เคยสงสัยไหมครับ? ว่าทำไมหัวหน้าบางคนถึงเก่งกับลูกน้องกลุ่มหนึ่ง แต่กลับล้มเหลวไม่เป็นท่ากับลูกน้องอีกกลุ่มหนึ่ง? หรือทำไมวิธีการสั่งงานแบบเดิมๆ ที่เคยใช้ได้ผลกับพนักงาน A พอเอามาใช้กับพนักงาน B กลับกลายเป็นการสร้างความอึดอัดใจจนงานไม่เดิน?
คำตอบไม่ได้อยู่ที่ว่า “คุณเป็นหัวหน้าที่ไม่ดี” แต่อยู่ที่ว่า “คุณกำลังใช้กุญแจดอกเดียว ไขประตูทุกบาน” อยู่หรือเปล่า?
ในโลกการทำงานจริง ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว (One Size Does Not Fit All) ศาสตร์แห่งการบริหารคนที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในองค์กรชั้นนำทั่วโลกจึงไม่ใช่การยึดติดกับสไตล์ใดสไตล์หนึ่ง แต่คือ “ภาวะผู้นำตามสถานการณ์” (Situational Leadership)
บทความนี้ B-Tools Training จะพาคุณไปถอดรหัสโมเดลระดับโลกนี้ เพื่อให้คุณสามารถ “อ่านคน” ได้ขาด และ “ปรับสไตล์” การนำให้เข้ากับลูกน้องทั้ง 4 แบบ ได้อย่างมืออาชีพ
ภาวะผู้นำตามสถานการณ์ คืออะไร? (The Concept)
ภาวะผู้นำตามสถานการณ์ (Situational Leadership) เป็นทฤษฎีที่คิดค้นโดย Dr. Paul Hersey และ Ken Blanchard (ผู้เขียน The One Minute Manager) แนวคิดหลักนั้นเรียบง่ายแต่ทรงพลัง:
“ผู้นำที่ดีที่สุด ไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่คือคนที่ ยืดหยุ่น (Flexible) ที่สุด”
หลักการคือ ผู้นำต้องประเมิน “ความพร้อม” (Readiness) ของลูกน้องในแต่ละงาน แล้วปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองให้เหมาะสม โดยแบ่งพฤติกรรมออกเป็น 2 ด้านคือ:
-
-
พฤติกรรมมุ่งเน้นงาน (Directive Behavior): การสั่งการ บอกว่าต้องทำอะไร ทำอย่างไร (What, How, When)
-
พฤติกรรมมุ่งเน้นความสัมพันธ์ (Supportive Behavior): การรับฟัง ให้กำลังใจ และสนับสนุน (Listening, Encouraging)
-
“การเลือกใช้ภาวะผู้นำให้เหมาะกับสถานการณ์เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการบริหารทีม ท่านสามารถดูรายละเอียด [หลักสูตรพัฒนาภาวะผู้นำและ Soft Skills] อื่นๆ ของเรา เพื่อเสริมสร้างทักษะการบริหารจัดการให้รอบด้านยิ่งขึ้น”
อ่านคนให้ออกกับ “ระดับความพร้อม 4 ระดับ” (The 4 Levels of Readiness)
ก่อนจะเลือกวิธีบริหาร เราต้องวินิจฉัยก่อนว่าลูกน้องคนนี้ ในงานชิ้นนี้ อยู่ในสถานะใด โดยดูจาก 2 ตัวแปรคือ ความสามารถ (Competence) และ ความเต็มใจ (Commitment)
D1: The Enthusiastic Beginner (มือใหม่ไฟแรง)
-
Competence: ต่ำ (ยังทำไม่เป็น, ขาดประสบการณ์)
-
Commitment: สูง (ตื่นเต้น, อยากเรียนรู้, ไฟแรง)
-
ตัวอย่าง: เด็กจบใหม่ (First Jobber) หรือพนักงานที่เพิ่งย้ายแผนกมาเริ่มงานใหม่
D2: The Disillusioned Learner (คนเริ่มท้อ)
-
Competence: ปานกลาง (พอทำได้บ้าง แต่เจอปัญหา)
-
Commitment: ต่ำ (เริ่มหมดไฟ, รู้สึกงานยากกว่าที่คิด, ขาดความมั่นใจ)
-
ตัวอย่าง: พนักงานที่ทำงานมาสักพักแล้วเจออุปสรรค หรือโดนตำหนิจนเสียศูนย์
D3: The Capable but Cautious (คนเก่งแต่ไม่มั่นใจ/หมดไฟ)
-
Competence: สูง (ทำได้ เก่งงาน)
-
Commitment: ผันผวน (เบื่อหน่าย, ขาดแรงจูงใจ, หรือไม่มั่นใจในการตัดสินใจเอง)
-
ตัวอย่าง: Senior ที่ทำงานซ้ำๆ จนเบื่อ (Burnout) หรือผู้เชี่ยวชาญที่กลัวความเสี่ยง
D4: The Self-Reliant Achiever (มือโปรพึ่งพาได้)
-
Competence: สูง (เชี่ยวชาญ)
-
Commitment: สูง (มั่นใจ, รับผิดชอบสูง)
-
ตัวอย่าง: Top Performer ที่ปล่อยให้ทำงานเองได้เลย
“การปรับเปลี่ยนสไตล์การบริหารเป็นเพียงหนึ่งในคุณสมบัติของผู้นำยุคใหม่ ท่านสามารถค้นหาทักษะจำเป็นอื่นๆ สำหรับหัวหน้างานได้ที่ [รวมหลักสูตร Soft Skills และ Leadership] เพื่อสร้างทีมที่แข็งแกร่งอย่างยั่งยืน”
เลือก “วิธีบริหารคน” ให้ตรงจุด (The 4 Leadership Styles)
เมื่อรู้แล้วว่าลูกน้องเราเป็นแบบไหน (D1-D4) หน้าที่ของคุณคือหยิบ “หมวกผู้นำ” 4 ใบมาสวมให้ถูกต้องตามสถานการณ์ (S1-S4) ดังนี้:
S1: Directing (การสั่งการ) -> เหมาะกับ D1
ลูกน้อง D1 มีไฟแต่ไม่มีของ สิ่งที่เขาต้องการคือ “ความชัดเจน”
-
วิธีบริหาร: เน้นบอกว่าต้องทำอะไร (What) ทำอย่างไร (How) และกำหนด Deadline ชัดเจน ไม่ต้องเน้นสร้างความสัมพันธ์มากนัก เพราะเขามีไฟอยู่แล้ว
-
ข้อควรระวัง: อย่าเข้าใจผิดว่าคือการดุ แต่คือการสอนงานแบบใกล้ชิด (Close Supervision) เพื่อไม่ให้เขาหลงทาง
S2: Coaching (การชี้แนะ/โค้ช) -> เหมาะกับ D2
ลูกน้อง D2 เริ่มทำได้แต่ท้อแท้ สิ่งที่เขาต้องการคือ “ทิศทาง + กำลังใจ”
-
วิธีบริหาร: คุณยังต้องตัดสินใจและสั่งงานอยู่ (Directive) แต่ต้องเพิ่มการอธิบายเหตุผล (Why) รับฟังปัญหา และให้กำลังใจ (Supportive) เพื่อดึงเขากลับมาจากหลุมดำแห่งความท้อแท้
-
Keyword: “ขายไอเดีย” (Selling) ทำให้เขาซื้อความคิดเราและอยากทำต่อ
S3: Supporting (การสนับสนุน/มีส่วนร่วม) -> เหมาะกับ D3
ลูกน้อง D3 เก่งแล้วแต่ขาดใจ สิ่งที่เขาต้องการคือ “พื้นที่และการรับฟัง”
-
วิธีบริหาร: ลดคำสั่งลง (Low Directive) เพราะเขารู้วิธีทำแล้ว แต่เน้นการถาม ฟัง และให้เขาได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ช่วยขจัดอุปสรรคและความกังวลใจ เพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา
-
Keyword: “เป็นเพื่อนคู่คิด” (Facilitator)
S4: Delegating (การมอบหมายงาน) -> เหมาะกับ D4
ลูกน้อง D4 คือเทพในทีม สิ่งที่เขาต้องการคือ “ความไว้วางใจและอิสระ”
-
วิธีบริหาร: มอบหมายเป้าหมายใหญ่ (Big Picture) ให้อิสระในวิธีการทำ และถอยออกมาดูห่างๆ (Hands-off) คอยดูแค่ผลลัพธ์สุดท้าย
-
ข้อควรระวัง: อย่าไปจุกจิก (Micromanage) กับคนกลุ่มนี้เด็ดขาด เพราะเขาจะรำคาญและลาออกได้
ประโยชน์ของการใช้ ภาวะผู้นำตามสถานการณ์ ในองค์กร
การที่หัวหน้างานในองค์กรเข้าใจเรื่อง ภาวะผู้นำตามสถานการณ์ ไม่ใช่แค่เรื่องทฤษฎีสวยหรู แต่ส่งผลต่อ Business Outcome โดยตรง:
-
ลด Turnover Rate: พนักงานรู้สึกว่าหัวหน้า “เข้าใจ” และได้รับการดูแลที่ตรงจุด (เช่น คนเก่งได้รับอิสระ คนใหม่ได้รับการสอน)
-
เพิ่ม Productivity: เมื่อใช้วิธีนำที่ถูกต้อง พนักงานจะทำงานได้เต็มศักยภาพ ไม่เสียเวลางมเข็ม หรือเสียเวลาแก้ปัญหาความเข้าใจผิด
-
สร้าง Leadership Pipeline: การพัฒนาคนตามลำดับขั้น (จาก D1 ไป D4) คือการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ให้องค์กรในระยะยาว
นี่คือ “แบบทดสอบประเมินสไตล์ผู้นำเบื้องต้น” (Situational Leadership Quiz) ที่ออกแบบมาให้สนุก สั้นกระชับ
[Quiz] คุณเป็นผู้นำที่ “ยืดหยุ่น” หรือ “ยึดติด”?
คำชี้แจง: ลองจินตนาการว่าคุณเจอสถานการณ์ลูกน้อง 5 รูปแบบนี้ คุณจะเลือกรับมืออย่างไร? (เลือกคำตอบที่ตรงใจที่สุด แล้วไปดูเฉลยด้านล่าง)
ข้อที่ 1: เด็กจบใหม่ ไฟแรงเวอร์ (The Rookie) “น้องเอ” เพิ่งเข้าทีมมาวันแรก ตื่นเต้นอยากโชว์ฝีมือมาก แต่ยังไม่เคยใช้ระบบของบริษัทเลย คุณจะ…
-
A. ให้คู่มือไปอ่านเอง แล้วบอกว่า “ติดตรงไหนค่อยมาถามพี่” (เน้นอิสระ)
-
B. สอนงานอย่างละเอียด บอกขั้นตอน 1-2-3 และกำหนดส่งงานชัดเจน (เน้นสั่งการ)
ข้อที่ 2: คนขยันที่กำลัง “เป๋” (The Stumbler) “น้องบี” ทำงานนี้มา 2 เดือนแล้ว ช่วงแรกดูดี แต่ช่วงหลังเริ่มเจอปัญหายากๆ จนงานสะดุดและเริ่มบ่นท้อแท้ คุณจะ…
-
A. สั่งให้รีบแก้ปัญหาให้เสร็จตาม Deadline ไม่งั้นจะโดนตำหนิ
-
B. เรียกมาคุยเพื่อฟังปัญหา ให้กำลังใจ และช่วยแนะแนวทางแก้ปัญหาไปด้วยกัน
ข้อที่ 3: มือเก๋า…แต่เริ่ม “หมดไฟ” (The Reluctant Expert) “พี่ซี” ทำงานเก่งมาก รู้งานดี แต่ช่วงนี้ดูเงียบๆ ไม่ค่อยเสนอไอเดีย และไม่มั่นใจที่จะรับโปรเจกต์ใหม่ คุณจะ…
-
A. ปล่อยไป เดี๋ยวแกก็จัดการอารมณ์ตัวเองได้ แกโตๆ กันแล้ว
-
B. ชวนไปกินกาแฟ ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ และถามความเห็นแกเพื่อให้แกรู้สึกสำคัญ
ข้อที่ 4: ดาวรุ่งพึ่งพาได้ (The Superstar) “น้องดี” คือท็อปฟอร์มของทีม รับผิดชอบงานนี้มาเป็นปี ไม่เคยพลาด ไว้ใจได้ 100% คุณจะ…
-
A. มอบหมายเป้าหมายใหญ่ให้ แล้วปล่อยให้บริหารจัดการวิธีการเองเลย
-
B. ยังคงขอให้ส่งรายงานความคืบหน้าทุกเช้า เพื่อความชัวร์
ข้อที่ 5: วิกฤตไฟไหม้! (The Crisis) ทีมกำลังเจอปัญหาใหญ่ ลูกค้าโวยวาย ต้องแก้ไขภายใน 1 ชั่วโมง ทุกคนในทีมกำลังตื่นตระหนกทำอะไรไม่ถูก คุณจะ…
-
A. เรียกประชุมระดมสมอง ถามทุกคนว่า “เราควรทำไงดี?”
-
B. ออกคำสั่งชัดเจนทันทีว่า “ใครทำอะไร” เพื่อคุมสถานการณ์ให้จบก่อน
🗝️ เฉลยและวิเคราะห์คำตอบ (Answer Key)
ข้อ 1: ตอบ B (Directing – S1)
-
เด็กใหม่มีไฟ (D1) แต่ยังไม่มีทักษะ การปล่อยเกาะ (A) จะทำให้เขาหลงทาง สิ่งที่เขาต้องการคือ “คำสั่งที่ชัดเจน”
ข้อ 2: ตอบ B (Coaching – S2)
-
คนเริ่มท้อ (D2) ต้องการทั้ง “วิธีแก้” และ “ยาใจ” การสั่งอย่างเดียว (A) จะยิ่งทำให้เขาเตลิด คุณต้องสวมบทโค้ชพี่เลี้ยง
ข้อ 3: ตอบ B (Supporting – S3)
-
คนเก่งแต่หมดไฟ (D3) ไม่ต้องการคำสอน แต่ต้องการ “พื้นที่” และ “การรับฟัง” การปล่อยเบลอ (A) อาจทำให้เขาลาออกเงียบๆ (Quiet Quitting)
ข้อ 4: ตอบ A (Delegating – S4)
-
คนเก่ง (D4) ต้องการ “อิสระ” การไปจุกจิกขอรายงาน (B) คือการ Micromanagement ที่จะทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจ
ข้อ 5: ตอบ B (Crisis Management)
-
ในภาวะวิกฤต แม้ทีมจะเก่ง แต่ความตื่นตระหนกทำให้ระดับความพร้อมลดลง ผู้นำต้องกล้าตัดสินใจสั่งการ (S1) เพื่อดึงสติทีมกลับมา
สรุปคะแนน:
-
ตอบถูก 4-5 ข้อ: สุดยอด! คุณมีสัญชาตญาณ Situational Leadership ที่ดีเยี่ยม
-
ตอบถูก 0-3 ข้อ: ระวัง! คุณอาจกำลังใช้สไตล์เดิมๆ กับทุกคน ซึ่งอาจทำให้ทีมพังได้โดยไม่รู้ตัว
สรุป: ผู้นำที่ดีต้องเต้นรำไปกับจังหวะของทีม
ภาวะผู้นำตามสถานการณ์ เปรียบเสมือนการเต้นรำ จังหวะของเพลงเปลี่ยนไป (สถานการณ์เปลี่ยน) คู่เต้นเปลี่ยนไป (ลูกน้องเปลี่ยน) คุณก็ต้องเปลี่ยนสเต็ปเท้าตาม
ไม่มีลูกน้องคนไหนเป็น D1 หรือ D4 ตลอดไป คนเก่ง (D4) ในงานหนึ่ง อาจกลายเป็นมือใหม่ (D1) ในโปรเจกต์ใหม่ก็ได้ ความท้าทายของผู้นำยุคใหม่คือการ “ประเมิน-ปรับ-เปลี่ยน” อยู่ตลอดเวลา
“หากคุณต้องการพัฒนาทักษะการอ่านคน และฝึกฝนการใช้ Style การบริหารทั้ง 4 แบบผ่านการทำ Workshop เข้มข้น เราพร้อมให้บริการ [จัดฝึกอบรม Leadership แบบ In-House Training] ที่เน้นการทำ Workshop และยกตัวอย่างจากสถานการณ์จริงในที่ทำงานของท่าน”
เราจะช่วยติดตั้ง “ระบบนำทาง GPS” ให้ภาวะผู้นำของคุณ เพื่อให้คุณพา equipo ไปถึงเป้าหมายได้ ไม่ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม
“เปลี่ยนทฤษฎีสู่การปฏิบัติจริงด้วย [บริการจัดฝึกอบรมแบบ In-House Training] ที่เน้นกิจกรรม Role-play จำลองสถานการณ์การบริหารลูกน้อง 4 ประเภท เพื่อให้หัวหน้างานได้ฝึกฝนก่อนลงสนามจริง”
Last Updated on February 6, 2026


