รวมคำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับนักบัญชีและการเงินครบทุกหมวด: จากงบการเงินถึงภาษี

คลังคำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับนักบัญชีและการเงิน (Finance & Accounting Vocabulary) ครอบคลุมงบดุล งบกำไรขาดทุน ภาษี และการตรวจสอบบัญชี พร้อมคำแปลและบริบทการใช้งาน

 

คำศัพท์การเงินและบัญชีภาษาอังกฤษในบทความนี้สรุปเป็น 5 หมวดหลัก ได้แก่ งบแสดงฐานะการเงิน (Balance Sheet), งบกำไรขาดทุน (Income Statement), กระแสเงินสด (Cash Flow), ภาษี (Tax) และการปิดงบ (Closing) พร้อมหมวดเสริมเรื่องการตรวจสอบบัญชี คำย่อ ชื่อแผนก และตำแหน่งงาน เพื่อช่วยเลือกใช้คำให้ตรงกับบริบทการทำงาน

ในโลกธุรกิจ “ภาษาบัญชี” คือภาษาที่เป็นสากลที่สุด แต่เมื่อต้องสื่อสารข้อมูลเหล่านั้นเป็น “ภาษาอังกฤษ” บุคลากรหลายคนกลับรู้สึกติดขัด ไม่ว่าจะเป็นการปิดงบประจำเดือน การชี้แจงตัวเลขกับผู้ตรวจสอบบัญชี (Auditor) หรือการนำเสนอสถานะทางการเงินต่อผู้บริหารชาวต่างชาติ

การเลือกใช้คำศัพท์ที่ผิดพลาดในงานบัญชีและการเงิน อาจหมายถึงความคลาดเคลื่อนในการตีความข้อมูลมูลค่ามหาศาล B-Tools Training (บีทูลส์ เทรนนิ่ง) จึงได้รวบรวม คำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับนักบัญชี และฝ่ายการเงิน ที่ครอบคลุมทุกมิติการทำงาน แบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาและทำความเข้าใจ

 


 

งบแสดงฐานะการเงิน (Statement of Financial Position / Balance Sheet)

คำศัพท์การเงินและบัญชีภาษาอังกฤษ (Finance & Accounting Vocabulary) แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มโครงสร้างหลัก ได้แก่ งบแสดงฐานะการเงิน (Balance Sheet), งบกำไรขาดทุน (Income Statement), งบกระแสเงินสด (Cash Flow), ภาษีและระเบียบข้อบังคับ (Tax & Compliance), และการปิดงบการเงิน (Financial Closing) ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการรายงานผลและการประสานงานข้ามชาติตามมาตรฐาน IFRS

งบดุลคือรากฐานของข้อมูลทางบัญชี คำศัพท์ในหมวดนี้เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ ซึ่งเป็นคำศัพท์ที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง

สินทรัพย์ (Assets)

  • Current Assets: สินทรัพย์หมุนเวียน (สินทรัพย์ที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ภายใน 1 ปี)

  • Non-Current Assets / Fixed Assets: สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน / สินทรัพย์ถาวร

  • Accounts Receivable (AR): ลูกหนี้การค้า

  • Inventory: สินค้าคงคลัง

  • Accumulated Depreciation: ค่าเสื่อมราคาสะสม

  • Intangible Assets: สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (เช่น ลิขสิทธิ์, สิทธิบัตร)

  • Petty Cash: เงินสดย่อย

หนี้สิน (Liabilities)

  • Current Liabilities: หนี้สินหมุนเวียน (หนี้ที่ต้องชำระภายใน 1 ปี)

  • Accounts Payable (AP): เจ้าหนี้การค้า

  • Accrued Expenses: ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย (ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้วแต่ยังไม่ได้จ่ายเงิน)

  • Overdraft: เงินเบิกเกินบัญชีธนาคาร

  • Long-term Loan: เงินกู้ยืมระยะยาว

ส่วนของผู้ถือหุ้น (Shareholders’ Equity)

  • Share Capital: ทุนเรือนหุ้น

  • Retained Earnings: กำไรสะสม

  • Dividend: เงินปันผล

 


 

งบกำไรขาดทุน (Income Statement / Profit and Loss Statement)

นี่คือหมวดที่ผู้บริหารให้ความสนใจมากที่สุด เพราะบ่งบอกถึงผลการดำเนินงาน คำศัพท์กลุ่มนี้มักใช้ในการวิเคราะห์และนำเสนอ

  • Revenue / Turnover: รายได้ / ยอดขายรวม

  • Cost of Goods Sold (COGS): ต้นทุนขาย (ต้นทุนทางตรงในการผลิตสินค้าหรือบริการ)

  • Gross Profit: กำไรขั้นต้น (Revenue – COGS)

  • Operating Expenses (OPEX): ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (เช่น ค่าเช่า, เงินเดือน, ค่าไฟ)

  • EBITDA: กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (Earnings Before Interest, Taxes, Depreciation, and Amortization)

  • Depreciation: ค่าเสื่อมราคา (การตัดมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตน)

  • Amortization: ค่าตัดจำหน่าย (การตัดมูลค่าสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน)

  • Net Income / Net Profit: กำไรสุทธิ (บรรทัดสุดท้าย หรือ Bottom Line)

  • Overhead Cost: ค่าใช้จ่ายโสหุ้ย (ค่าใช้จ่ายแฝงที่ไม่เกี่ยวกับต้นทุนผลิตโดยตรง)

 


 

กระแสเงินสดและการธนาคาร (Cash Flow & Banking)

งานการเงิน (Finance) จะเน้นหนักที่หมวดนี้ เพื่อบริหารสภาพคล่องของบริษัท

  • Cash Flow: กระแสเงินสด

    • Operating Cash Flow: กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน

    • Investing Cash Flow: กระแสเงินสดจากการลงทุน

    • Financing Cash Flow: กระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน

  • Liquidity: สภาพคล่อง (ความสามารถในการเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินสด)

  • Reconciliation: การกระทบยอด (เช่น Bank Reconciliation – การกระทบยอดเงินฝากธนาคาร)

  • Remittance: การโอนเงิน (มักใช้กับการโอนเงินระหว่างประเทศ)

  • Transaction: ธุรกรรมทางการเงิน

  • Credit Term: ระยะเวลาการให้สินเชื่อ (เครดิตเทอม)

  • Interest Rate: อัตราดอกเบี้ย

รายรับ–รายจ่าย ภาษาอังกฤษ ใช้คำว่าอะไร?

รายรับ–รายจ่าย ภาษาอังกฤษควรเลือกคำตามบริบท หากหมายถึงรายได้และค่าใช้จ่าย ใช้ Income and Expenses แต่ถ้าหมายถึงเงินที่รับเข้าและจ่ายออกจริง ใช้ Cash Receipts and Cash Payments เพื่อแยกการเคลื่อนไหวของเงินออกจากผลการดำเนินงานทางบัญชี

ความหมายที่ต้องการสื่อ คำภาษาอังกฤษ บริบทการใช้
รายได้และค่าใช้จ่าย Income and Expenses อธิบายรายได้และค่าใช้จ่ายของกิจการ
เงินรับและเงินจ่ายจริง Cash Receipts and Cash Payments อธิบายเงินที่รับเข้าและจ่ายออก รวมการรับ–จ่ายผ่านบัญชีธนาคาร
สมุดบันทึกเงินรับ–เงินจ่าย Cash Book บันทึกการเคลื่อนไหวของเงินสดและบัญชีธนาคาร
ตัวอย่างประโยค:

“Please record today’s cash receipts and cash payments in the cash book.”
แปล: กรุณาบันทึกเงินรับและเงินจ่ายของวันนี้ลงในสมุดเงินสด

การเลือกคำให้ตรงกับสิ่งที่บันทึกช่วยลดความสับสน เพราะรายได้หรือค่าใช้จ่ายอาจเกิดขึ้นคนละเวลากับการรับหรือจ่ายเงินจริง


 

ภาษีและกฎระเบียบ (Taxation & Regulations)

เรื่องภาษีเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีความเฉพาะตัวในแต่ละประเทศ การรู้ศัพท์ภาษาอังกฤษจะช่วยให้อธิบายกฎหมายไทยให้ชาวต่างชาติเข้าใจได้

  • Value Added Tax (VAT): ภาษีมูลค่าเพิ่ม

    • Input VAT: ภาษีซื้อ

    • Output VAT: ภาษีขาย

  • Withholding Tax (WHT): ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

  • Corporate Income Tax (CIT): ภาษีเงินได้นิติบุคคล

  • Tax Invoice: ใบกำกับภาษี

  • Tax Deductible: สามารถลดหย่อนภาษีได้

    • Example: “Donations to this charity are tax-deductible.” (การบริจาคให้การกุศลนี้สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้)

  • Tax Return / Tax Filing: การยื่นแบบแสดงรายการภาษี

  • Revenue Department: กรมสรรพากร

  • Penalty / Surcharge: เบี้ยปรับ / เงินเพิ่ม (กรณีจ่ายภาษีล่าช้า)

 


 

การตรวจสอบและควบคุมภายใน (Audit & Internal Control)

คำศัพท์ที่ต้องใช้เมื่อสื่อสารกับผู้ตรวจสอบบัญชี (Auditor) หรือเมื่อต้องวางระบบงาน

  • Audit: การตรวจสอบบัญชี

  • Auditor: ผู้ตรวจสอบบัญชี

    • External Auditor: ผู้ตรวจสอบภายนอก

    • Internal Auditor: ผู้ตรวจสอบภายใน

  • Compliance: การปฏิบัติตามกฎระเบียบ

  • Discrepancy: ความคลาดเคลื่อน / ข้อมูลไม่ตรงกัน

  • Fraud: การทุจริต

  • Materiality: สาระสำคัญ (ในทางบัญชีหมายถึงข้อมูลที่มีผลต่อการตัดสินใจ)

  • Variance: ผลต่าง (เช่น ผลต่างระหว่างงบประมาณกับรายจ่ายจริง)

  • Fiscal Year: ปีงบประมาณ (รอบระยะเวลาบัญชี)

 


 

คำกริยาที่ใช้บ่อยในงานบัญชี (Action Verbs)

การรู้คำศัพท์ (Noun) อย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องรู้คำกริยา (Verb) เพื่อใช้แต่งประโยคในการทำงานด้วย

คำกริยา (Verb) ความหมาย ตัวอย่างการใช้ (Example)
Accrue ตั้งค้างจ่าย / สะสม We need to accrue the electricity expense for this month.
Allocate จัดสรร / ปันส่วน How should we allocate the marketing budget?
Authorize อนุมัติ (อำนาจ) Please authorize this payment.
Calculate คำนวณ I will calculate the depreciation.
Consolidate รวมงบ We are consolidating the financial statements of all branches.
Forecast พยากรณ์ / คาดการณ์ Based on Q1, we forecast a 10% growth.
Reimburse ชดเชย / จ่ายคืน The company will reimburse your travel expenses.
Verify ตรวจสอบความถูกต้อง Please verify the invoice amount before paying.
Write off ตัดจำหน่าย (หนี้สูญ) We decided to write off the bad debt.

 


 

คำย่อที่นักบัญชีต้องรู้ (Common Acronyms)

  • GAAP (Generally Accepted Accounting Principles): หลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป

  • IFRS (International Financial Reporting Standards): มาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ

  • P&L (Profit and Loss): งบกำไรขาดทุน

  • ROI (Return on Investment): ผลตอบแทนจากการลงทุน

  • YTD (Year-to-Date): ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน

  • MoM (Month-on-Month): เทียบเดือนต่อเดือน

  • YoY (Year-on-Year): เทียบปีต่อปี

  • Capex (Capital Expenditure): รายจ่ายเพื่อการลงทุน (สินทรัพย์ถาวร)

  • Opex (Operating Expenditure): รายจ่ายในการดำเนินงาน

 


 

บัญชีต้นทุนและการบริหาร (Cost & Management Accounting)

สำหรับธุรกิจผลิต (Manufacturing) หรือธุรกิจที่เน้นการวิเคราะห์ภายใน ศัพท์หมวดนี้จำเป็นมากในการคำนวณกำไรและตั้งราคา

  • Fixed Cost: ต้นทุนคงที่ (จ่ายเท่าเดิมไม่ว่าจะผลิตกี่ชิ้น เช่น ค่าเช่าโรงงาน)

  • Variable Cost: ต้นทุนผันแปร (เปลี่ยนตามยอดผลิต เช่น ค่าวัตถุดิบ)

  • Direct Cost: ต้นทุนทางตรง (ระบุได้ชัดเจนว่าเป็นของสินค้าชิ้นไหน)

  • Indirect Cost: ต้นทุนทางอ้อม

  • Break-even Point: จุดคุ้มทุน

  • Margin: อัตรากำไร (มักคิดเป็น %)

  • Mark-up: ส่วนบวกเพิ่มจากต้นทุนเพื่อตั้งราคาขาย

  • Budget Variance: ผลต่างงบประมาณ (ส่วนต่างระหว่างงบที่ตั้งไว้กับของจริง)

  • Cost Allocation: การปันส่วนต้นทุน

  • Standard Cost: ต้นทุนมาตรฐาน

  • Work in Process (WIP): งานระหว่างทำ (สินค้าที่ยังผลิตไม่เสร็จ)

 


 

สำนวนภาษาอังกฤษทางการเงินที่ใช้บ่อย (Financial Idioms)

ในที่ประชุม ผู้บริหารต่างชาติมักใช้สำนวนเปรียบเปรย การรู้ความหมายเหล่านี้จะช่วยให้คุณ “เก็ท” สิ่งที่เขาพูดทันที

สำนวน (Idiom) ความหมาย ตัวอย่างการใช้
In the red ขาดทุน / ติดลบ (สมัยก่อนตัวเลขขาดทุนใช้หมึกแดง) The company has been in the red for two years.
In the black มีกำไร / บัญชีเป็นบวก We finally moved in the black this quarter.
Bottom line กำไรสุทธิ / ข้อสรุปสุดท้าย The bottom line is that we need to cut costs.
Cook the books ตกแต่งบัญชี (ทุจริต) The auditor found out that they were cooking the books.
Creative Accounting การทำบัญชีแบบศรีธนญชัย (หาช่องโหว่กฎหมายเพื่อแต่งตัวเลข) Beware of creative accounting when analyzing reports.
Cash cow สินค้า/ธุรกิจที่ทำเงินมหาศาล This product is our cash cow.
Write off ตัดทิ้ง / ตัดหนี้สูญ We had to write off the damaged inventory.
Go bust / Go bankrupt ล้มละลาย / เจ๊ง Many small businesses went bust during the crisis.

 


 

ชื่อตำแหน่งงานบัญชีและการเงิน (Job Titles)

การเรียกชื่อตำแหน่งให้ถูกต้องตามโครงสร้างองค์กรสากล

  • CFO (Chief Financial Officer): ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (ตำแหน่งสูงสุด)

  • Finance Director: ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน

  • Financial Controller: ผู้ควบคุมดูแลบัญชีและการเงิน (ดูภาพรวมทั้งระบบ)

  • Accounting Manager: ผู้จัดการแผนกบัญชี

  • Senior Accountant: นักบัญชีอาวุโส

  • Junior Accountant: นักบัญชีจบใหม่/ระดับต้น

  • Bookkeeper: พนักงานลงบัญชี (เน้นบันทึกรายการรายวัน ไม่ได้วิเคราะห์ซับซ้อน)

  • Cashier: พนักงานการเงิน/แคชเชียร์

  • Auditor: ผู้ตรวจสอบบัญชี

  • Payroll Officer: เจ้าหน้าที่ทำเงินเดือน

  • Credit Controller: เจ้าหน้าที่ดูแลสินเชื่อและการติดตามหนี้

 


 

คำศัพท์การปิดงบการเงิน ภาษาอังกฤษ (Closing)

ขั้นตอนการปิดบัญชีเป็นช่วงเวลาสำคัญของคนสายนี้ มาดูคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ต้องเจอและใช้งานบ่อย ๆ ในช่วงสิ้นเดือนหรือสิ้นปีกันครับ

  • Closing Entries (การบันทึกรายการปิดบัญชี)

    • คำแปล: กระบวนการโอนยอดคงเหลือจากบัญชีชั่วคราว (เช่น รายได้และค่าใช้จ่าย) เข้าสู่บัญชีสะสมหรือกำไรสะสมเมื่อสิ้นงวดบัญชี

    • ตัวอย่างประโยค: The accountant is preparing the closing entries for this fiscal year. (นักบัญชีกำลังเตรียมบันทึกรายการปิดบัญชีสำหรับปีงบประมาณนี้)

  • Accruals (รายการค้างรับค้างจ่าย)

    • คำแปล: รายการรายได้หรือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้วในงวดบัญชีปัจจุบัน แต่ยังไม่มีการรับหรือจ่ายเงินสดจริง

    • ตัวอย่างประโยค: We need to record all accruals before finalizing the financial statements. (เราจำเป็นต้องบันทึกรายการค้างรับค้างจ่ายทั้งหมดก่อนที่จะสรุปงบการเงิน)

  • Reconciliation (การกระทบยอดบัญชี)

    • คำแปล: กระบวนการตรวจสอบและเปรียบเทียบตัวเลขในบัญชีสองชุดให้ตรงกัน เพื่อหาข้อผิดพลาด (เช่น การกระทบยอดเงินฝากธนาคาร)

    • ตัวอย่างประโยค: Bank reconciliation should be performed at the end of every month. (ควรทำการกระทบยอดบัญชีธนาคารทุกสิ้นเดือน)

  • Trial Balance (งบทดลอง)

    • คำแปล: รายงานที่แสดงยอดคงเหลือของทุกบัญชีแยกประเภท เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการบันทึกบัญชีตามระบบบัญชีคู่

    • ตัวอย่างประโยค: The trial balance ensures that total debits equal total credits. (งบทดลองช่วยให้แน่ใจว่ายอดเดบิตรวมเท่ากับยอดเครดิตรวม)

  • Month-end Close (การปิดบัญชีประจำเดือน)

    • คำแปล: กระบวนการตรวจสอบ สรุป และปิดรอบบันทึกรายการทางการเงินประจำเดือนของบริษัท

    • ตัวอย่างประโยค: Our finance team is working overtime to complete the month-end close. (ทีมการเงินของเรากำลังทำงานล่วงเวลาเพื่อปิดบัญชีประจำเดือนให้เสร็จสิ้น)

สำหรับการนำเสนอตัวเลขและรายงานผลในที่ประชุม สามารถดูศัพท์และวลีที่เกี่ยวข้องได้ที่ คำศัพท์ภาษาอังกฤษในการประชุม

 


 

ชื่อแผนกและตำแหน่งสายการเงินบัญชี ภาษาอังกฤษ

สำหรับใครที่ต้องติดต่อประสานงาน ยื่นใบสมัครงาน หรือเขียนโครงสร้างองค์กร (Org Chart) นี่คือชื่อเรียกแผนกและตำแหน่งในสายงานนี้ที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากลครับ

ชื่อแผนกในสายงาน (Departments)

  • Finance Department (แผนกการเงิน)

ใช้เรียกฝ่ายที่ดูแลเรื่องการบริหารเงิน ทุน การลงทุน การวิเคราะห์ และการจัดการงบประมาณภาพรวมขององค์กร ตัวอย่าง: “The Finance Department needs to approve the budget for this new project.” แปล: แผนกการเงินต้องอนุมัติงบประมาณสำหรับโปรเจกต์ใหม่นี้

  • Treasury / Treasury Department (แผนกบริหารเงินตรา / ฝ่ายบริหารเงินสด)

ใช้เรียกฝ่ายที่เน้นดูแลสภาพคล่องเงินสดเข้า-ออกของบริษัท การจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และการจัดหาแหล่งเงินทุน ตัวอย่าง: “Our Treasury team is managing the currency exchange risks for overseas transactions.” แปล: ทีมบริหารเงินตราของเรากำลังจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินสำหรับการทำธุรกรรมต่างประเทศ

  • Accounting Department (แผนกบัญชี)

ใช้เรียกแผนกที่รับผิดชอบการบันทึกรายการบัญชี การจัดทำงบการเงิน และการประสานงานตรวจสอบบัญชี
ตัวอย่าง: “Please send the invoice to the Accounting Department.”
แปล: กรุณาส่งใบแจ้งหนี้ให้แผนกบัญชี

  • Accounting and Finance Department (แผนกบัญชีและการเงิน)

ใช้เมื่อองค์กรรวมงานบัญชีและการเงินไว้ในแผนกเดียวกัน เขียนแบบย่อในชื่อแผนกได้ว่า Accounting & Finance Department
ตัวอย่าง: “She works in the Accounting and Finance Department.”
แปล: เธอทำงานในแผนกบัญชีและการเงิน

ชื่อแผนกจริงอาจใช้ Department, Division หรือ Unit ตามโครงสร้างองค์กร หากนำไปใช้ในเอกสารหรืออีเมล ควรยึดชื่อทางการขององค์กรนั้น

ชื่อตำแหน่งงาน (Job Titles)

  • Accountant (นักบัญชี)

    • หน้าที่: ผู้รับผิดชอบในการบันทึก จัดทำ ตรวจสอบความถูกต้องของรายการค้า และจัดเตรียมงบการเงินของบริษัท

  • Financial Analyst (นักวิเคราะห์การเงิน)

    • หน้าที่: ผู้ที่นำข้อมูลและตัวเลขทางการเงินมาวิเคราะห์ เพื่อคาดการณ์แนวโน้ม วางแผนธุรกิจ และช่วยตัดสินใจด้านการลงทุน

  • Controller / Financial Controller (ผู้ควบคุมทางการเงิน)

    • หน้าที่: ผู้บริหารระดับสูงที่ดูแลภาพรวมของระบบบัญชี การรายงานทางการเงินทั้งหมด รวมถึงการควบคุมภายในและการทำตามกฎหมายภาษี

  • CFO (Chief Financial Officer) (ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน)

    • หน้าที่: ผู้บริหารสูงสุดในสายงานการเงิน รับผิดชอบการวางกลยุทธ์ทางการเงิน การจัดการความเสี่ยง และการตัดสินใจครั้งใหญ่ร่วมกับ CEO


 

คำศัพท์ที่มักสับสน (Confusing Words)

คู่คำศัพท์ที่หน้าตาคล้ายกัน แต่ความหมายต่างกันโดยสิ้นเชิง นักบัญชีต้องระวัง!

1. Fiscal vs. Financial

  • Financial: เกี่ยวกับเงินทั่วไป (เช่น Financial Report)

  • Fiscal: เกี่ยวกับงบประมาณหรือภาษีของรัฐ หรือรอบปีบัญชี (เช่น Fiscal Year – ปีงบประมาณ)

2. Economic vs. Economical

  • Economic: เกี่ยวกับเศรษฐกิจ (เช่น Economic growth)

  • Economical: ประหยัด / คุ้มค่า (เช่น This car is economical – รถคันนี้ประหยัดน้ำมัน)

3. Net vs. Gross

  • Gross: ยอดรวม (ก่อนหักค่าใช้จ่าย/ภาษี) เช่น Gross Profit, Gross Weight

  • Net: ยอดสุทธิ (หลังหักทุกอย่างแล้ว) เช่น Net Profit, Net Weight

 


 

บทสรุป: ความแม่นยำทางภาษา = ความเป็นมืออาชีพ

การมีคลัง คำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับนักบัญชี ที่แม่นยำ ไม่เพียงช่วยให้การทำงานรวดเร็วขึ้น แต่ยังสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวคุณและองค์กร การใช้คำศัพท์ที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากลจะช่วยลดความเสี่ยงในการสื่อสารผิดพลาด และช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินมีความเฉียบคมยิ่งขึ้น

หมวดหมู่ทางบัญชีและการเงิน คำศัพท์หลัก (Core Term) คำแปลและความหมายเชิงธุรกิจ ตัวอย่างประโยคการใช้งานจริง
งบแสดงฐานะการเงิน (Balance Sheet) Assets, Liabilities, Equity สินทรัพย์, หนี้สิน, ส่วนของผู้ถือหุ้น Total assets must always balance with liabilities and equity.
งบกำไรขาดทุน (Income Statement) Revenue, COGS, Net Profit รายได้, ต้นทุนขาย, กำไรสุทธิ Operating expenses decreased, resulting in a higher net profit margin.
กระแสเงินสด (Cash Flow) Operating / Investing / Financing กิจกรรมดำเนินงาน / ลงทุน / จัดหาเงิน Positive operating cash flow indicates healthy core business performance.
การปิดงบและภาษี (Tax & Closing) Accrual, Withholding Tax, Depreciation เกณฑ์คงค้าง, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย, ค่าเสื่อมราคา Please ensure all accruals are recorded prior to the year-end closing.

💡 ฝึกใช้ศัพท์ในสถานการณ์จริง: สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้รูปประโยค ตัวอย่างการสนทนาทวงหนี้ วางบิล และการสื่อสารช่วงปิดงบการเงิน สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ บทสนทนาภาษาอังกฤษสำหรับนักบัญชี

หากองค์กรของคุณต้องการยกระดับทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษให้กับทีมบัญชีและการเงินอย่างเป็นระบบ ทั้งการสื่อสารข้อมูลตัวเลข การสนทนาทางธุรกิจ และการเขียนอีเมลประสานงานระดับสากล

B-Tools Training พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ออกแบบการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์หน้างานจริง ด้วย 2 หลักสูตรเฉพาะทางที่สอนโดยผู้เชี่ยวชาญ:

📞 สนใจจัดอบรมภายในองค์กร (In-House Training) หรือปรึกษาการออกแบบหลักสูตร:
สามารถดูรายละเอียดและแจ้งความต้องการได้ที่ ติดต่อ B-Tools Training

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำศัพท์การเงินและบัญชีภาษาอังกฤษแบ่งออกเป็นกี่หมวดหลัก?

แบ่งออกเป็น 5 หมวดหลัก ได้แก่ งบแสดงฐานะการเงิน (Balance Sheet), งบกำไรขาดทุน (Income Statement), งบกระแสเงินสด (Cash Flow), ภาษีและกฎระเบียบ (Taxation & Regulations), และการปิดงบการเงิน (Closing)

งบการเงินหลัก 3 ประเภทในภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร?

ประกอบด้วย 1. งบแสดงฐานะการเงิน (Statement of Financial Position หรือ Balance Sheet) 2. งบกำไรขาดทุน (Income Statement หรือ Profit and Loss Statement) 3. งบกระแสเงินสด (Cash Flow Statement)

ทำไมนักบัญชีและการเงินต้องเชี่ยวชาญคำศัพท์ภาษาอังกฤษเฉพาะทาง?

เนื่องจากการรายงานผลทางการเงินและการประสานงานกับผู้ตรวจสอบบัญชี (Auditor) หรือผู้บริหารต่างชาติต้องเป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินสากล (IFRS) ซึ่งความแม่นยำของคำศัพท์ช่วยลดความเสี่ยงในการสื่อสารคลาดเคลื่อน

Last Updated on October 6, 2026

Picture of B Tools Training
B Tools Training

ที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ด้านการฝึกอบรมองค์กร เชื่อมโยงคน ผลงาน และเป้าหมายธุรกิจ เพื่อผลลัพธ์ที่วัดได้

Table of Contents

หลักสูตรความหลากหลาย เพื่อการทำงานร่วมกัน (Diversity and Collaboration): สู่ทีมประสิทธิภาพสูง

  ในโลกธุรกิจที่ซับซ้อน การมีทีมงานที่หลากหลาย (Diversity) เพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ หากขาดกระบวนการทำงานร่วมกันที่มีประสิทธิภาพ ความหลากหลายนั้นอาจกลายเป็น “ความวุ่นวาย” (Chaos) แทนที่จะเป็น “ความแข็งแกร่ง” (Strength) ทักษะ Diversity and Collaboration หรือ การทำงานร่วมกันบนความแตกต่าง จึงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะเปลี่ยนทีมงานที่มีพื้นฐานต่างกัน ให้กลายเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพสูง

อ่านต่อ »

หลักสูตรทักษะการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน (Multitasking Skills): เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในภาวะกดดัน

เพิ่มประสิทธิภาพด้วยหลักสูตร Multitasking Skills (ทักษะการทำงานหลายอย่าง) เรียนรู้วิธีสลับงาน (Task Switching) จัดการงานแทรก และลดความผิดพลาด

อ่านต่อ »

English for Automotive Industry – หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับโรงงานผลิตและประกอบรถยนต์

หลักสูตร ภาษาอังกฤษสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เน้นศัพท์เทคนิคสำหรับ Line การผลิตและ โรงงานประกอบรถยนต์ ช่วยให้วิศวกรและฝ่ายผลิตสื่อสารกับชาวต่างชาติได้อย่างแม่นยำ

อ่านต่อ »
Scroll to Top