค่า Deductible 5,000 บาทนี่คืออะไร?)
Broker: “The 5,000-baht deductible shown in this example is an amount you may need to pay for a covered claim, as stated in the policy. Let’s check when it applies, how it is calculated, and whether any other charges apply.”
(ค่าเสียหายส่วนแรก 5,000 บาทที่ระบุในตัวอย่างนี้เป็นเงินที่คุณอาจต้องจ่ายเมื่อเคลมรายการที่คุ้มครอง ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ครับ เรามาตรวจว่าใช้กับกรณีใด คำนวณอย่างไร และมีค่าใช้จ่ายอื่นหรือไม่)
💡 Key Phrases for Explanation:
-
“Please note that this policy excludes damage caused by…” (โปรดทราบว่ากรมธรรม์นี้ไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจาก…)
-
“It is important to understand the terms and conditions.” (สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจเงื่อนไขและข้อกำหนดครับ)
การจัดการข้อโต้แย้ง (Handling Objections)
เมื่อลูกค้าบอกว่า “แพงเกินไป” หรือ “ขอคิดดูก่อน” เราต้องใช้ภาษาอังกฤษที่สุภาพแต่โน้มน้าวใจ (Persuasive)
บทสนทนา: เมื่อลูกค้าบอกว่าแพง (The Price Objection)
Client: “The premium is too high for me. I think I will pass.” (เบี้ยแพงเกินไป ผมว่าผ่านก่อนดีกว่า)
Agent: “I understand that price is an important factor. May I ask, compared to what is it expensive?” (ผมเข้าใจครับว่าราคาเป็นปัจจัยสำคัญ ขออนุญาตถามนะครับว่า แพงเมื่อเทียบกับอะไรครับ?)
Client: “Well, compared to not having insurance at all.” (ก็เทียบกับไม่ทำประกันเลยไง)
Agent: “I understand. Let’s look at the actual premium and the benefits together. We can compare what the plan covers, what it excludes, and what you may need to pay yourself.”
(เข้าใจครับ เรามาดูเบี้ยประกันจริงควบคู่กับความคุ้มครองกัน โดยเปรียบเทียบว่าแผนครอบคลุมอะไร มีข้อยกเว้นอะไร และคุณอาจต้องจ่ายเองส่วนใดบ้าง)
Agent: “If the premium is above your budget, I can check which options are available and explain how each option changes the benefits and your potential out-of-pocket costs.”
(หากเบี้ยประกันเกินงบ ผมสามารถตรวจทางเลือกที่มีและอธิบายว่าแต่ละทางเลือกเปลี่ยนความคุ้มครองและค่าใช้จ่ายที่คุณอาจต้องจ่ายเองอย่างไรครับ)
การรับแจ้งเหตุและสินไหมทดแทน (Claims Handling)
นี่คือ “นาทีชีวิต” หรือช่วงเวลาที่ลูกค้าต้องการเราที่สุด (Moment of Truth) การสื่อสารต้องเน้นความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) และความชัดเจนในขั้นตอน
บทสนทนา: แจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ (Reporting a Car Accident)
Client (Phone): “Hello! I just had an accident! I’m panicking!” (ฮัลโหล! ผมเพิ่งรถชน! ตกใจมากเลย!)
Claims Officer: “Please stay calm, Sir. Are you or anyone else injured?” (ใจเย็นๆ นะครับคุณ มีคุณหรือใครได้รับบาดเจ็บไหมครับ?)
Client: “No, everyone is okay. But the car is badly damaged.” (ไม่มีครับ ทุกคนปลอดภัย แต่รถเสียหายหนักมาก)
Claims Officer: “I am relieved to hear you are safe. Now, please ensure you are in a safe location. Do you have the details of the other party?” (โล่งอกครับที่คุณปลอดภัย ตอนนี้ขอให้อยู่ในจุดที่ปลอดภัยนะครับ คุณมีข้อมูลของคู่กรณีไหมครับ?)
Client: “Yes, I have his license plate.” (มีครับ ผมจดทะเบียนรถเขาไว้แล้ว)
Claims Officer: “If it is safe to do so, please take photos of the accident scene and the damage. I’ll contact the claims team and confirm the next steps and the estimated arrival time of the surveyor.”
(หากทำได้อย่างปลอดภัย กรุณาถ่ายภาพที่เกิดเหตุและความเสียหายครับ ผมจะติดต่อฝ่ายสินไหมและยืนยันขั้นตอนถัดไป รวมถึงเวลาที่เจ้าหน้าที่สำรวจภัยคาดว่าจะไปถึง)
Claims Officer: “Please keep the information and documents related to the accident. If you are unsure about a document, ask the responsible officer to explain it before you sign.”
(กรุณาเก็บข้อมูลและเอกสารเกี่ยวกับอุบัติเหตุไว้ครับ หากไม่เข้าใจเอกสารใด ให้สอบถามเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบให้อธิบายก่อนลงนาม)
บทสนทนา: เคลมประกันสุขภาพ (Health Insurance Claim)
Client: “I was hospitalized last week. How can I claim the expenses?” (ผมเข้าโรงพยาบาลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จะเบิกค่าใช้จ่ายยังไงครับ?)
Agent: “I can help you with that. Do you have the original receipt and the medical certificate?” (ผมช่วยได้ครับ คุณมีใบเสร็จตัวจริงและใบรับรองแพทย์ไหมครับ?)
Client: “Yes, I have them.” (มีครับ)
Agent: “Please complete and sign the claim form. I’ll help check the documents required by the insurer and submit them for assessment. The claims team will confirm whether any further information is needed, the outcome, and the applicable processing timeframe.”
(กรุณากรอกและลงนามในแบบฟอร์มเรียกร้องสินไหมครับ ผมจะช่วยตรวจเอกสารที่บริษัทประกันกำหนดและส่งเพื่อพิจารณา ฝ่ายสินไหมจะยืนยันว่าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ แจ้งผลพิจารณา และระยะเวลาดำเนินการที่ใช้กับกรณีนี้)
การต่ออายุกรมธรรม์ (Policy Renewal)
การรักษาลูกค้าเก่า (Retention) สำคัญกว่าการหาลูกค้าใหม่ การแจ้งเตือนต่ออายุต้องทำอย่างมืออาชีพและชี้ให้เห็นประโยชน์ของการต่ออายุอย่างต่อเนื่อง
บทสนทนา: แจ้งเตือนต่ออายุ (Renewal Notice)
Agent: “Good afternoon, Mrs. Jones. I am calling to remind you that your car insurance policy will expire next month on the 15th.” (สวัสดีครับคุณโจนส์ ผมโทรมาแจ้งเตือนว่ากรมธรรม์รถยนต์ของคุณจะหมดอายุวันที่ 15 เดือนหน้าครับ)
Client: “Oh, time flies. Should I renew it now?” (โอ้ เวลาผ่านไปเร็วจัง ควรต่อเลยไหม?)
Agent: “Let’s confirm the renewal date, premium, and coverage terms before the policy expires. I’ll also check whether a no-claim discount applies and confirm the amount under the insurer’s renewal terms.”
(เรามายืนยันวันต่ออายุ เบี้ยประกัน และเงื่อนไขความคุ้มครองก่อนกรมธรรม์หมดอายุกันครับ ผมจะตรวจว่ามีสิทธิ์ได้รับส่วนลดประวัติดีหรือไม่ และยืนยันจำนวนส่วนลดตามเงื่อนไขการต่ออายุของบริษัทประกัน)
Client: “That sounds good. Send me the invoice please.” (ฟังดูดีนะ ส่งใบแจ้งหนี้มาได้เลย)
รวมประโยคเด็ดภาษาอังกฤษสำหรับตัวแทนประกัน (Power Phrases)
เพื่อความรวดเร็ว นี่คือประโยคสำเร็จรูปที่คุณสามารถจำไปใช้ได้ทันที:
- สร้างความเชื่อมั่น: “Let’s review the policy terms together so you can make an informed decision.”
(เรามาทบทวนเงื่อนไขกรมธรรม์ร่วมกัน เพื่อให้คุณตัดสินใจจากข้อมูลที่ครบถ้วนครับ) - อธิบายความคุ้มค่า: “Let’s compare the premium, benefits, exclusions, and costs you may need to pay yourself.”
(เรามาเปรียบเทียบเบี้ยประกัน ความคุ้มครอง ข้อยกเว้น และค่าใช้จ่ายที่คุณอาจต้องจ่ายเองกันครับ) - แสดงความห่วงใย: “I’m here to help you understand the next steps.”
(ผมพร้อมช่วยให้คุณเข้าใจขั้นตอนถัดไปครับ) - ยืนยันขั้นตอนสมัคร: “Would you like me to explain the application process and the payment methods available?”
(คุณต้องการให้ผมอธิบายขั้นตอนสมัครและช่องทางชำระเงินที่มีให้เลือกไหมครับ)
| สถานการณ์งานประกัน | ประโยคภาษาอังกฤษที่ควรใช้ (Recommended Phrases) | คำแปลภาษาไทย | วัตถุประสงค์เชิงการบริการ |
|---|---|---|---|
| การสอบถามความต้องการ | What specific financial protection or healthcare coverage are you looking for? | คุณกำลังมองหาความคุ้มครองทางการเงินหรือสุขภาพในด้านใดเป็นพิเศษครับ? | ค้นหา Pain Point และงบประมาณลูกค้า |
| การอธิบายความคุ้มครอง | Let’s check the benefit schedule for the coverage limits and conditions. | เรามาตรวจวงเงินและเงื่อนไขความคุ้มครองจากตารางผลประโยชน์กันครับ | ชี้แจงข้อมูลให้ตรงกับแผนจริง |
| การชี้แจงข้อยกเว้น | Let’s review the exclusions in your policy before confirming whether this treatment is covered. | เรามาทบทวนข้อยกเว้นในกรมธรรม์ของคุณก่อนยืนยันว่าการรักษานี้ได้รับความคุ้มครองหรือไม่ครับ | ตรวจเงื่อนไขก่อนตอบลูกค้า |
| การรับเรื่องเคลมสินไหม | We are truly sorry to hear about your accident; let me guide you through the claim process. | เราเสียใจอย่างยิ่งที่ทราบเรื่องอุบัติเหตุของคุณ ผมขออนุญาตแนะนำขั้นตอนการเคลมนะครับ | แสดงความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) |
บทสรุป: ภาษาดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
จากบทสนทนาข้างต้น ท่านจะเห็นว่ากุญแจสำคัญของการสื่อสารในธุรกิจประกันภัยคือ “ความชัดเจน” (Clarity) และ “ความเห็นอกเห็นใจ” (Empathy) การใช้ศัพท์เทคนิคที่ถูกต้องผสมผสานกับความใส่ใจ จะช่วยสร้างความไว้วางใจ (Trust) ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดในธุรกิจนี้
หากท่านต้องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้ทีมงานขายหรือฝ่ายสินไหมของท่านอย่างจริงจัง ให้สามารถพูดคุย โต้ตอบ และปิดการขายกับชาวต่างชาติได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทอง
การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ ผ่านกิจกรรมจำลองสถานการณ์จริงสามารถเข้าร่วมได้ใน English Workshop ฝึกภาษาอังกฤษเชิงปฏิบัติสำหรับการทำงานจริง
ทบทวนความหมายของศัพท์ประกันภัย: ดูคำศัพท์กรมธรรม์ เบี้ยประกัน ความคุ้มครอง และสินไหม พร้อมคำแปลและตัวอย่างการใช้ได้ที่ รวมศัพท์ประกัน ภาษาอังกฤษ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ประโยครับเรื่องเคลมประกันภาษาอังกฤษที่แสดงความเห็นอกเห็นใจควรพูดยังไง?
เริ่มจากแสดงความเห็นอกเห็นใจ แล้วบอกสิ่งที่จะช่วยดำเนินการอย่างชัดเจน เช่น “I’m sorry to hear about your accident. I can help you check the required documents and explain the next steps.” (เสียใจด้วยครับที่คุณประสบอุบัติเหตุ ผมช่วยตรวจรายการเอกสารที่ต้องใช้และอธิบายขั้นตอนถัดไปได้ครับ) ปรับคำว่า accident ให้ตรงกับเหตุการณ์จริง และแจ้งผลพิจารณาหรือระยะเวลาดำเนินการตามข้อมูลที่บริษัทตรวจสอบแล้ว
B-Tools Training พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ความสำเร็จของท่าน ด้วยหลักสูตร “English for Insurance Professionals” ที่เน้นการฝึก Role Play ในสถานการณ์จริง เจาะลึกศัพท์ประกันภัย และเทคนิคการเจรจา
👉 ดูรายละเอียดหลักสูตร: English for Insurance Professionals (ภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจประกันภัย)
หรือหากต้องการปรึกษาเพื่อจัดอบรมภายในองค์กร (In-house Training) เพื่อออกแบบเนื้อหาให้ตรงกับผลิตภัณฑ์ของบริษัทท่าน สามารถติดต่อเราได้ที่: ติดต่อ B-Tools Training
Last Updated on October 9, 2026


