รับมือพฤติกรรม Toxic ภายในองค์กร

วิธีรับมือกับสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของ Toxic ในองค์กร ควบคุมอารมณ์ของตัวเองก่อนอันดับแรก คอยรักษาระหว่างห่างจากบรรยากาศและคนที่ทำให้เกิดปัญหา Toxic

แจกเคล็ด(ไม่)ลับเพื่อรับมือพฤติกรรม
Toxic ภายในองค์กร

รู้หรือไม่ว่าสภาวะ Toxic ภายในองค์กรกับคนทำงานไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือใหญ่ มีโอกาสสัมผัสกับปัญหานี้ได้ทุกเวลา เพราะพนักงานภายในองค์กรมีความแตกต่างกัน ส่งผลให้การเกิดปัญหาต่าง ๆ มากมายสะสมจนก่อให้เกิดเป็นสภาวะ Toxic โดยปัญหานี้ยังทำให้ลดทอนประสิทธิภาพ และหากอยู่ในสภาวะนี้ไปนาน ๆ จะส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ จนมีผลต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว ดังนั้นวันนี้เราจะมาแจกเคล็ดลับดี ๆ ที่จะสามารถพาทุกคนผ่านบรรยากาศแบบนี้ไปได้มาฝากกัน

Toxic ภายในองค์กร จริงๆแล้วคืออะไรกันแน่

ก่อนจะลงลึกถึงเรื่องของเคล็ดลับ ตอนนี้ทำความรู้จักกับ Toxic ภายในองค์กรกันก่อน สำหรับคำนี้คือสังคมหรือสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นพิษ จนทำให้ทุกคนในองค์กรรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยต่อการทำงานระยะยาว เพราะมีบรรยากาศที่พร้อมจะกัดกร่อนสภาพจิตใจได้ทุกเมื่อ จนทำให้คุณภาพของการทำงานลดน้อยถอยลงตามไปด้วย โดยจะมีสัญญาณหลัก ๆ คือ พนักงานจะลาออกบ่อยผิดปกติ, การสื่อสารในองค์กรไร้ประสิทธิภาพ (Poor Communication), พนักงานไม่มีความจริงใจต่อกัน (นินทาซึ่งกันและกันตลอดเวลา), มีการกลั่นแกล้ง (Bullying) ในแบบต่าง ๆ , มีการคุกคามทางเพศ (Sexual Harassment), หัวหน้างานไม่มีภาวะผู้นำ รวมถึงองค์กรมองเห็นค่าพนักงานแค่เครื่องจักรทำเงินเท่านั้น เป็นต้น

วิธีรับมือกับสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของ Toxic ในองค์กร

ส่วนวิธีการรับมือกับสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายไม่ค่อยดีภายในองค์กรของเรา จะเป็นวิธีง่าย ๆ โดยสามารถนำไปใช้ได้ทุกครั้งที่เกิดปัญหานี้ขึ้นมา แต่จะมีเคล็ดลับอะไรกันบ้างต้องมาไปดูกันเลย

ควบคุมอารมณ์ของตัวเองก่อนอันดับแรก

เมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องเจอกับสภาวะของการ Toxic และคงแก้ไขคนอื่นไม่ได้ เราจะต้องมาดูตัวเองก่อนอันดับแรก โดยจะต้องระงับอารมณ์ตัวเองให้นิ่ง มีสติ สมาธิตลอดเวลา เพื่อไม่ให้กระทบต่องานที่ได้รับมอบหมาย ด้วยการหายใจเข้า-ออกช้า ๆ แล้วค่อย ๆ ผ่อนคลายอารมณ์ต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามา

คอยรักษาระหว่างห่างจากบรรยากาศและคนที่ทำให้เกิดปัญหา Toxic

อีกหนึ่งวิธีง่าย ๆ คือการรักษาระยะห่างจากบรรยากาศหรือบุคคลที่จะทำให้เกิดปัญหา Toxic มากที่สุดคือ เพราะหากยังฝืนสู้ต่อไปอาจจะเกิดปัญหาลุกลามใหญ่โต และอาจจะต้องบอกลาองค์กรไปแบบไม่ทันตั้งตัวได้เหมือนกัน

เปิดใจพูดคุยกันเพื่อให้เห็นถึงปัญหา

การเปิดใจคุยกับทุกคนภายในองค์กรถึงเรื่องปรับบรรยากาศเป็นสิ่งที่ควรทำ โดยองค์กรควรจะมีพื้นที่สำหรับเปิดให้พนักงานได้เปิดใจถึงปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อปรับความเข้าใจและช่วยกันปรับบรรยากาศภายในองค์กรให้ดีขึ้น

ลาออกเพื่อหาบรรยากาศที่ใช่เพื่อทำงานที่ชอบมากกว่า

หากลองแล้วทุกวิธีแต่กลับไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดี แนะนำว่าควรตัดสินใจวางแผนลาออก เพื่อเริ่มต้นใหม่กับองค์กรที่ดีกว่า และทำงานที่ชอบแบบสบายใจมากกว่า เนื่องจากว่าการฝืนทำงานภายในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอาย Toxic มีแต่ได้ไม่คุ้มเสีย

 

สิ่งสำคัญเมื่อเจอบรรยากาศ Toxic คือต้องดูแลสภาพจิตใจให้ได้เช่นกัน

ทั้งนี้ไม่ว่าใครที่สามารถจัดการกับอารมณ์ตัวเองหลังจากเจอกับบรรยากาศ Toxic ภายในองค์กร และพยายามหาวิธีแก้ไขให้ดีขึ้นมากแค่ไหน แต่ต้องไม่ลืมว่าจะต้องดูแลสภาพจิตใจไปพร้อม ๆ กัน เพราะสุขภาพจิตใจไม่แข็งแรงจะส่งผลกระทบต่อสภาพร่างกายไปด้วย จนทำให้เกิดโรคเครียดและโรคอื่น ๆ ตามมาได้อย่างเช่น โรคหัวใจ โรคความดัน รวมถึงโรคมะเร็ง เป็นต้น

Last Updated on March 4, 2026

Picture of Siraprapa
Siraprapa

ที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ด้านการฝึกอบรมองค์กร เชื่อมโยงคน ผลงาน และเป้าหมายธุรกิจ เพื่อผลลัพธ์ที่วัดได้

Table of Contents

หลักสูตรบริหารความขัดแย้ง (Conflict Management): จัดการความเห็นต่างอย่างสร้างสรรค์

เปลี่ยนวิกฤตความขัดแย้งให้เป็นโอกาสด้วยหลักสูตร Conflict Management เรียนรู้เทคนิคการใช้ EQ ควบคุมอารมณ์ เข้าใจสไตล์การรับมือปัญหา และศิลปะการเจรจาไกล่เกลี่ย เพื่อสร้างความเข้าใจและลดปัญหาดราม่าในองค์กร

อ่านต่อ »

Systematic Thinking – หลักสูตรการคิดเชิงระบบ วิเคราะห์ปัญหาเพื่อวางแผนการทำงาน

  ท่ามกลางภูมิทัศน์ทางธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความผันผวนขั้นสุดและถูกแทรกแซงด้วยเทคโนโลยีใหม่ทุกวินาที ปัญหาที่องค์กรต้องเผชิญในยุคปัจจุบันไม่มีความตรงไปตรงมาอีกต่อไป การแก้ปัญหาแบบเส้นตรงที่มองเพียงเหตุและผลระยะสั้นมักนำไปสู่การสร้างปัญหาใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมในจุดอื่นขององค์กร ในปี 2026 แม้เราจะมีปัญญาประดิษฐ์ที่ช่วยประมวลผลข้อมูลได้มหาศาล แต่เครื่องมือเหล่านั้นจะไร้ความหมายหากบุคลากรในองค์กรขาดความสามารถในการตั้งคำถามเชิงโครงสร้าง และมองไม่เห็นความเชื่อมโยงของภาพรวม หลักสูตรการคิดเชิงระบบ (Systematic Thinking) ไม่ใช่เพียงการสอนเครื่องมือแก้ปัญหาทั่วไป แต่เป็นการรื้อถอนและวางระบบปฏิบัติการทางความคิดใหม่ทั้งหมด เรามุ่งเน้นการหล่อหลอมผู้นำและทีมงานให้มีสายตาที่มองทะลุอาการของปัญหาที่แสดงออกเพียงผิวเผิน ลงลึกไปถึงโครงสร้างและรากฐานทางความคิดที่ซ่อนอยู่ เปลี่ยนองค์กรที่คุ้นชินกับการตามแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบไฟไหม้ฟาง ให้กลายเป็นองค์กรที่ทำงานอย่างประสานสอดคล้อง มองเห็นจุดคานงัดที่ใช้แรงเพียงน้อยนิดแต่สร้างผลกระทบเชิงบวกได้อย่างมหาศาล เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดและสร้างนวัตกรรมที่เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

อ่านต่อ »
Scroll to Top