คลังคำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจประกันภัย ครบทุกหมวด: จากกรมธรรม์สู่การเคลม

รวมคำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจประกันภัย (Insurance Vocabulary) กว่า 100+ คำ ครอบคลุมประกันชีวิต (Life) ประกันวินาศภัย (Non-Life) การพิจารณารับประกัน (Underwriting) และการจัดการสินไหม (Claims)

 

ธุรกิจประกันภัย (Insurance Industry) เป็นธุรกิจที่มีความเฉพาะตัวสูงและเต็มไปด้วยศัพท์เทคนิค (Technical Jargon) ที่มีความหมายทางกฎหมายและสัญญาผูกพัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่บริษัทประกันภัยหลายแห่งมีการร่วมทุนกับต่างชาติ หรือต้องมีการทำประกันภัยต่อ (Reinsurance) กับตลาดโลก

การมีความรู้ใน คำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจประกันภัย จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น “ไฟลท์บังคับ” สำหรับบุคลากรที่ต้องการความก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็นการอ่านกรมธรรม์ฉบับภาษาอังกฤษ (Policy Wording) การเจรจากับลูกค้าชาวต่างชาติ หรือการสอบใบอนุญาตวิชาชีพ

B-Tools Training (บีทูลส์ เทรนนิ่ง) ได้รวบรวมคำศัพท์ที่จำเป็น แบ่งตามหมวดหมู่การใช้งานจริง เพื่อให้ท่านสามารถใช้อ้างอิงและทำความเข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง

 


 

คำศัพท์พื้นฐานและคู่สัญญา (General Insurance Principles)

ก่อนจะลงลึกไปในผลิตภัณฑ์ เราต้องเข้าใจคำศัพท์ที่เป็นรากฐานของสัญญาประกันภัยก่อน

  • Insurance Policy: กรมธรรม์ประกันภัย (เอกสารสัญญา)

  • Insurer / Carrier: ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน)

  • Insured / Policyholder: ผู้เอาประกันภัย (ลูกค้า)

  • Beneficiary: ผู้รับประโยชน์ (ผู้ได้รับเงินเมื่อเกิดเหตุ)

  • Premium: เบี้ยประกันภัย (เงินที่ลูกค้าจ่ายให้บริษัท)

  • Sum Insured / Coverage Amount: ทุนประกัน / จำนวนเงินเอาประกันภัย

  • Coverage: ความคุ้มครอง

  • Exclusion: ข้อยกเว้น (สิ่งที่ประกันไม่คุ้มครอง)

  • Effective Date: วันเริ่มต้นความคุ้มครอง

  • Expiry Date / Maturity Date: วันครบกำหนดสัญญา

  • Renewal: การต่ออายุกรมธรรม์

  • Lapse: การขาดผลบังคับ (กรมธรรม์ขาดอายุเพราะไม่จ่ายเบี้ย)

  • Grace Period: ระยะเวลาผ่อนผัน (ช่วงเวลาที่ยังคุ้มครองแม้เลยกำหนดจ่ายเบี้ยแล้ว)

  • Endorsement / Rider: เอกสารแนบท้าย / สัญญาเพิ่มเติม

 


 

ประกันชีวิตและสุขภาพ (Life & Health Insurance)

ศัพท์ในหมวดนี้เกี่ยวข้องกับชีวิต ความเจ็บป่วย และการวางแผนการเงิน มักใช้โดยตัวแทน (Agents) และที่ปรึกษาทางการเงิน

ประเภทของประกันชีวิต

  • Whole Life Insurance: ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ

  • Term Life Insurance: ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (จ่ายเบี้ยทิ้ง คุ้มครองสูง)

  • Endowment Insurance: ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (มีเงินคืนเมื่อครบสัญญา)

  • Annuity: ประกันบำนาญ (จ่ายเงินคืนเป็นงวดๆ หลังเกษียณ)

  • Unit-Linked: ประกันชีวิตควบการลงทุน

  • Group Insurance: ประกันกลุ่ม (สวัสดิการพนักงาน)

ศัพท์เกี่ยวกับสุขภาพและการรักษา

  • In-patient Department (IPD): ผู้ป่วยใน (ต้องนอนโรงพยาบาล)

  • Out-patient Department (OPD): ผู้ป่วยนอก (หาหมอแล้วรับยากลับบ้าน)

  • Critical Illness (CI): โรคร้ายแรง

  • Pre-existing Condition: สภาพที่เป็นมาก่อนการเอาประกันภัย (โรคที่เป็นอยู่แล้ว)

  • Waiting Period: ระยะเวลารอคอย (ช่วงเวลาที่ไม่คุ้มครองหลังจากทำประกันใหม่ๆ)

  • Surrender Value: มูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ (เงินที่ได้เมื่อขอยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด)

  • Cash Value: มูลค่าเงินสด

  • Dividend: เงินปันผล (สำหรับกรมธรรม์ชนิดมีเงินปันผล)

 


 

ประกันวินาศภัย (Non-Life / General Insurance)

ครอบคลุมทรัพย์สิน รถยนต์ อัคคีภัย และความรับผิดต่างๆ ศัพท์หมวดนี้มักเกี่ยวข้องกับมูลค่าความเสียหายและการประเมินราคา

ประกันภัยรถยนต์ (Motor Insurance)

  • Compulsory Motor Insurance (CMI): ประกันภัย พ.ร.บ. (ภาคบังคับ)

  • Voluntary Motor Insurance: ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ

  • Third Party Liability (TPL): ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (สำคัญมาก)

    • Bodily Injury: การบาดเจ็บต่อร่างกาย

    • Property Damage: ความเสียหายต่อทรัพย์สิน

  • Collision: การชน (รถชนรถ หรือ รถชนสิ่งของ)

  • Comprehensive: ประกันชั้น 1 (คุ้มครองครอบคลุมทั้งรถเรา รถเขา สูญหาย ไฟไหม้)

  • Deductible / Excess: ค่าเสียหายส่วนแรก (เงินที่ลูกค้าต้องจ่ายเองเมื่อเกิดเหตุ)

  • No-Claim Bonus (NCB): ส่วนลดประวัติดี (ลดเบี้ยเมื่อไม่มีการเคลม)

ประกันทรัพย์สินและเบ็ดเตล็ด (Property & Casualty)

  • Fire Insurance: ประกันอัคคีภัย

  • Marine Cargo Insurance: ประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเล

  • All Risks: การประกันภัยความเสี่ยงภัยทุกชนิด

  • Business Interruption: การหยุดชะงักของธุรกิจ (คุ้มครองรายได้ที่หายไป)

  • Public Liability: ความรับผิดต่อสาธารณชน

  • Professional Indemnity (PI): ความรับผิดทางวิชาชีพ (เช่น หมอ, สถาปนิก)

  • Travel Insurance: ประกันภัยการเดินทาง

 


 

การพิจารณารับประกันภัย (Underwriting & Actuarial)

นี่คือ “หลังบ้าน” ของบริษัทประกัน ศัพท์กลุ่มนี้ใช้ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงและคำนวณเบี้ยประกัน

  • Underwriter: ผู้พิจารณารับประกันภัย

  • Actuary: นักคณิตศาสตร์ประกันภัย (ผู้คำนวณเบี้ยและความเสี่ยง)

  • Risk Assessment: การประเมินความเสี่ยง

  • Mortality Table: ตารางมรณะ (สถิติการตาย ใช้คำนวณเบี้ยประกันชีวิต)

  • Morbidity Table: ตารางการเจ็บป่วย

  • Moral Hazard: ภาวะภัยทางศีลธรรม (ความเสี่ยงจากการกระทำจงใจของผู้เอาประกัน เช่น เผาไล่ที่)

  • Physical Hazard: ภาวะภัยทางกายภาพ (เช่น บ้านไม้มีความเสี่ยงไฟไหม้สูงกว่าบ้านปูน)

  • Adverse Selection: การเลือกที่ปฏิปักษ์ (คนที่มีความเสี่ยงสูงมักจะมาทำประกันมากกว่าคนปกติ)

  • Loading: เบี้ยประกันเพิ่มพิเศษ (สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงกว่าเกณฑ์)

  • Declined Risk: ความเสี่ยงที่ถูกปฏิเสธ (ไม่รับทำประกัน)

 


 

สินไหมทดแทนและการจัดการเคลม (Claims & Indemnity)

ช่วงเวลาแห่งความจริง (Moment of Truth) คือตอนเกิดเหตุและมีการเรียกร้องสินไหม ศัพท์หมวดนี้มีความสำคัญทางกฎหมายสูง

  • Claim: การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน

  • Claimant: ผู้เรียกร้องสินไหม (อาจเป็นลูกค้า หรือคู่กรณี)

  • Loss Adjuster / Loss Assessor: ผู้สำรวจภัย / ผู้ประเมินวินาศภัย

  • Indemnity: หลักการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน (จ่ายตามความเสียหายจริง ไม่เกินทุนประกัน)

  • Subrogation: การรับช่วงสิทธิ์ (บริษัทจ่ายเงินให้ลูกค้าแล้ว ไปไล่เบี้ยเอากับคนผิดแทน)

  • Salvage: ซากทรัพย์ (ของที่เสียหายแล้วบริษัทประกันยึดมาขายทอดตลาด)

  • Total Loss: ความเสียหายสิ้นเชิง (ซ่อมไม่คุ้ม หรือหายสาบสูญ)

    • Actual Total Loss: เสียหายจริงทั้งหมด

    • Constructive Total Loss: เสียหายเสมือนสิ้นเชิง (ค่าซ่อมเกิน 70-80% ของทุน)

  • Partial Loss: ความเสียหายบางส่วน

  • Fraudulent Claim: การเคลมฉ้อฉล (เคลมเท็จ)

  • Discharge Form: หนังสือปลดเปลื้องความรับผิด (เซ็นเมื่อรับเงินแล้วจบเรื่อง)

  • Reimbursement: การสำรองจ่ายแล้วมาเบิกคืน

 


 

การประกันภัยต่อ (Reinsurance)

เมื่อความเสี่ยงสูงเกินกว่าบริษัทเดียวจะรับไหว ต้องมีการส่งต่อความเสี่ยง นี่คือศัพท์ระดับ B2B

  • Reinsurance: การประกันภัยต่อ

  • Reinsurer: ผู้รับประกันภัยต่อ

  • Cedant / Ceding Company: บริษัทต้นทางที่ส่งงานประกันภัยต่อ

  • Retention: ส่วนรับเสี่ยงไว้เอง (จำนวนเงินที่บริษัทต้นทางรับผิดชอบเองก่อนส่งต่อ)

  • Treaty Reinsurance: สัญญาประกันภัยต่อแบบมีสัญญาผูกพัน (ส่งล็อตใหญ่)

  • Facultative Reinsurance: การประกันภัยต่อแบบเฉพาะราย (ส่งทีละเคส)

  • Retrocession: การประกันภัยต่อช่วง (บริษัท Reinsurance ส่งต่อให้อีกบริษัท)

 


 

คำกริยาที่ใช้บ่อย (Useful Verbs in Insurance Context)

  • Bind: ผูกพัน (สัญญาเริ่มมีผล)

  • Compensate / Indemnify: ชดเชย / ชดใช้ค่าเสียหาย

  • Disclose: เปิดเผยข้อมูล (สำคัญมากในหลักการสุจริตใจ)

  • Incur: ก่อให้เกิด (เช่น Incurred expenses – ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น)

  • Lapse: ขาดอายุ

  • Mitigate: บรรเทา (เช่น Mitigate risk – บรรเทาความเสี่ยง)

  • Reject / Decline: ปฏิเสธ (ไม่รับประกัน หรือ ไม่จ่ายเคลม)

  • Renew: ต่ออายุ

  • Settle: ยุติ / ตกลงจ่าย (Settle a claim)

  • Solicit: ชักชวน / เสนอขายประกัน

  • Terminate / Cancel: ยกเลิกสัญญา

  • Void: โมฆะ (ไม่มีผลบังคับใช้แต่ต้น)

 


 

สำนวนและหลักการสำคัญ (Key Principles & Idioms)

  • Utmost Good Faith (Uberrimae Fidei): หลักสุจริตใจอย่างยิ่ง (ต้องเปิดเผยความจริงทั้งหมด)

  • Insurable Interest: ส่วนได้เสียที่เอาประกันภัยได้ (ต้องมีความสัมพันธ์กับทรัพย์สินหรือชีวิตนั้น)

  • Proximate Cause: สาเหตุใกล้ชิด (ต้นเหตุที่แท้จริงของความเสียหาย)

  • Contribution: หลักการร่วมชดใช้ (กรณีทำประกันหลายที่)

  • Act of God: ภัยธรรมชาติ / เหตุสุดวิสัย (มักเป็นข้อยกเว้นในบางกรมธรรม์)

 


 

บทสรุป: ภาษาอังกฤษคือ “กรมธรรม์” ประกันอนาคตการทำงาน

การเข้าใจ คำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจประกันภัย อย่างถ่องแท้ จะช่วยให้ท่านเปลี่ยนจาก “ผู้ขายประกัน” มาเป็น “ที่ปรึกษาด้านความเสี่ยง” ระดับมืออาชีพ ช่วยลดความผิดพลาดในการตีความกรมธรรม์ และเพิ่มความมั่นใจในการสื่อสารกับลูกค้าองค์กรหรือพาร์ทเนอร์ต่างชาติ

ไม่ว่าท่านจะเป็นตัวแทนประกันชีวิต เจ้าหน้าที่สินไหม หรือ Underwriter การลงทุนในทักษะภาษาอังกฤษคือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทน (ROI) คุ้มค่าที่สุด

หากองค์กรของท่านต้องการยกระดับทักษะภาษาอังกฤษให้กับทีมงานประกันภัย ทั้งการอ่านกรมธรรม์ (Reading Policy Wording) การเจรจาสินไหม (Claims Negotiation) และการเขียนอีเมลธุรกิจ (Business Writing)

B-Tools Training พร้อมให้บริการจัดอบรมหลักสูตร “English for Insurance Professionals” ที่ออกแบบเนื้อหาโดยเฉพาะเจาะจง สอนโดยวิทยากรที่มีประสบการณ์ตรงในวงการประกันภัย

👉 ดูรายละเอียดหลักสูตร: English for Insurance Professionals (ภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจประกันภัย)

หรือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการจัดอบรม In-house Training ได้ที่: ติดต่อ B-Tools Training

 

Last Updated on February 4, 2026

Picture of B Tools Training
B Tools Training

ที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ด้านการฝึกอบรมองค์กร เชื่อมโยงคน ผลงาน และเป้าหมายธุรกิจ เพื่อผลลัพธ์ที่วัดได้

Table of Contents

Team Building – หลักสูตรกิจกรรมสร้างทีมสัมพันธ์และพลังแห่งความร่วมมือ

สร้างพลังสามัคคีด้วยกิจกรรม Team Building ที่ออกแบบมาเพื่อ ละลายพฤติกรรม (Ice Breaking) ลดช่องว่างระหว่างวัย และเสริมสร้าง การทำงานเป็นทีม (Teamwork) เปลี่ยนความต่างให้เป็นพลังขับเคลื่อนองค์กร

อ่านต่อ »
แนะนำเมนูอาหารและไวน์ให้ลูกค้าต่างชาติด้วยทักษะ English for Food and Beverage

English Communication for Food & Beverage – หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ปรุงความสำเร็จด้วยการสื่อสารที่เหนือระดับ

ยกระดับทีมบริการด้วยหลักสูตร English for Food and Beverage (ภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม) เน้นเทคนิคแนะนำเมนู Upselling และดูแลลูกค้าชาวต่างชาติ

อ่านต่อ »

หลักสูตรการเขียนอีเมลภาษาอังกฤษอย่างมืออาชีพ (Professional English Email Writing)

อบรมการเขียนอีเมลภาษาอังกฤษอย่างมืออาชีพ (Professional English Email Writing) ยกระดับภาพลักษณ์องค์กร เรียนรู้โครงสร้าง ศัพท์ทางการ และมารยาทสากล

อ่านต่อ »
Scroll to Top