คำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับโลจิสติกส์ ฉบับคนทำงาน: ขนส่ง ชิปปิ้ง และคลังสินค้า

คำศัพท์กว่า 100 คำ ครอบคลุมงานนำเข้าส่งออก (Import/Export) ศัพท์เรือ (Shipping) คลังสินค้า (Warehouse) และตัวย่อสำคัญที่คนทำงานต้องรู้ (Logistics Vocabulary)
คำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับโลจิสติกส์

 

ในโลกของธุรกิจระหว่างประเทศ (International Trade) ภาษาอังกฤษเปรียบเสมือน “สกุลเงินกลาง” ที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ไม่ว่าคุณจะทำงานในบริษัท Freight Forwarder, สายเรือ, คลังสินค้า หรือฝ่ายจัดซื้อต่างประเทศ ความแม่นยำในการใช้ คำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับโลจิสติกส์ คือสิ่งที่ชี้วัดความเป็นมืออาชีพ

ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในการตีความคำศัพท์ เช่น สับสนระหว่าง “Shipper” (ผู้ส่งสินค้า) กับ “Carrier” (ผู้ขนส่ง) หรือเข้าใจผิดเรื่อง “ETA” (เวลาที่เรือจะมาถึง) อาจนำไปสู่ค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มมหาศาล ทั้งค่าปรับ ค่าเสียโอกาส และความเสียหายต่อความสัมพันธ์ทางธุรกิจ

B-Tools Training (บีทูลส์ เทรนนิ่ง) ได้รวบรวมคำศัพท์ที่จำเป็นและพบบ่อยที่สุดในสายงานโลจิสติกส์และซัพพลายเชน โดยแบ่งหมวดหมู่ตามลักษณะงาน เพื่อให้คุณสามารถนำไปใช้อ้างอิงและพัฒนาทีมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 


 

ผู้เล่นหลักและบทบาทหน้าที่ (Key Players & Roles)

ก่อนจะเข้าใจกระบวนการ ต้องรู้จักก่อนว่า “ใครเป็นใคร” ในวงจรโลจิสติกส์

คำศัพท์ (Vocabulary) ความหมาย (Meaning) คำอธิบายเพิ่มเติม
Shipper / Consignor ผู้ส่งสินค้า ต้นทางของสินค้า (มักเป็นผู้ขาย)
Consignee ผู้รับสินค้า ปลายทางของสินค้า (มักเป็นผู้ซื้อ)
Carrier ผู้ขนส่ง เจ้าของพาหนะ (สายเรือ, สายการบิน, รถบรรทุก)
Freight Forwarder ตัวแทนรับจัดการขนส่ง ตัวกลางที่ประสานงานระหว่าง Shipper และ Carrier
Customs Broker ตัวแทนออกของ ผู้เชี่ยวชาญด้านพิธีการศุลกากร
Agent ตัวแทน ผู้ดำเนินการแทนในต่างประเทศ
Supplier / Vendor ผู้จัดจำหน่าย ผู้ขายสินค้าหรือวัตถุดิบ
Manufacturer ผู้ผลิต โรงงานผู้ผลิตสินค้า
Distributor ผู้กระจายสินค้า ผู้ที่รับสินค้าไปขายต่อในพื้นที่ต่างๆ
3PL (Third Party Logistics) ผู้ให้บริการโลจิสติกส์บุคคลที่ 3 บริษัทที่รับจ้างบริหารจัดการขนส่งและคลังสินค้าแทน

 


 

เอกสารการนำเข้า-ส่งออก (Import & Export Documents)

เอกสารคือหัวใจสำคัญ หากเอกสารผิด สินค้าอาจติดอยู่ที่ท่าเรือและไม่สามารถนำออกมาได้

  • Bill of Lading (B/L): ใบตราส่งสินค้าทางทะเล (เอกสารสำคัญที่สุดในการแสดงกรรมสิทธิ์สินค้า)

  • Air Waybill (AWB): ใบตราส่งสินค้าทางอากาศ

  • Commercial Invoice: ใบกำกับราคาสินค้า (ใช้สำหรับศุลกากรและการชำระเงิน)

  • Packing List: ใบรายการบรรจุหีบห่อ (บอกรายละเอียด น้ำหนัก ขนาด จำนวนกล่อง)

  • Certificate of Origin (C/O): ใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (ใช้ขอลดหย่อนภาษีนำเข้า)

  • Proforma Invoice: ใบเรียกเก็บเงินล่วงหน้า (ใช้เพื่อประเมินราคาหรือเปิด L/C)

  • Letter of Credit (L/C): ตราสารเครดิต (วิธีการชำระเงินผ่านธนาคาร)

  • Delivery Order (D/O): ใบปล่อยสินค้า (นำไปแลกรับของที่ท่าเรือ)

  • Manifest: บัญชีสินค้าสำหรับเรือหรือเครื่องบิน

  • Insurance Certificate: ใบกรมธรรม์ประกันภัย

 


 

การขนส่งทางเรือและตู้คอนเทนเนอร์ (Sea Freight & Containers)

การขนส่งทางเรือเป็นช่องทางหลักของโลก ศัพท์ในหมวดนี้เกี่ยวข้องกับพื้นที่ระวางและตู้สินค้า

  • FCL (Full Container Load): การขนส่งแบบเต็มตู้ (เหมาตู้)

  • LCL (Less than Container Load): การขนส่งแบบไม่เต็มตู้ (แชร์พื้นที่กับเจ้าอื่น)

  • TEU (Twenty-foot Equivalent Unit): หน่วยนับตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต

  • FEU (Forty-foot Equivalent Unit): หน่วยนับตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต

  • Vessel / Feeder: เรือแม่ / เรือลูก (เรือขนส่งสินค้า)

  • Port of Loading (POL): ท่าเรือต้นทาง

  • Port of Discharge (POD): ท่าเรือปลายทาง

  • Transit Time: ระยะเวลาในการขนส่ง

  • Transshipment: การถ่ายลำเรือ (เปลี่ยนเรือระหว่างทาง)

  • Cut-off Date / Closing Date: วันคืนตู้ / วันปิดรับตู้

  • Seal Number: เบอร์ซีล (หมายเลขผนึกตู้ป้องกันการเปิด)

 


 

คำย่อเรื่องเวลาและกำหนดการ (Time & Schedule Abbreviations)

คำย่อเหล่านี้มักปรากฏในอีเมลและการแจ้งเตือนสถานะสินค้า

  • ETD (Estimated Time of Departure): กำหนดวันเรือ/เครื่องบิน ออกจากต้นทาง

  • ETA (Estimated Time of Arrival): กำหนดวันเรือ/เครื่องบิน ถึงปลายทาง

  • ATA (Actual Time of Arrival): เวลาที่ถึงจริง

  • ATD (Actual Time of Departure): เวลาที่ออกจริง

  • Lead Time: ระยะเวลารอคอยสินค้า (รวมกระบวนการผลิต+ขนส่ง)

  • Just In Time (JIT): การส่งมอบแบบทันเวลาพอดี (เพื่อลดสต็อก)

 


 

ค่าใช้จ่ายและภาษี (Costs, Charges & Taxes)

เรื่องเงินทองต้องคุยให้เคลียร์ เพื่อป้องกันปัญหางบบานปลาย

  • Freight Charge: ค่าระวางสินค้า (ค่าขนส่ง)

  • Surcharge: ค่าธรรมเนียมส่วนเพิ่ม (เช่น ค่าน้ำมัน, ค่าความเสี่ยงภัยสงคราม)

  • Customs Duty: ภาษีศุลกากร (อากรขาเข้า)

  • VAT (Value Added Tax): ภาษีมูลค่าเพิ่ม

  • Demurrage Charge: ค่าเสียเวลาตู้ (เกิดเมื่อตู้ค้างอยู่ในท่าเรือเกินกำหนด)

  • Detention Charge: ค่าคืนตู้ช้า (เกิดเมื่อลากตู้ไปโรงงานแล้วนำมาคืนช้ากว่ากำหนด)

  • Storage Charge: ค่าฝากตู้/ค่าโกดัง

  • Terminal Handling Charge (THC): ค่าภาระหน้าท่า

  • Handling Fee: ค่าธรรมเนียมการจัดการ (ของ Forwarder)

 


 

คลังสินค้าและการจัดการสินค้า (Warehouse & Inventory)

สำหรับผู้ที่ทำงานดูแลสต็อกและการกระจายสินค้า ศัพท์หมวดนี้จำเป็นต้องใช้ทุกวัน

  • Inventory: สินค้าคงคลัง

  • Stock Keeping Unit (SKU): รหัสสินค้า

  • Pallet: พาเลท (แท่นรองสินค้า)

  • Forklift: รถยกโฟล์คลิฟท์

  • Picking: การหยิบสินค้าตามออเดอร์

  • Packing: การบรรจุหีบห่อ

  • Loading / Unloading: การขึ้นของ / การลงของ

  • Distribution Center (DC): ศูนย์กระจายสินค้า

  • FIFO (First-In, First-Out): เข้าก่อน ออกก่อน

  • LIFO (Last-In, First-Out): เข้าทีหลัง ออกก่อน

  • Dead Stock: สินค้าที่ขายไม่ออก/ค้างสต็อกนาน

  • Safety Stock: สินค้าคงคลังสำรอง (เผื่อฉุกเฉิน)

  • Replenishment: การเติมสินค้า

 


 

Incoterms 2020 (International Commercial Terms)

เงื่อนไขการส่งมอบสินค้าสากลที่กำหนด “ความรับผิดชอบ” และ “ค่าใช้จ่าย” ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย

  • EXW (Ex Works): ผู้ขายส่งของหน้าโรงงาน (ผู้ซื้อรับผิดชอบค่าขนส่งทั้งหมด)

  • FOB (Free On Board): ผู้ขายรับผิดชอบจนสินค้าข้ามกราบเรือที่ต้นทาง

  • CIF (Cost, Insurance and Freight): ผู้ขายจ่ายค่าของ + ประกัน + ค่าเรือ จนถึงท่าเรือปลายทาง

  • DDP (Delivered Duty Paid): ผู้ขายรับผิดชอบทุกอย่างจนถึงมือผู้ซื้อ (รวมภาษีนำเข้า)

  • DAP (Delivered at Place): ผู้ขายส่งถึงที่ระบุ (แต่ผู้ซื้อจ่ายภาษีเอง)

(ศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ Incoterms 2020 ได้ที่ ICC: Incoterms 2020)

 


 

บทสรุป: รู้ศัพท์แล้ว ต้องใช้ให้เป็น

การท่องจำ ศัพท์ภาษาอังกฤษโลจิสติกส์ ได้ครบ 100 คำ คือก้าวแรกที่สำคัญ แต่ในโลกการทำงานจริง “ความท้าทาย” ไม่ได้อยู่ที่การรู้คำศัพท์ แต่อยู่ที่ “ทักษะการสื่อสาร” (Communication Skills)

  • คุณจะเขียนอีเมลต่อรองค่า Freight อย่างไรให้ดูสุภาพแต่ได้ผล?

  • คุณจะอธิบายเรื่อง Shipment Delay ให้ลูกค้าเข้าใจและไม่โกรธได้อย่างไร?

  • คุณจะคุยกับ Agent ต่างประเทศอย่างไรให้งานเดินรวดเร็ว?

หากคุณหรือทีมงานต้องการก้าวข้ามจากการ “รู้ศัพท์” ไปสู่การ “สื่อสารแบบมืออาชีพ” ในสายงานโลจิสติกส์

B-Tools Training ขอแนะนำหลักสูตร “English Communication Skills for Logistics” ที่ออกแบบมาเพื่อคนทำงานสาย Import/Export, Shipping และ Supply Chain โดยเฉพาะ สอนโดยวิทยากรที่มีประสบการณ์จริง เนื้อหากระชับ เน้นนำไปใช้แก้ปัญหาหน้างานได้ทันที

👉 ดูรายละเอียดหลักสูตร: English Communication Skills for Logistics

หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการจัดอบรมภายในองค์กร (In-house Training) ได้ที่ ติดต่อเรา B-Tools Training

 

Table of Contents

บรรยากาศการฝึกการเจรจาต่อรองด้วยทักษะ Negotiation Skills

Negotiation & Influencing Skills – หลักสูตรทักษะการเจรจาต่อรองและการโน้มน้าวใจ เพื่อชัยชนะแบบ Win-Win

หลักสูตร Negotiation & Influencing Skills เน้น อบรมการเจรจาต่อรอง และศิลปะโน้มน้าวใจ เรียนรู้กลยุทธ์ Win-Win และจิตวิทยาปิดดีลเพื่อความสำเร็จทางธุรกิจ

อ่านต่อ »
การโค้ชชิ่งภาษาอังกฤษตัวต่อตัว (English for Executives) สำหรับผู้นำองค์กร

English for Executives – หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับผู้บริหาร สู่ความเป็นเลิศระดับสากล (Global Leadership)

ยกระดับศักยภาพผู้นำด้วยหลักสูตร English for Executives (ภาษาอังกฤษสำหรับผู้บริหาร) เน้นเจรจาธุรกิจ นำเสนอวิสัยทัศน์ และภาวะผู้นำระดับสากล

อ่านต่อ »
ผู้เรียนในหลักสูตร Train the Trainer กำลังฝึกปฏิบัติการสอน (Micro-Teaching)

Train the Trainer – หลักสูตรปั้นวิทยากรมืออาชีพและการออกแบบการสอน

พัฒนาทักษะการถ่ายทอดด้วยหลักสูตร Train the Trainer เปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญให้เป็นวิทยากรมืออาชีพ เรียนรู้เทคนิคการสอน จิตวิทยาการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ และการออกแบบหลักสูตรให้น่าสนใจ

อ่านต่อ »