ธุรกิจประกันภัย (Insurance Industry) เป็นธุรกิจที่มีความเฉพาะตัวสูงและเต็มไปด้วยศัพท์เทคนิค (Technical Jargon) ที่มีความหมายทางกฎหมายและสัญญาผูกพัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่บริษัทประกันภัยหลายแห่งมีการร่วมทุนกับต่างชาติ หรือต้องมีการทำประกันภัยต่อ (Reinsurance) กับตลาดโลก
การมีความรู้ใน คำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจประกันภัย จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น “ไฟลท์บังคับ” สำหรับบุคลากรที่ต้องการความก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็นการอ่านกรมธรรม์ฉบับภาษาอังกฤษ (Policy Wording) การเจรจากับลูกค้าชาวต่างชาติ หรือการสอบใบอนุญาตวิชาชีพ
B-Tools Training (บีทูลส์ เทรนนิ่ง) ได้รวบรวมคำศัพท์ที่จำเป็น แบ่งตามหมวดหมู่การใช้งานจริง เพื่อให้ท่านสามารถใช้อ้างอิงและทำความเข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง
คำศัพท์พื้นฐานและคู่สัญญา (General Insurance Principles)
ก่อนจะลงลึกไปในผลิตภัณฑ์ เราต้องเข้าใจคำศัพท์ที่เป็นรากฐานของสัญญาประกันภัยก่อน
-
Insurance Policy: กรมธรรม์ประกันภัย (เอกสารสัญญา)
-
Insurer / Carrier: ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน)
-
Insured / Policyholder: ผู้เอาประกันภัย (ลูกค้า)
-
Beneficiary: ผู้รับประโยชน์ (ผู้ได้รับเงินเมื่อเกิดเหตุ)
-
Premium: เบี้ยประกันภัย (เงินที่ลูกค้าจ่ายให้บริษัท)
-
Sum Insured / Coverage Amount: ทุนประกัน / จำนวนเงินเอาประกันภัย
-
Coverage: ความคุ้มครอง
-
Exclusion: ข้อยกเว้น (สิ่งที่ประกันไม่คุ้มครอง)
-
Effective Date: วันเริ่มต้นความคุ้มครอง
-
Expiry Date / Maturity Date: วันครบกำหนดสัญญา
-
Renewal: การต่ออายุกรมธรรม์
-
Lapse: การขาดผลบังคับ (กรมธรรม์ขาดอายุเพราะไม่จ่ายเบี้ย)
-
Grace Period: ระยะเวลาผ่อนผัน (ช่วงเวลาที่ยังคุ้มครองแม้เลยกำหนดจ่ายเบี้ยแล้ว)
-
Endorsement / Rider: เอกสารแนบท้าย / สัญญาเพิ่มเติม
ประกันชีวิตและสุขภาพ (Life & Health Insurance)
ศัพท์ในหมวดนี้เกี่ยวข้องกับชีวิต ความเจ็บป่วย และการวางแผนการเงิน มักใช้โดยตัวแทน (Agents) และที่ปรึกษาทางการเงิน
ประเภทของประกันชีวิต
-
Whole Life Insurance: ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ
-
Term Life Insurance: ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (จ่ายเบี้ยทิ้ง คุ้มครองสูง)
-
Endowment Insurance: ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (มีเงินคืนเมื่อครบสัญญา)
-
Annuity: ประกันบำนาญ (จ่ายเงินคืนเป็นงวดๆ หลังเกษียณ)
-
Unit-Linked: ประกันชีวิตควบการลงทุน
-
Group Insurance: ประกันกลุ่ม (สวัสดิการพนักงาน)
ศัพท์เกี่ยวกับสุขภาพและการรักษา
-
In-patient Department (IPD): ผู้ป่วยใน (ต้องนอนโรงพยาบาล)
-
Out-patient Department (OPD): ผู้ป่วยนอก (หาหมอแล้วรับยากลับบ้าน)
-
Critical Illness (CI): โรคร้ายแรง
-
Pre-existing Condition: สภาพที่เป็นมาก่อนการเอาประกันภัย (โรคที่เป็นอยู่แล้ว)
-
Waiting Period: ระยะเวลารอคอย (ช่วงเวลาที่ไม่คุ้มครองหลังจากทำประกันใหม่ๆ)
-
Surrender Value: มูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ (เงินที่ได้เมื่อขอยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด)
-
Cash Value: มูลค่าเงินสด
-
Dividend: เงินปันผล (สำหรับกรมธรรม์ชนิดมีเงินปันผล)
ประกันวินาศภัย (Non-Life / General Insurance)
ครอบคลุมทรัพย์สิน รถยนต์ อัคคีภัย และความรับผิดต่างๆ ศัพท์หมวดนี้มักเกี่ยวข้องกับมูลค่าความเสียหายและการประเมินราคา
ประกันภัยรถยนต์ (Motor Insurance)
-
Compulsory Motor Insurance (CMI): ประกันภัย พ.ร.บ. (ภาคบังคับ)
-
Voluntary Motor Insurance: ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ
-
Third Party Liability (TPL): ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (สำคัญมาก)
-
Bodily Injury: การบาดเจ็บต่อร่างกาย
-
Property Damage: ความเสียหายต่อทรัพย์สิน
-
-
Collision: การชน (รถชนรถ หรือ รถชนสิ่งของ)
-
Comprehensive: ประกันชั้น 1 (คุ้มครองครอบคลุมทั้งรถเรา รถเขา สูญหาย ไฟไหม้)
-
Deductible / Excess: ค่าเสียหายส่วนแรก (เงินที่ลูกค้าต้องจ่ายเองเมื่อเกิดเหตุ)
-
No-Claim Bonus (NCB): ส่วนลดประวัติดี (ลดเบี้ยเมื่อไม่มีการเคลม)
ประกันทรัพย์สินและเบ็ดเตล็ด (Property & Casualty)
-
Fire Insurance: ประกันอัคคีภัย
-
Marine Cargo Insurance: ประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเล
-
All Risks: การประกันภัยความเสี่ยงภัยทุกชนิด
-
Business Interruption: การหยุดชะงักของธุรกิจ (คุ้มครองรายได้ที่หายไป)
-
Public Liability: ความรับผิดต่อสาธารณชน
-
Professional Indemnity (PI): ความรับผิดทางวิชาชีพ (เช่น หมอ, สถาปนิก)
-
Travel Insurance: ประกันภัยการเดินทาง
การพิจารณารับประกันภัย (Underwriting & Actuarial)
นี่คือ “หลังบ้าน” ของบริษัทประกัน ศัพท์กลุ่มนี้ใช้ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงและคำนวณเบี้ยประกัน
-
Underwriter: ผู้พิจารณารับประกันภัย
-
Actuary: นักคณิตศาสตร์ประกันภัย (ผู้คำนวณเบี้ยและความเสี่ยง)
-
Risk Assessment: การประเมินความเสี่ยง
-
Mortality Table: ตารางมรณะ (สถิติการตาย ใช้คำนวณเบี้ยประกันชีวิต)
-
Morbidity Table: ตารางการเจ็บป่วย
-
Moral Hazard: ภาวะภัยทางศีลธรรม (ความเสี่ยงจากการกระทำจงใจของผู้เอาประกัน เช่น เผาไล่ที่)
-
Physical Hazard: ภาวะภัยทางกายภาพ (เช่น บ้านไม้มีความเสี่ยงไฟไหม้สูงกว่าบ้านปูน)
-
Adverse Selection: การเลือกที่ปฏิปักษ์ (คนที่มีความเสี่ยงสูงมักจะมาทำประกันมากกว่าคนปกติ)
-
Loading: เบี้ยประกันเพิ่มพิเศษ (สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงกว่าเกณฑ์)
-
Declined Risk: ความเสี่ยงที่ถูกปฏิเสธ (ไม่รับทำประกัน)
สินไหมทดแทนและการจัดการเคลม (Claims & Indemnity)
ช่วงเวลาแห่งความจริง (Moment of Truth) คือตอนเกิดเหตุและมีการเรียกร้องสินไหม ศัพท์หมวดนี้มีความสำคัญทางกฎหมายสูง
-
Claim: การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
-
Claimant: ผู้เรียกร้องสินไหม (อาจเป็นลูกค้า หรือคู่กรณี)
-
Loss Adjuster / Loss Assessor: ผู้สำรวจภัย / ผู้ประเมินวินาศภัย
-
Indemnity: หลักการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน (จ่ายตามความเสียหายจริง ไม่เกินทุนประกัน)
-
Subrogation: การรับช่วงสิทธิ์ (บริษัทจ่ายเงินให้ลูกค้าแล้ว ไปไล่เบี้ยเอากับคนผิดแทน)
-
Salvage: ซากทรัพย์ (ของที่เสียหายแล้วบริษัทประกันยึดมาขายทอดตลาด)
-
Total Loss: ความเสียหายสิ้นเชิง (ซ่อมไม่คุ้ม หรือหายสาบสูญ)
-
Actual Total Loss: เสียหายจริงทั้งหมด
-
Constructive Total Loss: เสียหายเสมือนสิ้นเชิง (ค่าซ่อมเกิน 70-80% ของทุน)
-
-
Partial Loss: ความเสียหายบางส่วน
-
Fraudulent Claim: การเคลมฉ้อฉล (เคลมเท็จ)
-
Discharge Form: หนังสือปลดเปลื้องความรับผิด (เซ็นเมื่อรับเงินแล้วจบเรื่อง)
-
Reimbursement: การสำรองจ่ายแล้วมาเบิกคืน
การประกันภัยต่อ (Reinsurance)
เมื่อความเสี่ยงสูงเกินกว่าบริษัทเดียวจะรับไหว ต้องมีการส่งต่อความเสี่ยง นี่คือศัพท์ระดับ B2B
-
Reinsurance: การประกันภัยต่อ
-
Reinsurer: ผู้รับประกันภัยต่อ
-
Cedant / Ceding Company: บริษัทต้นทางที่ส่งงานประกันภัยต่อ
-
Retention: ส่วนรับเสี่ยงไว้เอง (จำนวนเงินที่บริษัทต้นทางรับผิดชอบเองก่อนส่งต่อ)
-
Treaty Reinsurance: สัญญาประกันภัยต่อแบบมีสัญญาผูกพัน (ส่งล็อตใหญ่)
-
Facultative Reinsurance: การประกันภัยต่อแบบเฉพาะราย (ส่งทีละเคส)
-
Retrocession: การประกันภัยต่อช่วง (บริษัท Reinsurance ส่งต่อให้อีกบริษัท)
คำกริยาที่ใช้บ่อย (Useful Verbs in Insurance Context)
-
Bind: ผูกพัน (สัญญาเริ่มมีผล)
-
Compensate / Indemnify: ชดเชย / ชดใช้ค่าเสียหาย
-
Disclose: เปิดเผยข้อมูล (สำคัญมากในหลักการสุจริตใจ)
-
Incur: ก่อให้เกิด (เช่น Incurred expenses – ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น)
-
Lapse: ขาดอายุ
-
Mitigate: บรรเทา (เช่น Mitigate risk – บรรเทาความเสี่ยง)
-
Reject / Decline: ปฏิเสธ (ไม่รับประกัน หรือ ไม่จ่ายเคลม)
-
Renew: ต่ออายุ
-
Settle: ยุติ / ตกลงจ่าย (Settle a claim)
-
Solicit: ชักชวน / เสนอขายประกัน
-
Terminate / Cancel: ยกเลิกสัญญา
-
Void: โมฆะ (ไม่มีผลบังคับใช้แต่ต้น)
สำนวนและหลักการสำคัญ (Key Principles & Idioms)
-
Utmost Good Faith (Uberrimae Fidei): หลักสุจริตใจอย่างยิ่ง (ต้องเปิดเผยความจริงทั้งหมด)
-
Insurable Interest: ส่วนได้เสียที่เอาประกันภัยได้ (ต้องมีความสัมพันธ์กับทรัพย์สินหรือชีวิตนั้น)
-
Proximate Cause: สาเหตุใกล้ชิด (ต้นเหตุที่แท้จริงของความเสียหาย)
-
Contribution: หลักการร่วมชดใช้ (กรณีทำประกันหลายที่)
-
Act of God: ภัยธรรมชาติ / เหตุสุดวิสัย (มักเป็นข้อยกเว้นในบางกรมธรรม์)
บทสรุป: ภาษาอังกฤษคือ “กรมธรรม์” ประกันอนาคตการทำงาน
การเข้าใจ คำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจประกันภัย อย่างถ่องแท้ จะช่วยให้ท่านเปลี่ยนจาก “ผู้ขายประกัน” มาเป็น “ที่ปรึกษาด้านความเสี่ยง” ระดับมืออาชีพ ช่วยลดความผิดพลาดในการตีความกรมธรรม์ และเพิ่มความมั่นใจในการสื่อสารกับลูกค้าองค์กรหรือพาร์ทเนอร์ต่างชาติ
ไม่ว่าท่านจะเป็นตัวแทนประกันชีวิต เจ้าหน้าที่สินไหม หรือ Underwriter การลงทุนในทักษะภาษาอังกฤษคือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทน (ROI) คุ้มค่าที่สุด
หากองค์กรของท่านต้องการยกระดับทักษะภาษาอังกฤษให้กับทีมงานประกันภัย ทั้งการอ่านกรมธรรม์ (Reading Policy Wording) การเจรจาสินไหม (Claims Negotiation) และการเขียนอีเมลธุรกิจ (Business Writing)
B-Tools Training พร้อมให้บริการจัดอบรมหลักสูตร “English for Insurance Professionals” ที่ออกแบบเนื้อหาโดยเฉพาะเจาะจง สอนโดยวิทยากรที่มีประสบการณ์ตรงในวงการประกันภัย
👉 ดูรายละเอียดหลักสูตร: English for Insurance Professionals (ภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจประกันภัย)
หรือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการจัดอบรม In-house Training ได้ที่: ติดต่อ B-Tools Training
Last Updated on February 4, 2026


