ตัวอย่าง Consent Form และ Privacy Notice ตาม PDPA พร้อมวิธีปรับใช้

 

Privacy Notice ใช้แจ้งรายละเอียดการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วน Consent Form ใช้บันทึกความยินยอมเมื่อองค์กรเลือกใช้ฐานความยินยอม เอกสารสองชนิดนี้ใช้ประกอบกันได้ การลงชื่อรับทราบประกาศไม่ได้เท่ากับยินยอมทุกกิจกรรม
บทความนี้มีแม่แบบคำแจ้งและแบบฟอร์มขอความยินยอม พร้อมตัวอย่างสมมติสำหรับ HR ลูกค้าและผู้สมัครงาน ก่อนนำไปประกาศใช้ ต้องปรับช่องข้อมูลให้ตรงกิจกรรม ฐานกฎหมาย ผู้รับข้อมูล ระยะเวลาเก็บ และช่องทางใช้สิทธิขององค์กรจริง

 


 

ความแตกต่างระหว่าง Consent Form vs Privacy Notice ที่หลายคนยังสับสน

Privacy Notice กับ Consent Form ต่างกันที่หน้าที่ของเอกสาร: Privacy Notice แจ้งรายละเอียดและสิทธิ ส่วน Consent Form ขอให้เจ้าของข้อมูลตัดสินใจยินยอมต่อวัตถุประสงค์เฉพาะ การขอ Consent ไม่แทนหน้าที่แจ้งรายละเอียด และการมี Privacy Notice ไม่ทำให้ใช้ข้อมูลได้โดยไม่มีฐานกฎหมาย

 
ประเด็น Privacy Notice Consent Form
หน้าที่ แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการประมวลผลและสิทธิ บันทึกการตัดสินใจให้ความยินยอม
ใช้เมื่อใด แจ้งตามเงื่อนไขกฎหมาย รวมกิจกรรมที่ใช้ฐานสัญญา หน้าที่ตามกฎหมาย หรือความยินยอม ใช้เมื่อกิจกรรมนั้นอาศัยความยินยอม ไม่ขอทุกกิจกรรมโดยอัตโนมัติ
การลงชื่อ ไม่จำเป็นต้องเซ็นเพื่อให้คำแจ้งมีผล; ลายเซ็นรับทราบไม่ใช่ Consent ต้องแสดงเจตนาโดยอิสระและชัดเจน เช่น เลือกช่องที่ไม่ติ๊กไว้ก่อน
การใช้สิทธิ เจ้าของข้อมูลใช้สิทธิตามฐานกฎหมายและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ถอนความยินยอมได้ตามเงื่อนไข และต้องถอนง่ายเช่นเดียวกับการให้

1. Privacy Notice (ประกาศความเป็นส่วนตัว) = “การแจ้งให้ทราบ”

แจ้งก่อนหรือขณะเก็บข้อมูลตามมาตรา 23 เว้นแต่เจ้าของข้อมูลทราบรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว โดยบอกวัตถุประสงค์ ข้อมูลที่เก็บ ระยะเวลา ผู้รับข้อมูล ข้อมูลติดต่อและสิทธิ รวมถึงกรณีที่ต้องให้ข้อมูลตามกฎหมายหรือสัญญาและผลของการไม่ให้ข้อมูล

คำแจ้งต้องตรงกิจกรรมจริง ไม่ใช่ประกาศเฉพาะกิจกรรมที่ไม่ขอ Consent และไม่จำเป็นต้องทำให้การรับทราบกลายเป็นช่อง “ยินยอมทุกข้อ”

2. Consent Form (หนังสือขอความยินยอม) = “การขออนุญาต”

ก่อนใช้ความยินยอม ให้ประเมินฐานกฎหมายของกิจกรรมและความสมัครใจจริง แยกวัตถุประสงค์ให้เลือกได้ ใช้ภาษาชัดเจน ไม่ติ๊กยินยอมล่วงหน้า และมีช่องทางถอนที่สะดวก

ข้อมูลสุขภาพหรือข้อมูลอ่อนไหวอื่นต้องตรวจมาตรา 26 เพิ่มเติม หากใช้ความยินยอมต้องขอโดยชัดแจ้ง แต่หากเข้าเงื่อนไขยกเว้นที่ใช้ได้จริง ไม่ควรขอ Consent แทนการวิเคราะห์เงื่อนไขนั้น

“นอกจากเอกสารขอความยินยอมแล้ว องค์กรต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบถึงสิทธิของตนเอง เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตและ [สิทธิที่กฎหมาย PDPA ให้ความคุ้มครอง] เพื่อนำไปใช้อธิบายให้พนักงานหรือลูกค้าเข้าใจได้อย่างมั่นใจ”

 


 

ตัวอย่าง Privacy Notice (ประกาศความเป็นส่วนตัว)

ใช้แม่แบบกลางนี้เป็นโครง แล้วปรับรายละเอียดของแต่ละกลุ่มตามตัวอย่างด้านล่าง ช่อง [ ] ต้องตรงข้อเท็จจริงก่อนประกาศใช้ ไม่ใช้คำว่า “เพื่อประโยชน์ของบริษัท” แทนวัตถุประสงค์ที่ผู้อ่านเข้าใจได้

แม่แบบประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับ [กลุ่มเจ้าของข้อมูล/กิจกรรม]

  • ผู้ควบคุมข้อมูล: [ชื่อนิติบุคคล] ติดต่อ [ที่อยู่/อีเมล/โทรศัพท์]; หากมี DPO ให้ระบุ [ช่องทางติดต่อ DPO]
  • วัตถุประสงค์และฐานกฎหมาย: [แยกแต่ละกิจกรรม เช่น คัดเลือกผู้สมัคร/ทำสัญญา/ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย พร้อมฐานและเหตุผลที่ใช้จริง]
  • ข้อมูลที่เก็บ: [รายการข้อมูลที่จำเป็นต่อแต่ละกิจกรรม]; หากมีข้อมูลอ่อนไหว ให้แยกประเภทและเงื่อนไขมาตรา 26
  • ข้อมูลที่ต้องให้และผลหากไม่ให้: [ระบุส่วนที่จำเป็นตามกฎหมาย สัญญา หรือก่อนเข้าทำสัญญา และผลที่เกี่ยวข้อง]; แยกข้อมูลสมัครใจที่ไม่กระทบสิทธิพื้นฐาน
  • ระยะเวลาเก็บ: [ระยะเวลา/จุดเริ่มนับ/เหตุผลแยกตามประเภทเอกสาร]; หากระบุวันสิ้นสุดแน่นอนไม่ได้ ให้แจ้งเกณฑ์ระยะเวลาที่คาดหมายได้ ไม่ใช้ “เก็บตลอดไป”
  • ผู้รับข้อมูล: [ประเภทบุคคลหรือหน่วยงานและวัตถุประสงค์ที่เปิดเผย]; หากส่งต่างประเทศ ให้ตรวจเงื่อนไขและแจ้งรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง
  • สิทธิและช่องทาง: ท่านขอเข้าถึงหรือรับสำเนา โอนข้อมูล คัดค้าน ลบหรือทำให้ไม่ระบุตัวบุคคล จำกัดการใช้ แก้ไขข้อมูล และถอนความยินยอมสำหรับกิจกรรมที่ใช้ฐานนี้ได้ตามเงื่อนไขกฎหมาย ติดต่อ [ช่องทางรับคำขอ] และมีสิทธิร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย
  • การจัดการคำขอ: [ผู้รับผิดชอบและวิธีรับคำขอ/ยืนยันตัวตนเท่าที่จำเป็น]; อธิบายข้อจำกัดของแต่ละสิทธิตามกิจกรรม ไม่เขียนรับรองว่าลบได้ทุกกรณี
  • ฉบับและวันที่ใช้: [เลขฉบับ/วันที่เริ่มใช้/ช่องทางอ่านประกาศฉบับปัจจุบัน]

1. สำหรับพนักงาน (HR Privacy Notice)

แยกกิจกรรมการจ้างงาน เงินเดือน ภาษี ประกันสังคมและสวัสดิการ ไม่ขอ Consent รวมเพื่อให้ทำงานพื้นฐานทั้งหมดได้ ระยะเวลาเก็บต้องแยกเอกสาร ไม่กำหนด 10 ปีรวมทุกแฟ้ม

ตัวอย่างสมมติ: บริษัทตัวอย่าง ก จำกัด ใช้ชื่อ เลขบัญชีและจำนวนเงินเพื่อจ่ายเงินเดือนตามสัญญาจ้าง ส่งข้อมูลรายได้ที่จำเป็นให้กรมสรรพากรตามหน้าที่นายจ้าง หากไม่ให้เลขบัญชีที่ใช้รับเงิน บริษัทต้องประสานวิธีจ่ายที่เหมาะสม ส่วนข้อมูลสุขภาพสำหรับสวัสดิการต้องประเมินเงื่อนไขแยกต่างหาก ก่อนใช้จริงให้เติมผู้รับข้อมูล ระยะเวลาเก็บและช่องทางใช้สิทธิในแม่แบบให้ครบ

อ่านแนวปฏิบัติตลอดวงจรพนักงานที่ PDPA สำหรับ HR: วิธีจัดการข้อมูลพนักงานตั้งแต่รับเข้าจนถึงลาออก

2. สำหรับลูกค้า/คู่ค้า (Customer & Business Partner Privacy Notice)

แยกการเสนอราคา ทำสัญญา จัดส่งสินค้า ออกเอกสารภาษีและการตลาด ระบุประเภทผู้รับ เช่น ผู้ให้บริการจัดส่งหรือบัญชีให้ตรงงานจริง การเป็นลูกค้าไม่ได้เท่ากับยินยอมรับการตลาดทุกช่องทาง

ตัวอย่างสมมติ: บริษัทตัวอย่าง ก จำกัด ใช้ชื่อ ที่อยู่และเบอร์โทรผู้รับเพื่อส่งสินค้าตามคำสั่งซื้อ เปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นแก่บริษัทขนส่ง หากไม่ให้ที่อยู่จะจัดส่งตามวิธีนี้ไม่ได้ การออกเอกสารภาษีและการส่งโปรโมชั่นเป็นคนละวัตถุประสงค์ ต้องแยกฐานกฎหมายและระยะเวลาเก็บในแม่แบบก่อนใช้

3. สำหรับผู้สมัครงาน (Job Applicant Privacy Notice)

ระบุข้อมูลที่จำเป็นต่อการพิจารณาตำแหน่ง ช่องทางได้ข้อมูล ผู้เข้าถึงและวันเริ่มนับระยะเก็บ หากเก็บต่อเพื่อรับสมัครในอนาคต ต้องประเมินวัตถุประสงค์และฐานของการเก็บต่อ ไม่รวมการตรวจประวัติอาชญากรรมโดยอัตโนมัติ

ตัวอย่างสมมติ: บริษัทตัวอย่าง ก จำกัด กำหนดนโยบายเก็บ Resume สำหรับกระบวนการคัดเลือกรอบนี้ 6 เดือนนับจากแจ้งผล แล้วลบเมื่อไม่มีเหตุเก็บต่อ ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างนโยบาย ไม่ใช่กำหนดบังคับของ PDPA หากต้องการเก็บเข้าฐานผู้สมัครในอนาคต ให้ประเมินและแจ้งกิจกรรมนั้นแยกจากรอบคัดเลือกเดิม


 

ตัวอย่าง Consent Form (แบบฟอร์มขอความยินยอม)

ตัวอย่างต่อไปนี้ใช้เมื่อประเมินแล้วว่ากิจกรรมอาศัยความยินยอม ไม่ใช้แบบฟอร์มเดียวขออนุญาตทุกกิจกรรม แสดง Privacy Notice ประกอบและให้เจ้าของข้อมูลเลือกเองโดยไม่มีช่องที่ติ๊กไว้ก่อน

1. แบบฟอร์มยินยอมให้ถ่ายรูป/วิดีโอ เพื่อการประชาสัมพันธ์ (Marketing Consent)

แม่แบบสำหรับผู้ใหญ่ — กิจกรรมประชาสัมพันธ์ที่สมัครใจ

ผู้ควบคุมข้อมูล: [ชื่อบริษัทและช่องทางติดต่อ]
กิจกรรมและวันที่: [ชื่อกิจกรรม/วันที่]
ข้อมูลที่ใช้: [ภาพถ่าย/วิดีโอที่ระบุตัวบุคคลได้]
Privacy Notice ที่เกี่ยวข้อง: [ชื่อฉบับ/ช่องทางอ่าน]

โปรดเลือกแยกตามวัตถุประสงค์ โดยไม่ติ๊กไว้ล่วงหน้า:

  • เผยแพร่ภาพหรือวิดีโอเพื่อรายงานกิจกรรมบน [เว็บไซต์บริษัท/ช่องทางที่ระบุ]: ☐ ยินยอม ☐ ไม่ยินยอม
  • ใช้ภาพหรือวิดีโอในสื่อโฆษณาบน [ช่องทางที่ระบุ]: ☐ ยินยอม ☐ ไม่ยินยอม

ผู้รับหรือผู้เข้าถึง: [ทีมที่เกี่ยวข้อง/ผู้จัดทำสื่อ/ผู้เข้าชมช่องทางที่เผยแพร่]
ระยะเวลาใช้และเก็บ: [ระยะเวลาและจุดเริ่มนับตามกิจกรรมจริง]

การไม่ยินยอมไม่กระทบการจ้างงานหรือสิทธิพื้นฐาน ท่านถอนความยินยอมได้ที่ [ช่องทางและวิธีถอนที่สะดวกเช่นเดียวกับการให้] บริษัทจะหยุดใช้ต่อสำหรับวัตถุประสงค์ที่ถอนและจัดการสื่อในช่องทางที่ควบคุมตามเงื่อนไขกฎหมาย การถอนจะไม่กระทบการใช้ข้อมูลก่อนหน้าที่ดำเนินการโดยชอบ

ชื่อผู้ให้ความยินยอม: [ชื่อ]
ลายมือชื่อหรือวิธียืนยันทางอิเล็กทรอนิกส์: [วิธี]
วันที่และเวลา: [วันเวลา]

ตัวอย่างสมมติ: พนักงานเลือกยินยอมให้รายงานกิจกรรมบนเว็บไซต์ แต่ไม่ยินยอมให้นำภาพไปทำโฆษณา ทีมงานต้องบันทึกสองตัวเลือกและใช้ภาพเฉพาะวัตถุประสงค์ที่ได้รับความยินยอม หากมีผู้เยาว์ ให้ตรวจเงื่อนไขมาตรา 20 ก่อนใช้แบบฟอร์ม

2. แบบฟอร์มยินยอมเปิดเผยข้อมูลสุขภาพและข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Data Consent)

ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหว ต้องตรวจความจำเป็นและเงื่อนไขมาตรา 26 ก่อนใช้แบบฟอร์มนี้ หากเข้าเงื่อนไขยกเว้นที่ใช้ได้จริง ไม่ควรใช้ Consent แทนการตรวจสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมาย และควรพิจารณาทางเลือกที่ไม่ต้องเก็บข้อมูลสุขภาพก่อน

แม่แบบเฉพาะกิจกรรมที่ใช้ความยินยอมโดยชัดแจ้ง

ผู้ควบคุมข้อมูล: [ชื่อบริษัทและช่องทางติดต่อ]
กิจกรรม: [ระบุกิจกรรมเดียว]
ข้อมูลสุขภาพที่จำเป็น: [ระบุรายการเฉพาะ ไม่ใช้คำว่า “ข้อมูลสุขภาพทั้งหมด”]
การใช้หรือเปิดเผย: [ระบุวิธีใช้ วัตถุประสงค์ และผู้รับที่จำเป็น]
ระยะเวลาเก็บและจุดเริ่มนับ: [ระบุตามกิจกรรมจริง]
Privacy Notice ที่เกี่ยวข้อง: [ชื่อฉบับ/ช่องทางอ่าน]

ข้าพเจ้าเลือก: ☐ ยินยอมโดยชัดแจ้ง ☐ ไม่ยินยอม
ให้ [ชื่อบริษัท] เก็บ ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลที่ระบุข้างต้นเพื่อ [วัตถุประสงค์เฉพาะ]

หากไม่ยินยอม: [อธิบายผลเฉพาะกิจกรรมและทางเลือกที่มีจริง ไม่ตัดสิทธิการจ้างงานหรือสวัสดิการตามกฎหมายโดยไม่มีเหตุ]
ถอนความยินยอมได้ที่: [ช่องทางและวิธีที่สะดวก] บริษัทจะหยุดดำเนินการต่อสำหรับวัตถุประสงค์ที่อาศัยความยินยอมตามเงื่อนไขกฎหมาย โดยไม่กระทบการใช้ข้อมูลก่อนหน้าที่ชอบด้วยกฎหมาย
ชื่อ/ลายมือชื่อหรือวิธียืนยัน/วันที่เวลา: [ข้อมูลผู้ให้ความยินยอม]

ตัวอย่างสมมติ: ผู้จัดกิจกรรมสมัครใจต้องการจัดอาหารให้เหมาะกับผู้เข้าร่วม ควรเริ่มจากทางเลือกเมนูที่ไม่ต้องแจ้งโรค หากยังจำเป็นต้องใช้ข้อมูลการแพ้อาหารและเลือกใช้ฐานความยินยอม ให้ระบุรายการข้อมูล ผู้เข้าถึงและระยะเวลาที่จำเป็นต่อกิจกรรมนั้น ไม่ส่งประวัติสุขภาพทั้งหมดให้ผู้จัดอาหาร

“ก่อนนำร่างหนังสือขอความยินยอม (Consent Form) ไปปรับใช้ในองค์กร สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้ปฏิบัติงานต้องเข้าใจ ‘ฐานทางกฎหมาย (Lawful Basis)’ อย่างถ่องแท้ เพื่อไม่ให้เก็บข้อมูลเกินความจำเป็น ท่านสามารถทบทวนหลักการพื้นฐานได้ที่บทความ [PDPA คืออะไร? สรุปกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับเข้าใจง่าย]“

 


 

วิธีนำ PDPA Template ไปปรับใช้ในองค์กรให้ปลอดภัย

การได้ Template ไปเป็นเรื่องดีครับ แต่การ “Copy & Paste” ทั้งดุ้นโดยไม่อ่าน อาจนำภัยมาสู่ตัวได้ นี่คือ 3 ขั้นตอนในการปรับแต่งเอกสารให้เข้ากับองค์กรของคุณ:

ขั้นตอนที่ 1: ทำ Data Mapping (สำรวจข้อมูล) ก่อน

ทำรายการกิจกรรม วัตถุประสงค์ ข้อมูล แหล่งที่มา ฐานกฎหมาย ผู้รับข้อมูล ระบบเก็บและระยะเวลา หากมีข้อมูลอ่อนไหว ให้บันทึกเงื่อนไขที่ใช้เพิ่มเติม ผลลัพธ์คือรายการกิจกรรมที่ใช้กรอกคำแจ้งได้ ไม่ใช่เพียงรายชื่อข้อมูลที่บริษัทมี

ขั้นตอนที่ 2: ปรับแก้ข้อมูลใน [วงเล็บ] ให้เป็นความจริง

กรอกข้อมูลติดต่อ วัตถุประสงค์ ผลของการไม่ให้ข้อมูล ผู้รับ ระยะเวลาและช่องทางใช้สิทธิ ตรวจว่าทำได้จริงและไม่มีคำขอ Consent รวมทุกเรื่อง แยกข้อมูลจำเป็นกับกิจกรรมสมัครใจ หากช่องใดยังตอบไม่ได้ ให้หาข้อมูลจากผู้รับผิดชอบก่อนประกาศใช้

ขั้นตอนที่ 3: ประกาศใช้และจัดเก็บ Log

เมื่อปรับแก้เสร็จแล้วให้ เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) หรือผู้รับผิดชอบทำบันทึกว่าเริ่มประกาศใช้ตั้งแต่วันที่เท่าไหร่:

  • Privacy Notice: จัดช่องทางให้อ่านได้ก่อนหรือขณะเก็บข้อมูล เช่น ลิงก์ข้างแบบฟอร์มหรือประกาศในจุดรับข้อมูล เก็บฉบับ วันที่ใช้และหลักฐานวิธีแจ้ง การใส่ลิงก์ใน Footer เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อจังหวะการแจ้งจริง
  • Consent Form: เก็บตัวเลือกแยกตามวัตถุประสงค์ ผู้ให้ วันที่เวลาและฉบับข้อความที่ใช้ ไม่ติ๊กยินยอมล่วงหน้า รองรับการปฏิเสธและการถอน และให้ระบบหยุดใช้ตามตัวเลือกที่เปลี่ยน
  • ทดสอบก่อนใช้: ให้ผู้รับผิดชอบทดลองอ่านคำแจ้ง ให้หรือปฏิเสธความยินยอม และถอนผ่านช่องทางจริง ผ่านเมื่อบันทึกผลและดำเนินการตามตัวเลือกได้ หากยังทำไม่ได้ให้แก้กระบวนการก่อนเผยแพร่

⚠️ ระวังความเสี่ยงทางกฎหมาย: การใช้แบบฟอร์มที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงอาจนำไปสู่ บทลงโทษและค่าปรับ PDPA ได้


 

ฝึกร่างเอกสาร PDPA ให้ตรงกับงานขององค์กร

หากทีมยังแยกวัตถุประสงค์ ฐานกฎหมายหรือรายละเอียดในเอกสารไม่ชัด สามารถดู หลักสูตร PDPA ฉบับปฏิบัติจริง ซึ่งมีกิจกรรมฝึกร่าง Privacy Notice และ Consent Form รวมถึงการทำ RoPA ตามระดับและระยะเวลาหลักสูตรที่เลือก

หากต้องการนำเอกสารขององค์กรเข้าฝึกหรือรับคำแนะนำหลังเรียน ควรแจ้งสิ่งที่ต้องการและตกลงขอบเขตก่อนเริ่มโครงการ ใบประกาศนียบัตรเป็นหลักฐานการผ่านการอบรม ไม่ใช่การรับรองว่าเอกสารหรือองค์กรปฏิบัติตาม PDPA ครบถ้วน

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Privacy Notice กับ Consent Form แตกต่างกันอย่างไร?

Privacy Notice แจ้งรายละเอียดการใช้ข้อมูลและสิทธิ ส่วน Consent Form บันทึกการตัดสินใจยินยอมต่อวัตถุประสงค์เฉพาะ ทั้งสองใช้ร่วมกันได้ การเซ็นรับทราบประกาศไม่เท่ากับยินยอมทุกกิจกรรม และการขอ Consent ไม่แทนหน้าที่แจ้งรายละเอียด

การทำสัญญาจ้างงาน ต้องให้ลูกจ้างเซ็น Consent Form ด้วยหรือไม่?

ข้อมูลทั่วไปที่จำเป็นต่อสัญญาจ้างหรือหน้าที่ตามกฎหมายไม่ต้องขอ Consent สำหรับกิจกรรมนั้น แต่ยังต้องแจ้งรายละเอียดตามเงื่อนไขกฎหมาย ข้อมูลสุขภาพหรือประวัติอาชญากรรมต้องตรวจมาตรา 26 เพิ่มเติม ไม่ถือว่าต้องขอ Consent ทุกกรณีหรือมีสัญญาจ้างแล้วใช้ได้ทุกเรื่อง

สามารถใช้การติ๊กเครื่องหมายยินยอมไว้ล่วงหน้า (Pre-ticked Box) ได้หรือไม่?

ใช้ช่องยินยอมที่ติ๊กไว้ล่วงหน้าแทนการเลือกเองไม่ได้ เจ้าของข้อมูลต้องเลือกเองโดยอิสระและชัดเจน ไม่ผูก Consent สำหรับข้อมูลที่ไม่จำเป็นกับการทำสัญญาหรือให้บริการ และต้องมีวิธีถอนที่สะดวก

ป้าย PDPA ในงานอีเวนต์ใช้แทน Consent ถ่ายภาพได้หรือไม่?

ป้ายช่วยแจ้งรายละเอียด แต่ไม่ได้ทำให้ผู้เข้าร่วมยินยอมโดยอัตโนมัติ ต้องประเมินฐานกฎหมาย วัตถุประสงค์และวิธีใช้ภาพ หากใช้ความยินยอมต้องมีวิธีให้เลือกจริง ป้ายควรระบุผู้จัด วัตถุประสงค์ ช่องทางอ่านรายละเอียดและติดต่อ พร้อมวิธีจัดการผู้ที่ไม่ต้องการให้ใช้ภาพตามกิจกรรมจริง

แบบสอบถามควรใส่ข้อความ PDPA อะไรบ้าง?

หากแบบสอบถามเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งผู้ควบคุมข้อมูล วัตถุประสงค์ รายการข้อมูล ระยะเวลา ผู้รับข้อมูล ผลของการไม่ให้ข้อมูลที่จำเป็น และช่องทางใช้สิทธิ โดยวางคำแจ้งหรือทางอ่านรายละเอียดก่อนส่งคำตอบ หากเก็บข้อมูลไว้ติดต่อการตลาด ให้แยกวัตถุประสงค์และฐานกฎหมายจากการตอบแบบสอบถาม ไม่ใช้ช่อง “ยินยอมทุกอย่าง” รวมกัน

หากต้องการจัดอบรมให้ทีมใช้ข้อมูลและเอกสารตรงกับงานของแต่ละฝ่าย ดู บริการจัดอบรม PDPA สำหรับองค์กร แล้วแจ้งกลุ่มผู้เรียน กิจกรรมข้อมูลและขอบเขตที่ต้องการฝึก เพื่อประสานรายละเอียดโครงการก่อนเริ่ม

Last Updated on October 8, 2026

Picture of B Tools Training
B Tools Training

ที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ด้านการฝึกอบรมองค์กร เชื่อมโยงคน ผลงาน และเป้าหมายธุรกิจ เพื่อผลลัพธ์ที่วัดได้

Table of Contents

AI for Managers – หลักสูตร AI สำหรับผู้จัดการ ยกระดับการบริหารทีมด้วย AI

  ในยุคที่เทคโนโลยีหมุนเร็วกว่าเข็มนาฬิกา บทบาทของ “หัวหน้างาน” กำลังถูกท้าทายอย่างหนัก ไม่ใช่แค่เรื่องการบริหารคน แต่รวมถึงการบริหารงานให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง การเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า “AI จะมาแทนที่หัวหน้างานหรือไม่?” คำตอบคือ “ไม่” แต่ “หัวหน้างานที่ใช้ AI เป็น จะมาแทนที่หัวหน้างานที่ไม่ใช้ AI” ต่างหาก ทักษะการใช้

อ่านต่อ »

English for Manufacturing Industry – หลักสูตรอบรมภาษาอังกฤษสำหรับโรงงานและอุตสาหกรรมการผลิต

เพิ่ม Productivity ด้วยหลักสูตร English for Manufacturing Industry (อบรมภาษาอังกฤษโรงงาน) ครบ 4 ทักษะ ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน ลดของเสียและอุบัติเหตุ

อ่านต่อ »

English for Pharmaceutical Industry – หลักสูตรอบรมภาษาอังกฤษสำหรับอุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์

หลักสูตรสำหรับ เภสัชกร ผู้แทนยา และฝ่ายผลิต เน้นศัพท์เทคนิค GMP, การนำเสนอสินค้า และการติดต่อคู่ค้าต่างประเทศ ด้วยทักะ ภาษาอังกฤษสำหรับอุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์

อ่านต่อ »
Scroll to Top